โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดประตูสู่เงินล้าน เคล็ด(ไม่)ลับวิธีเก็บเงินล้านที่ใช้ได้จริง

Gourmet & Cuisine

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 07.06 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 07.06 น. • Gourmetand & Cuisine เว็บไซต์รวมเรื่องราวอาหาร

ความฝันที่จะมีเงินเก็บหนึ่งล้านบาท ดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับหลายคน แต่เชื่อเถอะว่าไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ! ด้วยวินัยที่ถูกต้อง การวางแผนที่ชาญฉลาด และความเข้าใจในหลักการบริหารจัดการเงิน ไม่ว่าใครก็สามารถทำความฝันนี้ให้เป็นจริงได้ บทความนี้จะนำเสนอ 5 เคล็ดลับวิธีเก็บเงินล้านที่ใช้ได้จริง พร้อมตัวอย่างประกอบชัดเจน ที่จะช่วยให้คุณพิชิตเงินล้านได้ภายใน 3 ปี หรือ 5 ปี

เปิดประตูสู่เงินล้าน เคล็ด(ไม่)ลับวิธีเก็บเงินล้านที่ใช้ได้จริง

วิธีเก็บเงินล้าน : เคล็ด(ไม่)ลับที่ใช้ได้จริง
การจะไปให้ถึงเงินล้านนั้น จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนและปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่อง นี่คือ 5 วิธีเก็บเงินล้านที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที วิธีนี้จะช่วยให้คุณมีวินัยและบรรลุเป้าหมายได้อย่างไม่รู้ตัว วิธีที่ 1 : "จ่ายให้ตัวเองก่อน" (Pay Yourself First) อย่างสม่ำเสมอ
นี่คือหลักการพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของการออมเงิน แทนที่จะรอให้เหลือแล้วค่อยเก็บ ให้คุณตั้งใจหักเงินออมจำนวนหนึ่งออกจากรายได้ทันทีที่เงินเดือนเข้าบัญชี เงินส่วนนี้ควรถูกโอนไปยังบัญชีเงินออมหรือบัญชีลงทุนที่แยกต่างหากทันที หลักการ : ทำให้การออมเป็นรายจ่ายแรกสุดของคุณ ไม่ใช่รายจ่ายสุดท้ายที่เหลือจากส่วนอื่น ตัวอย่าง

  • เป้าหมาย 1 ล้านบาทใน 3 ปี (36 เดือน) : คุณต้องออมให้ได้ประมาณ 27,778 บาทต่อเดือน (1,000,000 / 36)

  • เป้าหมาย 1 ล้านบาทใน 5 ปี (60 เดือน) : คุณต้องออมให้ได้ประมาณ 16,667 บาทต่อเดือน (1,000,000 / 60)วิธีที่ 2 : ตั้งงบประมาณและติดตามการใช้จ่ายอย่างละเอียด
    การรู้ว่าเงินของคุณไปอยู่ที่ไหนเป็นสิ่งสำคัญในการควบคุมค่าใช้จ่าย การทำงบประมาณจะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมและสามารถระบุจุดที่สามารถประหยัดได้ หลักการ : วางแผนการใช้จ่ายล่วงหน้า และบันทึกทุกการใช้จ่ายเพื่อดูว่าตรงตามแผนหรือไม่ ตัวอย่าง

  • ลองใช้แอปพลิเคชันบันทึกรายรับ-รายจ่าย เพื่อติดตามค่าใช้จ่ายในแต่ละหมวดหมู่

  • กรณีศึกษา : คุณพบว่าในแต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายกับการดื่มกาแฟแก้วละ 120 บาท สัปดาห์ละ 5 ครั้ง (20 ครั้งต่อเดือน) รวมเป็น 2,400 บาท และค่าสั่งอาหารเดลิเวอรี่สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 150 บาท (12 ครั้งต่อเดือน) รวมเป็น 1,800 บาท หากคุณลดการดื่มกาแฟเหลือสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และลดการสั่งเดลิเวอรี่เหลือสัปดาห์ละ 1 ครั้ง คุณจะประหยัดเงินไปได้ 1,680 บาท + 1,200 บาท = 2,880 บาทต่อเดือน เงินก้อนนี้สามารถนำไปโปะเงินออมของคุณได้ทันทีวิธีที่ 3 : ลด "รายจ่ายแฝง" และ "สิ่งที่ไม่จำเป็น"
    รายจ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ดูเหมือนไม่สำคัญ แต่เมื่อรวมกันแล้วอาจเป็นก้อนใหญ่ที่ไม่จำเป็น หลักการ : ทบทวนค่าใช้จ่ายที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์หรือความสุขที่ยั่งยืน และตัดทิ้งไป ตัวอย่าง

  • ค่าสมัครสมาชิกรายเดือนที่ไม่ใช้ : บริการสตรีมมิ่งหลายแพลตฟอร์ม แอปพลิเคชันฟิตเนสที่คุณไม่ได้ใช้ หรือยิมที่คุณไม่ค่อยไป ลองยกเลิกสิ่งที่ไม่ได้ใช้จริง

  • ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากนิสัย : การซื้อของลดราคาที่ไม่จำเป็น การกินข้าวนอกบ้านบ่อยเกินไป ค่าแท็กซี่/ไรด์แชร์ที่สามารถเดินหรือใช้ขนส่งสาธารณะได้

  • กรณีศึกษา : คุณมีค่าสมาชิก Netflix (349 บาท), Disney+ (289 บาท), และ YouTube Premium (159 บาท) รวม 797 บาทต่อเดือน หากคุณเลือกใช้แค่แพลตฟอร์มเดียวที่คุณดูบ่อยที่สุด คุณจะประหยัดได้เกือบ 600 บาทต่อเดือนวิธีที่ 4 : เพิ่มรายได้จากช่องทางอื่น
    การเพิ่มรายรับเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายเก็บเงินล้านได้เร็วขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องลดทอนคุณภาพชีวิตมากเกินไป หลักการ : สร้างรายได้จากทักษะที่คุณมี หรือหางานเสริมที่เหมาะสม ตัวอย่าง

  • งานเสริม : รับงานฟรีแลนซ์ตามความถนัด เช่น กราฟิกดีไซน์ เขียนบทความ แปลภาษา สอนพิเศษ หรือหางานพาร์ทไทม์หลังเลิกงาน/วันหยุด

  • ขายของออนไลน์ : หากคุณมีสินค้าที่น่าสนใจ หรือสามารถสร้างสรรค์อะไรบางอย่างได้ ลองเปิดร้านค้าออนไลน์เล็ก ๆ

  • นำงานอดิเรกมาสร้างรายได้ : หากคุณชอบทำขนม ทำงานฝีมือ หรือถ่ายภาพ ลองเปลี่ยนงานอดิเรกเหล่านี้ให้เป็นช่องทางสร้างรายได้

  • กรณีศึกษา : คุณมีทักษะในการเขียนภาษาอังกฤษ หากรับงานแปลบทความสั้น ๆ ได้เดือนละ 2,000 บาท นี่คือเงิน 24,000 บาทต่อปี ที่จะช่วยให้คุณถึงเงินล้านได้เร็วขึ้นวิธีที่ 5 : นำเงินออมไป "ลงทุน" เพื่อให้เงินทำงาน
    การเก็บเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้เงินเติบโตได้รวดเร็วตามเป้าหมาย เงินเฟ้อจะลดทอนอำนาจซื้อของเงินคุณ ดังนั้น การลงทุนอาจจะเป็นวิธีเก็บเงินล้านที่ช่วยให้เงินของคุณงอกเงยมากยิ่งขึ้น หลักการ : ศึกษาและเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก โดยคำนึงถึงความเสี่ยงที่รับได้ ตัวอย่าง

  • กองทุนรวม : สำหรับมือใหม่ กองทุนรวมเป็นทางเลือกที่ดี เพราะมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพดูแล สามารถเลือกลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงิน กองทุนรวมตราสารหนี้ หรือกองทุนรวมหุ้นที่มีความเสี่ยงแตกต่างกันไป

  • หุ้น/พันธบัตร : สำหรับผู้ที่มีความรู้และรับความเสี่ยงได้สูงขึ้น

  • การลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ : เช่น อสังหาริมทรัพย์, ทองคำ ซึ่งต้องศึกษาให้ดี

  • กรณีศึกษา : หากคุณออมเงินได้เดือนละ 16,667 บาท และนำไปฝากบัญชีออมทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี กว่าจะถึง 1 ล้านบาท อาจใช้เวลานานกว่า 5 ปี แต่หากคุณนำเงิน 16,667 บาทนี้ไปลงทุนในกองทุนรวมที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5% ต่อปี คุณอาจจะสามารถสร้างเงินล้านได้เร็วขึ้น หรือมีเงินก้อนใหญ่กว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อครบ 5 ปีการมีเงินล้านไม่ใช่ความฝันที่ไกลเกินเอื้อม หากคุณเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ด้วยความมีวินัยและความตั้งใจจริง การใช้ 5 เคล็ดลับวิธีเก็บเงินล้านนี้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งการจ่ายให้ตัวเองก่อน การวางแผนงบประมาณ การลดรายจ่าย การเพิ่มรายได้ และการลงทุน จะช่วยให้คุณเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและบรรลุเป้าหมายเงินล้านได้อย่างแน่นอน ขอให้โชคดีกับการเดินทางสู่ความมั่งคั่ง !

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...