โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ทางแยกสำคัญ" สถานบันเทิงครบวงจร โอกาส-ความท้าทาย “อนาคตเศรษฐกิจไทย”

SpringNews

อัพเดต 14 พ.ค. 2568 เวลา 03.20 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. 2568 เวลา 02.40 น.

ประเทศไทยกำลังเดินมาถึงทางแยกสำคัญในการพิจารณาร่างกฎหมายที่จะเปิดทางให้โครงการสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เกิดขึ้นได้จริง ท่ามกลางความหวังของรัฐบาลว่าจะเป็น “เครื่องจักรใหม่” ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ทั้งนี้จากรายงานวิเคราะห์ของ Inside Asian Gaming (IAG) ชี้ว่า จากการสัมภาษณ์เอกชนที่สนใจเข้ามาลงทุน วิเคราะห์ความสำเร็จของโครงการนี้จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจสำคัญหลายประการโดยเฉพาะการปรับปรุงข้อกำหนดสำคัญ 5 ประการ ได้แก่

  • ข้อกำหนดการเข้าถึงสำหรับคนไทย
  • ข้อจำกัดความเป็นเจ้าของสำหรับชาวต่างชาติ
  • โครงสร้างการกำกับดูแล
  • การเลือกสถานที่ตั้ง
  • ความมั่นคงทางกฎหมายระยะยาว

โดยผู้ประกอบการชั้นนำระดับโลกที่มีแนวโน้มจะยื่นประมูลใบอนุญาตในประเทศไทยมีประมาณ 6 รายสำคัญ อาทิ Galaxy Entertainment Group, Melco Resorts & Entertainment, MGM Resorts, กลุ่ม Genting, Wynn Resorts และ Hard Rock International แม้จำนวนผู้สนใจจะถือเป็นตัวเลขที่แข็งแกร่ง แต่ก็ยังน้อยกว่าเมื่อเทียบกับญี่ปุ่นที่เคยมีผู้แสดงความสนใจกว่า 20 ราย

ด้านนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กลับมีมุมมองที่แตกต่าง โดยเสนอให้พิจารณาทางเลือกอื่นว่า สิ่งที่อาจมีความเหมาะสมมากกว่าการผลักดันเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ อาจปรับเป็นเวลเนสคอมเพล็กซ์ (Wellness Complex) ซึ่งน่าจะมีความเป็นไปได้ในการทำให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยมากกว่า

หากเรื่องกาสิโนทำให้เกิดภาพของความเป็นเทาๆ มากขึ้นในยามนี้ ก็อาจทำให้เป็นความเสี่ยงได้

ด้าน นายณรงค์ชัย ใหญ่สว่าง นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพอินเตอร์ มองว่าโครงการนี้จะช่วยแก้ปัญหา Low Season ของการท่องเที่ยวไทย ซึ่งปัจจุบันฤดูท่องเที่ยวหลักกระจุกตัวอยู่เพียงในไตรมาส 4 และไตรมาส 1 เท่านั้น พร้อมยกตัวอย่างในยุโรป การมีเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ช่วยให้ไม่มีความแตกต่างของฤดูกาลท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมภายในคอมเพล็กซ์ได้ตลอดทั้งปี

สำหรับการสื่อสารเรื่องนี้กับสาธารณะ นายณรงค์ชัย เสนอว่ารัฐบาลต้องสื่อสารให้ชัดเจนว่า เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ไม่ใช่แค่กาสิโน โดยสัดส่วนรายได้จากกาสิโนในคอมเพล็กซ์ทั่วโลกคิดเป็นเพียง 10-30% เท่านั้น รายได้หลักมาจากการใช้บริการอื่นๆ อย่างในลาสเวกัส รายได้จากกาสิโนมีเพียง 30% ส่วนในมาเก๊าอยู่ที่ประมาณ 25-50% และในดูไบมีเพียง 10%

นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการพัฒนาโมเดล “ดาวน์ทาวน์ดิวตี้ฟรี” เพื่อช่วยผู้ประกอบการรายย่อยและสินค้า OTOP ของไทย โดยจัดพื้นที่พิเศษที่ได้รับการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีให้แม่ค้าพ่อค้าสามารถนำสินค้ามาจำหน่ายในราคาที่ถูกลง ซึ่งจะช่วยกระจายผลประโยชน์ไปสู่ท้องถิ่นได้มากขึ้น

ด้านมาตรการป้องกันผลกระทบทางสังคม มีข้อเสนอให้ใช้ระบบ KYC (Know Your Customer) ที่เข้มงวดและรัดกุม ซึ่งจะช่วยจำกัดการเข้าถึงของกลุ่มเสี่ยง และป้องกันปัญหาการฟอกเงิน โดยอาจศึกษาโมเดลจากประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่างสิงคโปร์ที่มีการตั้งเคาน์เตอร์เฉพาะสำหรับตรวจสอบเอกสารก่อนเข้าใช้บริการ

“หลายคนเข้าใจผิดว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์คือกาสิโน แต่ความจริงแล้ว กาสิโนเป็นเพียงส่วนเล็กๆ เท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น ในลาสเวกัส รายได้จากกาสิโนมีเพียง 30% ของรายได้ทั้งหมด ส่วนอีก 70% มาจากการแสดงโชว์ คอนเสิร์ต การเข้าพัก การท่องเที่ยว และการจับจ่ายใช้สอยต่างๆ ส่วนในมาเก๊า สัดส่วนรายได้จากกาสิโนอยู่ที่ประมาณ 25-50% ขึ้นอยู่กับแต่ละปี โดยในช่วงโควิด-19 ที่การท่องเที่ยวลดลง สัดส่วนนี้จะสูงขึ้น ส่วนในดูไบหรืออาหรับเอมิเรตส์ รายได้จากกาสิโนมีเพียง 10% เท่านั้น โดยเน้นการขายสินค้าในพื้นที่เป็นหลัก” ดร.ณรงค์ชัย ให้ข้อมูลเพิ่มเติม

IAG วิเคราะห์ไทม์ไลน์ว่าหากไทยผ่านกฎหมายที่สมดุลและน่าดึงดูดการลงทุนได้ในเร็วๆ นี้ อาจมีการสรุปกฎหมายภายในปี 2568 กระบวนการประมูลในปี 2569 เริ่มก่อสร้างภายในปี 2570 และเปิดเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์รุ่นแรกประมาณปี 2574-2575

อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนหลายประการยังคงต้องได้รับการแก้ไข ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าไทยจะประสบความสำเร็จเต็มรูปแบบ ความสำเร็จบางส่วน หรือพลาดโอกาสนี้ไป

ที่มา : thansettakij

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...