หุ้นไทยวันนี้ แกว่งไซด์ในกรอบ 1,180-1,200 จุด จับตาตัวเลข GDP ไทย-ประชุมบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจ
หุ้นไทยวันนี้ 19 พ.ค. นักวิเคราะห์คาดแกว่งไซด์เวย์หรือไซด์เวย์ดาวน์ในกรอบ 1,180-1,200 จุด ไร้ปัจจัยหนุนใหม่ และข่าวมูดี้ส์หั่นอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวสหรัฐฯ เป็น Aa1 จาก Aaa ติดตามรายงานตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/68 ของไทย และประชุมบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจทบทวนโครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท
วันที่ 19 พฤษภาคม 2568 บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่งลง แต่มีโอกาสรีบาวด์ที่แนวรับ หลังลงมาใกล้แนวรับสำคัญ 1,185/1,180 จุด
อย่างไรก็ดี หากหลุดต่ำกว่ามีโอกาสปรับลงได้ต่อเนื่อง และคาดว่าการฟื้นตัวของตลาดยังจำกัดอยู่ที่แนวต้าน 1,205/1,215 เช่นเดียวกับวันก่อน ระยะสั้นเย็นวันนี้ติดตามการประชุมบอร์ดนโยบายเศรษฐกิจ เพื่อรักษาการเติบโต GDP ไม่น้อยกว่า 2% ส่วนระยะกลางมีความเสี่ยงเพิ่ม หลังจากสหรัฐฯ จะประกาศภาษีนำเข้าใหม่เพียงฝ่ายเดียว โดยไม่เจรจาทวิภาคีในอีก 2–3 สัปดาห์
ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสพักตัวรอหาปัจจัยหนุนใหม่และความคืบหน้าการเจรจากการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ หลังดัชนีได้ปรับตัวขึ้นไปตอบรับสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ผ่อนคลายลงในระดับหนึ่ง จนทำให้ SET ปรับขึ้นมายืนเหนือ 1,200 จุด ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่า 3% เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาคก่อนเกิดเหตุการณ์ทรัมป์ประกาศภาษีศุลกากรตอบโต้ประเทศคู่ค้าแล้ว
อย่างไรก็ดีหากดัชนีปรับลงหรือพักตัวลงมาที่ระดับ 1,155/1,120-1,100 มองจะเป็นโอกาสเข้าซื้อสะสมสำหรับนักลงทุนระยะยาว หลังประเมินว่าสถานการณ์สงครามการค้าโลกที่เลวร้ายสุดได้ผ่านไปแล้วในแง่ของระดับภาษีที่สูงสุด รวมทั้งอยู่ระหว่างการประกาศข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้าต่างๆ ในระยะถัดไป ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงคงแนะนำให้ “Selective Buy”
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดแกว่งตัวไซด์เวย์หรือไซด์เวย์ดาวน์อ่อน ๆ โดยตลาดยังไร้ปัจจัยกระตุ้นใหม่
และมีกรณีมูดี้ส์ เรทติ้งส์ปรับลดอันดับเครดิตความน่าเชื่อถือระยะยาวของรัฐบาลสหรัฐฯ จากระดับ Aaa ลงสู่ระดับ Aa1 เมื่อวันศุกร์ (16 พ.ค.) เนื่องจากปัญหาหนี้สาธารณะของรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้น
สำหรับในประเทศวันนี้ให้ติดตามรายงานตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/68 ของประเทศไทย และผลประชุมคณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะมีการพิจารณาทบทวนโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3-4 โดยงบประมาณ 1.57 แสนล้านบาท ที่วางไว้อาจจะถูกนำมาใช้ในโครงการอื่นที่คณะกรรมการมองว่าเหมาะสมกว่าแทน
พร้อมทั้งให้กรอบแนวรับ 1,188 จุด และแนวต้าน 1,200 - 1,205 จุด
บล.พาย ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1,170 – 1,220 จุด ทั้งนี้ในเชิงกลยุทธ์ยังแนะทยอยลดพอร์ตการลงทุนเพราะความเสี่ยงปัจจัยพื้นฐานและเศรษฐกิจไทยที่มีความเป็นไปได้จะผ่านจุดสูงสุดแล้วในช่วง 1Q25
แต่อย่างไรก็ตามระยะสั้นอาจเลือก Trading ในหุ้นที่กระแสเงินทุนต่างชาติอาจไหลมา โดยเฉพาะหุ้นใหญ่ อาทิ ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK KTB SCB) ค้าปลีก (CPALL) อาหาร (CPF) พลังงาน (PTTEP)