วันนี้! ชิ้นส่วนยานอวกาศ ‘COSMOS 482’ หนัก 500 กก. พุ่งสู่พื้นโลกด้วยความเร็ว 70 เมตร/วินาที
The Bangkok Insight
อัพเดต 09 พ.ค. 2568 เวลา 16.18 น. • เผยแพร่ 10 พ.ค. 2568 เวลา 01.00 น. • The Bangkok Insightวันนี้! ชิ้นส่วนยานอวกาศ "COSMOS 482" หนัก 500 กก. ที่โคจรรอบโลกนานกว่า 53 ปี พุ่งสู่พื้นโลกด้วยความเร็ว 70 เมตร/วินาที
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ระบุว่า คอสมอส 482 คือ อดีตยานของโซเวียตที่ล้มเหลวในการเดินทางไปยังดาวศุกร์ ตั้งแต่ในยุคสมัยสงครามเย็น และโคจรอยู่รอบโลกนานกว่า 53 ปี
ขึ้นสู่อวกาศตั้งแต่ปี 1972
ยานคอสมอส 482 (Cosmos 482) ของอดีตสหภาพโซเวียตถูกส่งขึ้นสู่อวกาศในช่วงปลายเดือนมีนาคม ค.ศ. 1972 เป็นยานสำหรับลงจอดบนพื้นผิวดาวศุกร์ แต่ระหว่างเดินทาง ยานไม่สามารถออกจากวงโคจรระดับต่ำรอบโลกได้ และแยกออกเป็นชิ้นส่วนหลายชิ้น ซึ่งชิ้นส่วนใหญ่ ๆ รวมถึงยานลงจอด ยังคงค้างอยู่ในวงโคจรรอบโลกมานาน 53 ปีจนถึงปัจจุบัน
สาเหตุเกิดจากจรวดท่อนบนของจรวดโซยุซ (Soyuz) ที่ใช้ส่งยานไปยังดาวศุกร์ ได้หยุดการทำงานก่อนกำหนด ทำให้ยานถูกทิ้งค้างไว้ในวงโคจรรอบโลก
ซึ่งล่าสุด Marco Langbroek นักติดตามดาวเทียมในห้วงอวกาศรอบโลกชาวเนเธอร์แลนด์ พบว่ายานลำนี้อาจจะตกลงสู่โลกแบบไร้การควบคุมในช่วงวันที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ. 2025 หลังจากการติดตามชิ้นส่วนยานลำนี้ด้วยกล้องโทรทรรศน์มาหลายปี
ยานทนความร้อนที่จะตกกลับสู่โลก
หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการตกกลับสู่โลกของยานคอสมอส 482 คือ ยานลงจอดที่ออกแบบให้สามารถฝ่าบรรยากาศหนาทึบของดาวศุกร์ อาจสามารถรอดจากการฝ่าบรรยากาศโลกที่เบาบางกว่าบรรยากาศดาวศุกร์ได้ นั่นหมายความว่า ยานอาจไม่ได้ถูกเผาไหม้ไปจนหมดในชั้นบรรยากาศโลก สามารถฝ่าชั้นบรรยากาศและตกลงสู่พื้นผิวโลกในที่สุด
ยานคอสมอส 482 เป็นยานสำรวจดาวศุกร์ที่เป็นฝาแฝดกับยานเวเนรา 8 (Venera8) ของอดีตสหภาพโซเวียต ซึ่งเวเนรา 8 เป็นยานสำรวจลำที่ 2 ที่สามารถลงจอดบนพื้นผิวดาวศุกร์ โดยถูกส่งขึ้นสู่อวกาศในปลายเดือนมีนาคม ค.ศ. 1972 ก่อนลงจอดสำเร็จเมื่อเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน และส่งข้อมูลกลับมายังโลกนาน 50 นาที ก่อนที่จะยุติการทำงานจากสภาพแวดล้อมโหดร้ายบนดาวศุกร์
ขณะที่ ยานคอสมอส 482 ที่เป็นยานฝาแฝด ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศหลังยานเวเนรา 8 เพียง 4 วัน เมื่อออกจากวงโคจรรอบโลกไม่สำเร็จ ก็กลายเป็นขยะอวกาศอยู่รอบโลกและค่อย ๆ ลดระดับลงมา โดยชิ้นส่วนของยานที่ค้างอยู่ในวงโคจรรอบโลกเป็นยานลงจอดที่มีมวล 495 กิโลกรัม และสามารถทนต่อความร้อนสูงในการพุ่งฝ่าบรรยากาศหนาทึบได้
การตกลงสู่โลกของยานคอสมอส 482
รายละเอียดข้อมูลว่าชิ้นส่วนยานคอสมอส 482 จะตกลงสู่โลก ณ พื้นที่ใดและเวลาไหนยังไม่เป็นที่แน่ชัด โดยข้อมูลที่ทาง Langbroek ทราบคือ ระนาบวงโคจรของยานเอียงจากระนาบเส้นศูนย์สูตรโลกเป็นมุม 51.7 องศา
ดังนั้น ยานสามารถตกลงมาสู่พื้นผิวโลกได้ในบริเวณระหว่างละติจูด 52 องศาเหนือ - 52 องศาใต้ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทวีปแอฟริกา, อเมริกาใต้, ออสเตรเลีย, สหรัฐฯ ทั้งหมด, ส่วนหนึ่งของแคนาดา ยุโรปและเอเชีย
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทาง Langbroek ร่วมกับเพื่อนร่วมงาน Dominic Dirkx ได้พัฒนาแบบจำลองเชิงทฤษฎีในคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับการตกของยานคอสมอส 482 ใน TUDAT (TU Delft Astrodynamics Toolbox) ฐานข้อมูลแบบเปิดของซอฟต์แวร์เกี่ยวกับการวิจัยด้านกลศาสตร์การโคจรและอวกาศ ที่พัฒนาและจัดการโดยคณะวิศวกรรมการบินอวกาศ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเดลฟท์ (TU Delft) ในเนเธอร์แลนด์ ที่ Langbroek ทำงานอยู่
น้ำหนัก 500 กก.กว้าง 1 เมตร
ทาง Langbroek รายงานว่า แม้ยานลงจอดบนดาวศุกร์ลำนี้จะมีร่มชูชีพสำหรับใช้กางเพื่อชะลอความเร็วของยานในบรรยากาศดาวศุกร์ แต่เขาไม่คิดว่าร่มชูชีพอันนี้จะใช้งานได้แล้วในปัจจุบัน จึงมองว่าหากยานรอดจากการพุ่งฝ่าบรรยากาศโลก ยานจะตกลงมาพุ่งชนถึงพื้นผิวโลก
และในแบบจำลองของเขาพบว่าความเร็วท้ายสุดที่ระดับพื้นผิวโลกในการตกลงมาของยาน อยู่ที่ประมาณ 65-70 เมตร/วินาที ซึ่งชิ้นส่วนยานที่ตกลงมามีมวลเกือบ 500 กิโลกรัม และมีขนาดความกว้าง 1 เมตร
ความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอันตรายและความเสียหายต่อประชาชนจึงใกล้เคียงกับอุกกาบาตโดยทั่วไป ที่ถือว่าน้อยนิดมาก แต่ก็ไม่ได้เป็นศูนย์
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ชิ้นส่วนยานอวกาศ ‘COSMOS 482’ เตรียมตกสู่พื้นโลก 10 พ.ค. กระทบไทยหรือไม่ เช็กที่นี่!
- เช็กด่วน! สถานทูตเตือน ห้ามนำยา 7 รายการเข้าเกาหลี เจอคุก 10 ปี ปรับ 2.3 ล้านบาท
- นายกฯ หนุนแนวคิด ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร รับวันเกษตรปี 2568
ติดตามเราได้ที่