Microsoft เลิกจ้างพนักงานทั่วโลกกว่า 6,000 คน ลุยปรับโครงสร้างองค์กรอย่างต่อเนื่อง
Microsoft เลิกจ้างพนักงานทั่วโลกกว่า 6,000 คน ครอบคลุมทุกระดับ ตำแหน่ง และภูมิภาค ซึ่งบางส่วนพิจารณาจากผลงาน เดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรอย่างต่อเนื่อง
วันที่ 13 พฤษภาคม 2568 เวลา 16.03 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า บริษัท Microsoft เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า บริษัทกำลังปรับลดพนักงานประมาณ 3% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด ซึ่งเทียบเท่ากับราว 6,000 คน โดยครอบคลุมทุกระดับ ตำแหน่ง และภูมิภาค
โฆษกของMicrosoft กล่าวในแถลงการณ์ต่อ CNBC ว่า “เรายังคงดำเนินการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บริษัทสามารถแข่งขันได้ดีที่สุดในตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา”
ทั้งนี้ Microsoftเพิ่งประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ดีกว่าที่คาดไว้ โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2.58 หมื่นล้านดอลลาร์ และให้แนวโน้มเชิงบวกเมื่อช่วงปลายเดือนเมษายน
โดยข้อมูล ณ สิ้นเดือนมิถุนายน ระบุว่า Microsoft มีพนักงานทั่วโลก 228,000 คน โดยเมื่อวันอังคาร รัฐวอชิงตันเปิดเผยว่า Microsoftได้ลดจำนวนพนักงานที่สำนักงานใหญ่อื่นในเมืองเรดมอนด์ไปแล้ว 1,985 คน ซึ่งในจำนวนนี้มี 1,510 คนที่ทำงานประจำออฟฟิศ
การปลดพนักงานในรอบนี้ ถือเป็นหนึ่งในการปรับลดครั้งใหญ่ที่สุดของMicrosoft นับตั้งแต่การเลิกจ้างพนักงาน 10,000 คนในปี 2566 โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมา Microsoftเคยประกาศปลดพนักงานบางส่วนโดยอิงจากผลงาน แต่โฆษกระบุว่าการปลดครั้งนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับผลการปฏิบัติงาน
หนึ่งในเป้าหมายของการปรับโครงสร้างในครั้งนี้ คือการลดลำดับชั้นของฝ่ายบริหาร ซึ่งสอดคล้องกับที่ Amazon เคยประกาศในเดือนมกราคมเช่นกันว่า จะปลดพนักงานบางส่วนหลังพบว่าองค์กรมีลำดับขั้นที่ไม่จำเป็น
ทั้งนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วบริษัทซอฟต์แวร์ด้านความมั่นคงไซเบอร์ CrowdStrike ก็เพิ่งประกาศปลดพนักงาน 5% เช่นกัน ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา Satya Nadella ซีอีโอของMicrosoft ได้กล่าวกับนักวิเคราะห์ว่า บริษัทมีแผนจะปรับกลยุทธ์ด้านการขาย หลังจากผลประกอบการด้านบริการคลาวด์ Azure เติบโตต่ำกว่าที่คาดไว้ในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับ AI ขณะที่รายได้จากคลาวด์ด้าน AI กลับเกินกว่าที่บริษัทคาดการณ์ไว้
“คุณจะปรับแรงจูงใจ และกลยุทธ์การเข้าตลาดอย่างไร? ในช่วงที่แพลตฟอร์มกำลังเปลี่ยนแปลง คุณต้องให้ความสำคัญกับการออกแบบแนวใหม่ และไม่ยึดติดกับสิ่งที่เคยทำในรุ่นก่อนหน้า”
ทั้งนี้ราคาหุ้นของMicrosoft ปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ที่ระดับ 449.26 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นราคาสูงสุดของปีนี้ และเคยแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 467.56 ดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว
อ้างอิง : cnbc.com