โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

นิกเกอิ ปิดตลาดลบ 467.88 จุด ความไม่แน่นอนถ่วงตลาด หลังศาลสหรัฐฯ อนุมัติ “ทรัมป์” เดินหน้ามาตรการภาษี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 16.37 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2568 เวลา 09.37 น.

ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงในวันนี้ (30 พ.ค.) ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น หลังจากศาลอุทธรณ์กลางของสหรัฐฯ อนุญาตให้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เดินหน้ามาตรการเก็บภาษีแบบครอบคลุมได้ต่อไป แม้ว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ระงับมาตรการดังกล่าวก่อนหน้านี้

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนี นิกเกอิ ปิดตลาดที่ระดับ 37,965.10 จุด ลดลง 467.88 จุด หรือ -1.22%

หุ้นที่ปรับตัวลงนำโดยกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า, กลุ่มเครื่องมือชั่งตวงวัด และกลุ่มบริการ

ในช่วงหนึ่งของการซื้อขาย ดัชนีนิกเกอิปรับตัวลงไปกว่า 600 จุด โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ขนาดใหญ่ที่ถูกเทขายทำกำไรหลังพุ่งขึ้นแรงวันก่อน ส่วนหุ้นส่งออก เช่น ยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ก็เจอแรงกดดันจากเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น

อย่างไรก็ตาม ตลาดเริ่มฟื้นตัวในช่วงบ่าย หลังนักลงทุนหันไปเก็บหุ้นกลุ่มที่อิงกับอุปสงค์ในประเทศ เช่น กลุ่มยาและเกษตรกรรม ซึ่งโบรกเกอร์มองว่าได้รับผลกระทบจากเงินเยนแข็งค่าน้อยกว่า

มากิ ซาวาดะ นักกลยุทธ์ในแผนกเนื้อหาการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์โนมูระกล่าวว่า เมื่อมองจากการเจรจาระหว่างสองรัฐบาล โอกาสที่สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าญี่ปุ่นอีกนั้นมีน้อย ทำให้เริ่มประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศได้ชัดเจนขึ้นในระดับหนึ่งแล้ว

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดลบในวันนี้ (30 พ.ค.) โดยตลาดถูกกดันจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนพ.ค.ของจีนในวันพรุ่งนี้ (31 พ.ค.)

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ระดับ 3,347.49 จุด ลดลง 15.96 จุด หรือ -0.47%

ตลาดได้รับปัจจัยลบหลังจากสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน "หยุดชะงักเล็กน้อย" ซึ่งทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน จำเป็นต้องเจรจากันโดยตรง

นอกจากนี้ บรรยากาศการซื้อขายยังได้รับแรงกดดันจากข่าวที่ว่า ศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ สั่งระงับคำตัดสินของศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราวในวันพฤหัสบดี (29 พ.ค.) โดยอนุมัติให้มาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีผลบังคับใช้ต่อไปได้

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) มีกำหนดเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนพ.ค. ในวันพรุ่งนี้ โดยนักลงทุนจับตาข้อมูลดังกล่าวอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินว่าสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อภาคการผลิตและภาคบริการของจีน

หุ้นที่ปรับตัวลงในวันนี้รวมถึง BYD ร่วงลง 2.5%, หุ้น Contemporary Amperex ขยับลง 0.7% และหุ้น Kweichow Moutai ลดลง 1.2%

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดลบในวันนี้ (30 พ.ค.) ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูล PMI ของจีนในวันพรุ่งนี้ (31 พ.ค.)

ดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดที่ระดับ 23,289.77 จุด ลดลง 283.61 จุด หรือ -1.20%

ตลาดได้รับแรงกดดันหลังจากที่ศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ สั่งระงับคำตัดสินของศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราวในวันพฤหัสบดี (29 พ.ค.) ส่งผลให้มาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีผลบังคับใช้ต่อไปได้

ทั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) มีกำหนดเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนพ.ค. ในวันพรุ่งนี้ โดยนักลงทุนจับตาข้อมูลดังกล่าวอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินว่าสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อภาคการผลิตและภาคบริการของจีน

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดลบในวันนี้ (30 พ.ค.) โดยนักลงทุนได้เทขายหุ้นเพื่อทำกำไร หลังราคาหุ้นหลายตัวพุ่งแรงก่อนหน้านี้ ขณะที่ทิศทางนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ยังคงไม่มีความแน่นอน

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปิดที่ 2,697.67 จุด ลดลง 22.97 จุด หรือ 0.84%

หุ้น Samsung Electronics ปรับตัวขึ้น 0.18% และหุ้น SK hynix ร่วง 3.54%

ส่วนหุ้น LG Energy Solution ปรับตัวลง 0.69% และหุ้น POSCO Holdings ลดลง 1.77%

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...