นิกเกอิ ปิดตลาดลบ 467.88 จุด ความไม่แน่นอนถ่วงตลาด หลังศาลสหรัฐฯ อนุมัติ “ทรัมป์” เดินหน้ามาตรการภาษี
ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงในวันนี้ (30 พ.ค.) ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น หลังจากศาลอุทธรณ์กลางของสหรัฐฯ อนุญาตให้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เดินหน้ามาตรการเก็บภาษีแบบครอบคลุมได้ต่อไป แม้ว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ระงับมาตรการดังกล่าวก่อนหน้านี้
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนี นิกเกอิ ปิดตลาดที่ระดับ 37,965.10 จุด ลดลง 467.88 จุด หรือ -1.22%
หุ้นที่ปรับตัวลงนำโดยกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า, กลุ่มเครื่องมือชั่งตวงวัด และกลุ่มบริการ
ในช่วงหนึ่งของการซื้อขาย ดัชนีนิกเกอิปรับตัวลงไปกว่า 600 จุด โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ขนาดใหญ่ที่ถูกเทขายทำกำไรหลังพุ่งขึ้นแรงวันก่อน ส่วนหุ้นส่งออก เช่น ยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ก็เจอแรงกดดันจากเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตลาดเริ่มฟื้นตัวในช่วงบ่าย หลังนักลงทุนหันไปเก็บหุ้นกลุ่มที่อิงกับอุปสงค์ในประเทศ เช่น กลุ่มยาและเกษตรกรรม ซึ่งโบรกเกอร์มองว่าได้รับผลกระทบจากเงินเยนแข็งค่าน้อยกว่า
มากิ ซาวาดะ นักกลยุทธ์ในแผนกเนื้อหาการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์โนมูระกล่าวว่า เมื่อมองจากการเจรจาระหว่างสองรัฐบาล โอกาสที่สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าญี่ปุ่นอีกนั้นมีน้อย ทำให้เริ่มประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศได้ชัดเจนขึ้นในระดับหนึ่งแล้ว
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดลบในวันนี้ (30 พ.ค.) โดยตลาดถูกกดันจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนพ.ค.ของจีนในวันพรุ่งนี้ (31 พ.ค.)
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ระดับ 3,347.49 จุด ลดลง 15.96 จุด หรือ -0.47%
ตลาดได้รับปัจจัยลบหลังจากสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน "หยุดชะงักเล็กน้อย" ซึ่งทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน จำเป็นต้องเจรจากันโดยตรง
นอกจากนี้ บรรยากาศการซื้อขายยังได้รับแรงกดดันจากข่าวที่ว่า ศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ สั่งระงับคำตัดสินของศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราวในวันพฤหัสบดี (29 พ.ค.) โดยอนุมัติให้มาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีผลบังคับใช้ต่อไปได้
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) มีกำหนดเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนพ.ค. ในวันพรุ่งนี้ โดยนักลงทุนจับตาข้อมูลดังกล่าวอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินว่าสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อภาคการผลิตและภาคบริการของจีน
หุ้นที่ปรับตัวลงในวันนี้รวมถึง BYD ร่วงลง 2.5%, หุ้น Contemporary Amperex ขยับลง 0.7% และหุ้น Kweichow Moutai ลดลง 1.2%
ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดลบในวันนี้ (30 พ.ค.) ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูล PMI ของจีนในวันพรุ่งนี้ (31 พ.ค.)
ดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดที่ระดับ 23,289.77 จุด ลดลง 283.61 จุด หรือ -1.20%
ตลาดได้รับแรงกดดันหลังจากที่ศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ สั่งระงับคำตัดสินของศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราวในวันพฤหัสบดี (29 พ.ค.) ส่งผลให้มาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีผลบังคับใช้ต่อไปได้
ทั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) มีกำหนดเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนพ.ค. ในวันพรุ่งนี้ โดยนักลงทุนจับตาข้อมูลดังกล่าวอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินว่าสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อภาคการผลิตและภาคบริการของจีน
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดลบในวันนี้ (30 พ.ค.) โดยนักลงทุนได้เทขายหุ้นเพื่อทำกำไร หลังราคาหุ้นหลายตัวพุ่งแรงก่อนหน้านี้ ขณะที่ทิศทางนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ยังคงไม่มีความแน่นอน
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปิดที่ 2,697.67 จุด ลดลง 22.97 จุด หรือ 0.84%
หุ้น Samsung Electronics ปรับตัวขึ้น 0.18% และหุ้น SK hynix ร่วง 3.54%
ส่วนหุ้น LG Energy Solution ปรับตัวลง 0.69% และหุ้น POSCO Holdings ลดลง 1.77%