โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บทบาทกองทุนน้ำมันฯ พยุงราคาดีเซล 3 บาท/ลิตร

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 03.40 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 03.40 น.

ในช่วงเวลาที่ราคาน้ำมันขยับ “ขึ้น-ลง” รุนแรง ตามแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะวิกฤตสงครามในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน หลายประเทศทั่วโลกเริ่มตระหนักว่า “ราคาพลังงาน” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครคนใดคนหนึ่ง แต่ผันผวนตามแรงเหวี่ยงของเหตุการณ์ที่ไม่มีใครควบคุมได้

ขณะที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะยาน น้ำมันดิบดูไบเคยพุ่งไปแตะระดับ 76.85 เหรียญ/บาร์เรล น้ำมันดีเซลแตะสูงสุดที่ระดับ 97.26 เหรียญ/บาร์เรล น้ำมันเบนซินพุ่งเกือบ 90 เหรียญ/บาร์เรล แต่คนไทยยังสามารถเติมน้ำมันดีเซลได้ในราคา 31.94 บาท/ลิตร

นี่ไม่ใช่เพราะ “ราคาตลาดไทยถูกกว่าตลาดโลก” ไม่ใช่เพราะ “กลไกตลาดทำงานได้เอง” แต่เพราะประเทศไทยมีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ถูกออกแบบขึ้นมาให้ทำหน้าที่ “พยุงราคาและรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ” ตามบทบาทที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย

ในช่วงเวลา 12 วันของวิกฤตน้ำมันพุ่ง (13-24 มิถุนายน 2568) หรือ“สงคราม 12 วัน” ตามที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เรียกขานการโจมตีกันอย่างหนักระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ซึ่งคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้มีมติในช่วงดังกล่าวต่อเนื่องกันถึง 5 ครั้ง ภายในหนึ่งสัปดาห์ ในการปรับลดอัตราเงินชดเชยน้ำมันดีเซลและเบนซิน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่มีความเกี่ยวข้องกับภาคขนส่ง ทำให้คนไทยยังคงสามารถเติมน้ำมันดีเซลได้ในราคาเดิมที่ 31.94 บาทต่อลิตร ทั้งที่ราคาตลาดโลกผันผวนหนัก หากไม่มีการพยุงราคาไว้ ราคาดีเซลจะต้องบวกเพิ่มไปอีกกว่าลิตรละ 3 บาท ส่งผลให้รายรับของกองทุนน้ำมันฯ จากที่เคยเป็นบวกในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2568 กลับต้องติดลบกว่า 40 ล้านบาท/วัน ในกลุ่มน้ำมันดีเซล

นอกจากนี้ แม้ภายหลังสถานการณ์ระหว่างอิสราเอลและอิหร่านคลี่คลายลง แต่กองทุนน้ำมันฯยังคงดูแลราคาน้ำมันในประเทศ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงติดตามสถานการณ์ที่มีผลกระทบต่อราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันสภาพคล่องกองทุนน้ำมันฯเริ่มจะดีขึ้น แต่ยังคงมีปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยกลุ่มน้ำมันดีเซลมีรายรับประมาณวันละ 57.41 ล้านบาท และกลุ่มน้ำมันเบนซินมีรายรับประมาณวันละ 96.17 ล้านบาท ขณะที่ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 6 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ติดลบอยู่ที่ 32,856 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมันบวกอยู่ที่ 11,274 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบอยู่ที่ 44,130 ล้านบาท

การทำงานของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่บนหลักกฎหมาย ภายใต้ พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 และยังยืนยันที่จะเดินหน้ากลไกในการพยุงราคาน้ำมัน เพื่อไม่ให้ราคาน้ำมันที่ผันผวนในตลาดโลกมีผลต่อผู้ใช้น้ำมัน รวมถึงภาคการขนส่ง ซึ่งจะส่งต่อไปยังต้นทุนราคาสินค้า และกระทบต่อทุกภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจ เพราะหากไม่มีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงทำหน้าที่พยุงราคาน้ำมันทำหน้าที่เป็น “กันชน” ดูดซับแรงกระแทกรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมัน ก็จะเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่จะต้องใช้งบประมาณมาดูแล หรือหากปล่อยให้ราคาลอยตัวอย่างเต็มรูปแบบ สุดท้ายผลกระทบก็จะส่งถึงประชาชน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บทบาทกองทุนน้ำมันฯ พยุงราคาดีเซล 3 บาท/ลิตร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...