โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผลวิจัยในอังกฤษชี้ วัยรุ่น 46% อยากอยู่บนโลกที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต

The MATTER

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 06.14 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2568 เวลา 06.00 น. • Brief

คุณจะอยากย้อนกลับไปอยู่ในโลกยุคที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต? มีผลวิจัยล่าสุดที่พบว่า คนหนุ่มสาวเกือบครึ่งหนึ่งในอังกฤษอยากใช้ชีวิตแบบนั้น

ผลการวิจัยใหม่ในสหราชอาณาจักร จัดทำโดย British Standards Institution ได้สำรวจเยาวชนช่วงอายุ 16-21 ปี จำนวน 1,293 คน พบว่า เกือบ 70% ของคนอังกฤษช่วงอายุ 16-21 ปีรู้สึกแย่กับตัวเองหลังจากใช้เวลาบนโซเชียลมีเดีย

ครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจ สนับสนุนให้มี ‘เคอร์ฟิวดิจิทัล’ ซึ่งหมายถึงการจำกัดการเข้าถึงแอปฯ และเว็บไซต์บางอย่างช่วงหลังเวลา 22.00 น. ขณะที่คน 46% กล่าวว่า พวกเขาอยากเป็นวัยรุ่นในโลกที่ไม่มีอินเทอร์เน็ตเลยจะดีเสียกว่า

42% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ที่ยอมรับว่าโกหกพ่อแม่และผู้ปกครอง เกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาทำออนไลน์ โดยในนั้น มี 42% กล่าวว่าพวกเขาโกหกอายุของตัวเอง 40% ยอมรับว่าพวกเขามีบัญชีหลอกๆ และ 27% กล่าวว่า พวกเขาแกล้งเป็นบุคคลอื่นไปเลย นอกจากนี้ ยังพบว่า 27% ของผู้ตอบแบบสอบถามได้แบ่งปันตำแหน่งที่อยู่ (location) ของตนเองทางออนไลน์กับคนแปลกหน้า

และ 3 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถาม กล่าวว่า พวกเขาใช้เวลาบนโลกออนไลน์มากขึ้นนับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโรคครั้งใหญ่ ขณะที่ 68% กล่าวว่าพวกเขารู้สึกว่าเวลาที่ใช้ไปกับออนไลน์เป็นอันตรายต่อสุขภาพจิตของพวกเขา

งานวิจัยนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ ปีเตอร์ ไคล์ (Peter Kyle) รัฐมนตรีกระทรวงเทคโนโลยีสหราชอาณาจักร (Ofcom) ส่งสัญญาณว่ารัฐบาลกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการกำหนดเวลาตัดการเข้าถึงบางแอปฯ

ราณี โกเวนเดอร์ (Rani Govender) ผู้จัดการนโยบายความปลอดภัยเด็กออนไลน์ของ NSPCC ระบุว่า ควรมีมาตรการอื่นๆ มาเสริมอีกด้วย เธอกล่าวว่า “เราต้องทำให้ชัดเจนว่าเคอร์ฟิวดิจิทัลเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถปกป้องเด็กจากความเสี่ยงที่พวกเขาต้องเผชิญออนไลน์ได้ พวกเขาจะสามารถเห็นความเสี่ยงเหล่านี้ได้ในช่วงเวลาอื่นของวัน และมันก็จะยังคงมีผลกระทบเหมือนเดิม”

แอนดี้ เบอร์โรว์ส (Andy Burrows) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของมูลนิธิ Molly Rose Foundation องค์กรการกุศลป้องกันการฆ่าตัวตาย กล่าวว่า “เป็นที่ชัดเจนว่าคนหนุ่มสาวตระหนักถึงความเสี่ยงออนไลน์ และที่สำคัญกว่านั้น พวกเขาต้องการการดำเนินการจากบริษัทเทคโนโลยีที่จะมาปกป้องพวกเขา”

เขาอธิบายเสริมว่า เพราะด้วยระบบ ‘อัลกอริทึม’ ทำให้คนได้เห็นเนื้อหาที่อาจกระตุ้นให้คนหนุ่มสาวไปสู่เนื้อหาที่เป็นอันตรายและน่าตกใจได้ กฎหมายใหม่จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เกิดแนวทางที่ปลอดภัยและนำมาใช้ในการกำกับดูแล “ซึ่งจะให้ความสำคัญกับความต้องการของเด็กและสังคมเหนือกว่าความต้องการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่”

เดซี่ กรีนเวลล์ (Daisy Greenwell) ผู้ก่อตั้งร่วมและผู้อำนวยการ Smart Phone Free Childhood กล่าวว่า “การที่คนรุ่นใหม่เกือบครึ่งอยากเติบโตมาโดยไม่มีอินเทอร์เน็ต ควรเป็นการเตือนสติสำหรับเราทุกคน

“เราสร้างโลกที่เด็กๆ ใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันในพื้นที่ดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อให้พวกเขาติดงอมแงม เด็กๆ ในปัจจุบันกำลังเรียกร้องขอบเขต เช่น เคอร์ฟิว การตรวจสอบอายุ การจำกัดที่มีความหมาย และการปกป้องที่แท้จริง พวกเขาพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงแล้ว”

เธอย้ำทิ้งท้ายว่า เป็นความรับผิดชอบของผู้ใหญ่ที่ต้องวางแนวทาง่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตและสิทธิในการมีวัยเด็กที่ปลอดภัยและมีสุขภาพดี ซึ่งแน่นอนว่าต้องมาก่อนการมองเรื่องผลกำไร

อ้างอิงจาก

bsigroup.com

theguardian.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...