โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สภามติฉลุย 454 เสียง ร่างพ.ร.บ.เปลี่ยนชื่อ ‘สำนักงานทรัพย์สินฯ’ เป็น พระคลังข้างที่

Khaosod

อัพเดต 28 พ.ค. 2568 เวลา 08.40 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 08.03 น.
มติสภาฯ ผ่านฉลุย 3 วาระรวด เปลี่ยนชื่อ ‘สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์’ เป็น‘สำนักงานพระคลังข้างที่’ ปชน.ไม่ขัดข้องเปลี่ยนชื่อ แต่ไม่เห็นด้วย ครม.เร่งรัดกว่าปกติ ชี้กม.สำคัญควรรอบคอบ

มติสภาฯ ผ่านฉลุย 3 วาระรวด เปลี่ยนชื่อ ‘สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์’ เป็น‘สำนักงานพระคลังข้างที่’ ปชน.ไม่ขัดข้องเปลี่ยนชื่อ แต่ไม่เห็นด้วย ครม.เร่งรัดกว่าปกติ ชี้กม.สำคัญควรรอบคอบ

เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 28 พ.ค.2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญ มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ (ฉบับที่…) พ.ศ….

โดยนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอหลักการว่า เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พ.ศ.2561 เพื่อเปลี่ยนชื่อ สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เป็น สำนักงานพระคลังข้างที่ และโอนกิจการของสำนักพระราชวังเฉพาะส่วนของพระคลังข้างที่ไปเป็นส่วนของสำนักงานพระคลังข้างที่ โดยที่พระคลังข้างที่ เป็นหน่วยงานที่มีภาระหน้าที่ดูแลพระราชทรัพย์ของพระมหากษัตริย์มาตั้งแต่โบราณกาล

ต่อมามีการจัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เพื่อทำหน้าที่แทน เพื่อสืบทอดความเป็นมาให้สอดคล้องกับโบราณราชประเพณี จึงสมควรเปลี่ยนชื่อ สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เป็น สำนักงานพระคลังข้างที่ และสมควรรวมกิจการสำนักพระราชวังเฉพาะ ในส่วนที่เกี่ยวกับพระคลังข้างที่เดิมเข้ามาบริหารจัดการในส่วนของพระคลังข้างที่ตามพ.ร.บ.นี้ และเพื่อให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว คณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงมีมติให้แจ้งสภาฯ พิจารณาด้วยคณะกรรมาธิการ(กมธ.)เต็มสภา

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายว่า สาระสำคัญจริงๆ ของกฎหมายฉบับนี้เป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ พวกตนไม่มีประเด็นอะไรที่จะคัดค้านร่างกฎหมายฉบับนี้

แต่ในฐานะผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง อยากให้การเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นไปตามกระบวนการนิติบัญญัติปกติ ไม่อยากให้เสนอกฎหมายฉบับนี้ด้วยกระบวนการพิเศษ เช่น การพิจารณา 3 วาระรวดผ่านกมธ.เต็มสภา ให้จบเพียงแค่ 1 วัน ที่ครม.เสนอมา เพราะถ้ายิ่งเป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันที่เป็นพระประมุขของชาติ สภาของเรายิ่งต้องควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วนรอบคอบ ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัย หรือการตั้งคำถามในหมู่ประชาชน

ยืนยันว่าผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชน จะทำหน้าที่พิทักษ์ปกป้องระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เราจะระมัดระวังไม่ให้กฎหมายใดถูกติฉินนินทา หรือมีข้อครหาได้ว่า มีใครที่มีความพยายามทำให้หลุดพ้นไปจากกรอบที่ว่านี้ ที่พระมหากษัตริย์ ต้องทรงปกเกล้า แต่ไม่ปกครอง อันเป็นการรักษาพระราชสถานะของประมุข ให้ปราศจากจากการเมืองอย่างแท้จริง

ดังนั้น ถึงแม้พวกตนจะรับหลักการในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้ แต่ก็ไม่อาจเห็นด้วยกับกระบวนการที่ ครม.เสนอให้มีการใช้กมธ.เต็มสภา เพื่อเร่งรัดกระบวนการในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้

ต่อมานพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายว่า การพิจารณาด้วยกรรมาธิการเต็มสภา พิจารณาในวาระที่ 1 และ 2 ในคราวเดียวกัน เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้หลักการที่เสนอเข้ามาโดย ครม. เป็นเพียงการเปลี่ยนแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2561 เพื่อเปลี่ยนชื่อสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เป็นสำนักงานพระคลังข้างที่ และโอนกิจการของสำนักพระราชวัง เฉพาะส่วนงานพระคลังข้างที่ เป็นของสำนักพระคลังข้างที่ ซึ่งมีอยู่ 6 มาตรา

“ดังนั้น การพิจารณาในชั้นกมธ. ช่วยกันพิจารณาได้ ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ไม่เกี่ยวเนื่องกับการบริหารทรัพย์สินใดๆ ประเด็นที่มีสมาชิกพูดถึงการบริหารทรัพย์สิน ใช้ประโยชน์ทรัพย์สิน การจัดการทรัพย์สิน เป็นการพูดนอกประเด็น ประธานสภาฯ ต้องระมัดระวังอะไรที่นอกประเด็น ไม่ควรให้อภิปราย ต้องอยู่ในประเด็นเท่านั้นจะให้เปลี่ยนหรือไม่ให้เปลี่ยน

ถ้าไม่เห็นด้วยก็บอกไม่เห็นด้วย ให้กลับไปเป็น สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เหมือนเดิมก็ว่าไป แต่จะก้าวล่วงการบริหารทรัพย์สิน มันคือเรื่องนอกประเด็น ย้ำว่า ผมเห็นด้วยกับการตั้งกมธ.เต็มสภา ไม่มีอะไรซับซ้อนอยู่ในตัวบททั้งหมด” นพ.ชลน่าน กล่าว

นายณัฐพงษ์ ขอใช้สิทธิชี้แจงว่า ตนเกรงว่าจะมีความเข้าใจผิด ซึ่งตนพูดชัดเจนว่าสาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้คือการเปลี่ยนชื่อเท่านั้น ยืนยันว่าพวกเราไม่ได้คัดค้าน และเห็นด้วยกับการรับหลักการร่าง พ.ร.บ.นี้ เพียงแต่ไม่เห็นด้วยกับกระบวนการที่ ครม.จะเร่งรัดเท่านั้น ขอบคุณ นพ.ชลน่าน ที่ทำให้ชัดเจนมากขึ้นว่า การบังคับใช้ข้อบังคับที่ 120 วรรคสอง จะต้องอาศัยมติของที่ประชุม

จากนั้นนายพิเชษฐ์ จึงเรียกให้มีการลงมติว่าจะเห็นชอบให้ตั้ง กมธ.เต็มสภาหรือไม่ โดยผลการลงมติของสมาชิกที่ประชุม 453 เสียง เสียงเห็นชอบ 451 เสียง และงดออกเสียง 2 เสียง

ก่อนที่นายชูศักดิ์ จะชี้แจงว่า ในชั้น ครม.ที่พิจารณาเรื่องนี้ก็ได้พูดคุยกันพอสมควร ว่าจะให้สภาฯ พิจารณาแบบกรรมาธิการเต็มสภา 3 วาระ จะสมควรหรือไม่ประการใด เพราะข้อบังคับ 120 นอกจาก ครม.แล้ว ยังเปิดให้สมาชิกเสนอได้ แต่ในท้ายสุด ครม.ก็ทราบดีว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินส่วนสถาบันฯ และเป็นเพียงแค่ถ้อยคำ ไม่ได้มีข้อยุ่งยาก

กฎหมายมี 6 มาตรา เป็นรูปแบบ 3 มาตรา เนื้อหาจริงมีเพียง 3 มาตรา จากการได้ค้นคว้ากฎหมายทำนองนี้ในอดีต ส่วนใหญ่จะใช้กรรมาธิการเต็มสภาอยู่หลายครั้ง ครม.จึงเห็นว่า หาก ครม.เสนอพิจารณาแบบกมธ.เต็มสภา ก็จะเป็นความสง่างาม และให้ ครม.เร่งทำกฎหมายนี้ให้เสร็จโดยเร็ว

นายพิเชษฐ์ จึงขอให้ดำเนินการตามที่ ครม.ร้องขอ จากนั้นนายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ประธานใช้อำนาจวินิจฉัยตีความข้อบังคับตามที่ ครม.ร้องขอโดยไม่มีมติใช่หรือไม่ นายพิเชษฐ์ จึงกล่าวว่าตนไม่ได้ตีความ แต่ทำตามข้อบังคับ ข้อบังคับมีเว้นวรรคถ้า ครม.ร้องขอหรือสมาชิก 20 คนเข้าชื่อจะสามารถตรวจได้ แต่ถ้าครม.ร้องขอก็ทำตามที่ร้องขอได้ ตนจึงขอวินิจฉัยตามนี้

จากนั้น ที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวในวาระ 2 และ 3 โดยผลการลงมติจากสมาชิกในที่ประชุม 456 คน ลงคะแนนเสียงเห็นชอบ 454 คน งดออกเสียง 2 คน โดยไม่มีลงคะแนนเสียงไม่เห็นชอบ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สภามติฉลุย 454 เสียง ร่างพ.ร.บ.เปลี่ยนชื่อ ‘สำนักงานทรัพย์สินฯ’ เป็น พระคลังข้างที่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...