โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

China Shock ไม่แย่เสมอไป ช่วยลดเงินเฟ้อ-ธนาคารกลางเบาตัว

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 02.10 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 02.10 น.

คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

China Shock หรือแรงกระแทกฉับพลันจากจีน ซึ่งหมายถึงการที่จีนผลิตสินค้ามากเกินไปจนล้นความต้องการในประเทศ ประกอบกับเศรษฐกิจภายในประเทศอ่อนแอลง กำลังซื้อในประเทศถดถอย จึงใช้วิธีระบายสินค้าเหล่านั้นไปขายต่างประเทศในราคาถูก ทำให้ประเทศต่าง ๆ ได้รับผลกระทบ กลายเป็นคำที่ถูกพูดถึงบ่อยขึ้นและกว้างขึ้น

นอกจากปัจจัยในประเทศแล้ว ปัจจัยนอกประเทศก็สำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้เกิด China Shock นั่นก็คือการถูกสหรัฐเล่นงานด้วยกำแพงภาษี จนส่งออกไปสหรัฐลดน้อยลงเรื่อย ๆ มาเป็นเวลาหลายปี และยิ่งเข้มข้นมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เล่นงานจีนรุนแรงกว่าสมัยแรก

เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็หมายถึงว่าระดับของ China Shock หรือการที่จีนจะระบายสินค้าไปยังภูมิภาคอื่นเพื่อทดแทนสหรัฐจะยิ่งเข้มข้นขึ้น ซึ่งอย่างที่ทราบกัน ได้ทำให้ทั่วโลกเกิดความวิตกกังวล เพราะจะทำให้ผู้ผลิตภายในประเทศได้รับผลกระทบ เนื่องจากไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ หลายประเทศก็ได้ตั้งการ์ดป้องกันตัวเอง ด้วยการขยับขึ้นภาษีสินค้าจากจีน

ซีเอ็นบีซีรายงานว่า อย่างไรก็ตาม ในสายตาของนักเศรษฐศาสตร์บางคน เห็นว่าท่ามกลางแง่ลบของสินค้าราคาถูกจากจีน ก็ยังมีแง่ดีซ่อนอยู่สำหรับบางประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีปัญหาเงินเฟ้อสูงจนกระทบต่อค่าครองชีพในระดับของประชาชน

“เอสวาร์ พราซาด” อาจารย์มหาวิทยาลัยคอร์เนลชี้ว่า ความกลัวว่าจะถูกสินค้าราคาถูกจากจีนไหลบ่าเข้าไปในประเทศ ทำให้หลายประเทศเริ่มตั้งกำแพงภาษีสินค้าจากจีน แต่สำหรับประเทศที่มีปัญหาเงินเฟ้อสูง สินค้าราคาถูกจากจีนมีผลดีต่อผู้บริโภค อันจะส่งผลให้บรรดาธนาคารกลางมีความผ่อนคลายจากแรงกดดันที่จะต้องดิ้นรนหาวิธีลดค่าครองชีพของประชาชน พร้อมกับการพยายามทำให้เศรษฐกิจเติบโตท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าที่สูงขึ้น

นิก มาร์โร นักเศรษฐศาสตร์ของ Intelligence Unit กล่าวในทำนองเดียวกันว่า สำหรับประเทศที่มีฐานการผลิตในประเทศจำกัด อย่างเช่น ออสเตรเลีย สินค้าราคาถูกจากจีนอาจช่วยลดวิกฤตค่าครองชีพและดึงเงินเฟ้อลงมา

ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ของโนมูระเชื่อว่า เงินเฟ้อที่ลดลงจะปูทางให้ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในเอเชียที่มีความเสี่ยงด้านการเติบโตสามารถลดดอกเบี้ยได้อีก ความเคลื่อนไหวของดอกเบี้ยจะแยกจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยธนาคารกลางอินเดียจะลดดอกเบี้ยเพิ่มอีก 1% ตลอดเวลาที่เหลือของปีนี้ ส่วนฟิลิปปินส์ ไทยจะลดดอกเบี้ยประเทศละ 0.75% ออสเตรเลียและอินโดนีเซียลดอีก 0.5% เกาหลีใต้ 0.25%

โนมูระยกตัวอย่างว่า สิงคโปร์เป็นประเทศหนึ่งที่ปัญหาค่าครองชีพเป็นประเด็นร้อนของประเทศ แต่การนำเข้าสินค้าราคาถูกจากจีนจะทำให้เงินเฟ้อพื้นฐานของประเทศลดลงอย่างน่าประหลาดใจ ซึ่งไม่เพียงสิงคโปร์เท่านั้นที่จะได้รับผลดีด้านเงินเฟ้อจากสินค้าจีนราคาถูก แต่มีแนวโน้มที่ภาวะเช่นนี้จะเกิดขึ้นกับเอเชียทั้งหมด

วินเซนต์ เสวีย ผู้บริหารของ Webuy Global แห่งสิงคโปร์ ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกออนไลน์จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐเปิดเผยว่า ส่วนใหญ่แล้วบริษัทจะใช้ซัพพลายเออร์จากจีนเป็นหลัก แต่นับจากปลายปีที่แล้ว ซัพพลายเออร์จีนราว 1 ใน 3 มีปัญหาสินค้าในคลังล้นเกิน จึงเสนอลดราคาให้กับบริษัทมากถึง 70% การแข่งขันในจีนสูงมาก ทำให้ผู้ผลิตเครื่องดื่มและอาหารรายใหญ่ ๆ ต้องการลดสต๊อกสินค้าในคลังลง ในขณะที่ความต้องการของผู้บริโภคในประเทศลดลง

ที่ผ่านมาบรรดาประเทศในเอเชียต่างระแวงจีนในเรื่องการผลิตที่ล้นเกินมาตั้งแต่ก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะประกาศเก็บภาษีต่างตอบโต้แบบครอบคลุมกับทุกประเทศด้วยซ้ำไป หลายประเทศประกาศเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด เพื่อปกป้องผู้ผลิตของตน บางประเทศ เช่น อินเดีย เวียดนาม อินโดนีเซีย ใช้หลายมาตรการปกป้องผู้ประกอบการในประเทศ

นับตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1990 ไปจนถึงต้นทศวรรษ 2000 ทั่วโลกประสบกับสิ่งที่เรียกว่า China Shock เมื่อการนำเข้าสินค้าราคาถูกจากจีนพุ่งขึ้น และช่วยกดเงินเฟ้อให้ต่ำลง แต่ขณะเดียวกันก็ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตในประเทศ

ช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ (2025) จีนส่งออกไปอาเซียนเพิ่มขึ้น 11.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่ส่งออกไปสหรัฐลดลง 2.5% เฉพาะเมษายนเดือนเดียว การส่งออกไปอาเซียนทะยานขึ้น 20.8% ส่งออกไปสหรัฐดิ่งลง 21%

โนมูระชี้ว่า ในขณะที่ประเทศส่วนใหญ่นั้น การไหลบ่าของสินค้าราคาถูกจากจีนเป็นการได้อย่างเสียอย่างชดเชยกัน กล่าวคือช่วยลดเงินเฟ้อ แต่ก็ส่งผลเสียต่อผู้ผลิตในประเทศ แต่หลายประเทศ เช่นไทยเรื่องนี้อาจกลายเป็นดาบสองคม โดยประเทศไทยมีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบหนักสุดจาก China Shock จนอาจนำไปสู่ภาวะ “เงินฝืด” ภายในปีนี้ ในขณะที่เงินเฟ้อของอินเดีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ จะลดลงต่ำกว่าเป้าหมายของธนาคารกลาง

สำหรับสถานการณ์ส่งออกล่าสุดของจีนนั้น ในเดือนพฤษภาคมการส่งออกโดยรวมเพิ่มขึ้น 4.8% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 5% แต่ก็ชะลอตัวลงมากจากเดือนเมษายนที่เติบโต 8.1% ทั้งนี้ การส่งออกไปสหรัฐลดลงมากถึง 34.5% เมื่อเทียบรายปี หรือลดลงมากที่สุดนับจากเดือนกุมภาพันธ์ 2020 การเกินดุลการค้ากับสหรัฐลดลง 41.55% เมื่อเทียบรายปี อย่างไรก็ตาม การเกินดุลการค้าโดยรวมในเดือนพฤษภาคมก็ยังเพิ่มขึ้น 25%

ถึงแม้จะส่งออกไปสหรัฐลดลงมาก แต่ก็ถูกชดเชยด้วยตลาดอื่น โดยจีนส่งออกไปอาเซียนในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 15% ส่งออกไปสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้น 12% แอฟริกาเพิ่มขึ้นมากกว่า 33%

นักวิเคราะห์เชื่อว่าในเดือนมิถุนายนการส่งออกของจีนไปยังสหรัฐน่าจะฟื้นตัว เพราะจะเป็นเดือนที่จีนรับผลดีเต็มเดือนจากการที่สหรัฐยอมลดภาษีเป็นการชั่วคราว 90 วัน เมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จาก 145% เหลือ 30% เพื่อรอให้มีการเจรจาการค้า ซึ่งล่าสุดสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับกรอบการค้าแล้ว เหลือเพียงการตัดสินใจขั้นสุดท้ายจากประธานาธิบดีของทั้งสองประเทศ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : China Shock ไม่แย่เสมอไป ช่วยลดเงินเฟ้อ-ธนาคารกลางเบาตัว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...