สหรัฐ-จีน บรรลุกรอบข้อตกลง สงบศึกการค้า – แก้ปัญหาจำกัดส่งออกแร่หายาก
สหรัฐ-จีน บรรลุข้อตกลงเบื้องต้น ปลดล็อกข้อจำกัดส่งออกแร่หายากจากจีน แลกผ่อนคลายข้อจำกัดส่งออกสหรัฐ เตรียมนำผลเจรจากลับให้ “ทรัมป์–สี” เห็นชอบ
วันที่ 11 มิถุนายน 2568 เวลา 07.09 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐและจีนเห็นพ้องใน “กรอบข้อตกลง” (framework) เพื่อฟื้นฟูข้อตกลงสงบศึกทางการค้า และแก้ปัญหาข้อจำกัดการส่งออกแร่หายากและแม่เหล็กของจีน หลังจากการเจรจาเข้มข้นตลอดสองวันที่กรุงลอนดอน ตามคำแถลงของนายโฮเวิร์ด ลัทนิก (Howard Lutnick) รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
ลัทนิกระบุว่า กรอบข้อตกลงนี้ช่วย“เติมเนื้อหา” ให้กับข้อตกลงเบื้องต้นที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้เมื่อเดือนที่แล้ว ณ กรุงเจนีวา ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดภาษีตอบโต้กันระหว่างสองประเทศ โดยความตึงเครียดเพิ่มขึ้นเมื่อจีนจำกัดการส่งออกแร่หายากที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ส่วนข้อตกลงใหม่นี้ยังรวมถึงการผ่อนคลายข้อจำกัดการส่งออกสินค้าของสหรัฐบางรายการที่เพิ่งถูกประกาศใช้
“เราบรรลุกับทางจีนในระดับกรอบความร่วมมือที่จะนำไปสู่การดำเนินการตามฉันทามติที่ผู้นำทั้งสองได้เห็นชอบกันไว้ ทั้งในการโทรศัพท์เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน และในการประชุมที่เจนีวา”
ทั้งสองฝ่ายจะนำข้อตกลงเบื้องต้นนี้กลับไปหารือกับผู้นำประเทศตนเอง โดยฝ่ายสหรัฐจะนำเสนอต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และฝ่ายจีนจะเสนอต่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง หากผู้นำทั้งสองเห็นชอบ ก็จะเดินหน้าบังคับใช้กรอบความร่วมมือนี้ต่อไป
เจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งสองประเทศได้เร่งรัดให้เกิดข้อตกลงดังกล่าวเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ที่อาจทำให้ข้อตกลงเจนีวาล่มลง หลังทั้งสองประเทศต่างประกาศใช้มาตรการควบคุมการส่งออกระหว่างกันในช่วงที่ผ่านมา
ในแถลงข่าวแยกกันรองรัฐมนตรีพาณิชย์จีน หลี่ เฉิงกัง (Li Chenggang) ก็ยืนยันว่าทั้งสองฝ่าย “บรรลุกรอบความตกลงในหลักการ” ซึ่งสะท้อนฉันทามติจากการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน และจากการประชุมที่เจนีวา
ลัทนิกกล่าวย้ำว่า ประเด็นการจำกัดการส่งออกแร่หายากและแม่เหล็กของจีนนั้น จะถูกจัดการในฐานะ “หัวใจหลัก” ของกรอบข้อตกลงฉบับนี้
“เมื่อจีนหยุดส่งออกแร่หายาก สหรัฐฯ ก็ได้ใช้มาตรการหลายอย่างโต้ตอบกลับไป ดังนั้นตามที่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวไว้ เราควรคาดว่าจะยกเลิกมาตรการเหล่านั้นในลักษณะที่สมดุล” ลัทนิกกล่าวเพิ่มเติม
อ้างอิง : reuters.com