โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘โอบรับทุกความหลากหลาย’ สู่ลายเซ็นสะท้อนตัวตน แชมป์ชิงช้าสวรรค์ 2025 รร.ปักธงชัยประชานิรมิต

TODAY

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 18.36 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2568 เวลา 11.29 น. • workpointTODAY

การกลับมาของชิงช้าสวรรค์ไม่กี่ปีมานี้ สร้างความฮือฮา และไวรัลเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี ซึ่งปีนี้แชมป์ชิงช้าสวรรค์ 2025 เรียกได้ว่าสมมงแบบสุดๆ นั้นคือ โรงเรียนปักธงชัยประชานิรมิต จ.นครราชสีมา ตลอดการแข่งขันตั้งแต่รอบเปิดวงจนถึงรอบชิงชนะเลิศ มาในโชว์ที่คาดเดาไม่ได้

ในการนำเสนอเรื่องราวของความเท่าเทียมและความเสมอภาคของมนุษย์ที่ไม่จำกัดเฉพาะชายหญิง ผ่านบทเพลงลูกทุ่งภายใต้โจทย์ในแต่ละรอบ ถือเป็นการนำเสนอที่แปลกใหม่ ทันสมัย และทำถึง กับการนำทีมโดย ครูเต่า-กฤษฎา กองสวรรค์ ครูผู้ควบคุมวง

ความไม่ทิ้งลายเซ็นของตัวเองกับการแข่งขันในทุกรอบ โดยเฉพาะเสียงร้องของ น้องขิม-ณัฎฐ์กฤตา ชื่นพระกลาง นักร้องนำประจำวง ที่เสียงมีเอกลักษณ์และสื่อสารออกมาได้ดี เข้าถึงในบทเพลงและเรื่องราวที่ต้องการสื่อสารถึงคณะกรรมการและผู้ชม

งานนี้ ‘ครูเต่า’ และ ‘น้องขิม’ จะเป็น 2 ตัวแทนจากโรงเรียนปักธงชัยประชานิรมิต มาเล่าถึงความรู้สึกหลังคว้าแชมป์ พร้อมเผยไอเดียและความท้าทายกว่าจะมาเป็นโชว์แต่ละรอบ และจะยกโชว์ไหนให้เป็นมาสเตอร์พีช ผ่านการพูดคุยใน TODAY Play

ครูเต่า-กฤษฎา กองสวรรค์ ครูผู้ควบคุมวง เเละ น้องขิม-ณัฎฐ์กฤตา ชื่นพระกลาง นักร้องนำประจำวง

[โรงเรียนปักธงชัยประชานิรมิต ‘แชมป์ชิงช้าสวรรค์ 2025’]

แม้จะเคยเข้าประกวดรายการชิงช้าสวรรค์มาหลายครั้ง แต่การแข่งขันในครั้งนี้ถือเป็นอะไรที่เกินฝันและความหวังที่ตั้งไว้มาก

ครูเต่า เล่าว่า การแข่งขันในครั้งนี้มาเกินความฝันมากๆ หลังรอถ้วยนี้มา 16 ปี กว่าจะมาถึงวันนี้ กับการแข่งขันที่กินเวลากว่า 6 เดือน ทั้งงบประมาณเเละการฝึกซ้อมที่กดดัน ครูเต่ายิ้มเล็กน้อยก่อนจะเล่าต่อว่า หลังคว้าเเชมป์เหมือนทุกอย่างที่เคยแบกไว้หายไปในทันที

เมื่อถามถึงความคาดหวัง ครูเต่า มักจะพูดกับเด็กๆ เสมอว่า แค่ได้เข้าร่วมประกวดในแต่ละรายการก็คือว่าชนะแล้ว แม้จะตกรอบก็ไม่เป็นไร ถือว่านี่คือชัยชนะของเรา เพราะครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 5 ที่ได้มาเข้าร่วม ก่อนหน้านี้ เข้ารอบสูงสุดถึงแค่รอบที่ 2 แต่ครั้งนี้เรียกได้ว่าเกินฝันไปไกล

“ผมจะพูดกับเด็กๆ เสมอว่า ถ้าเราได้เข้าร่วมประกวดสักหนึ่งครั้ง แม้ตกรอบก็ไม่เป็นไร ถือว่าอันนั้นคือชัยชนะของเราแล้ว จากปีล่าสุดที่ได้มาน่าจะเป็นประมาณปี 2560 ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 ที่ได้มาเข้าแข่งขัน ซึ่งรอบนี้เกินฝันมากครับ”

[ไอเดีย ‘ความเสมอภาค’ สู่ ‘ลายเซ็น’ ของโรงเรียนปักธงชัยประชานิรมิต]

‘อย่าปล่อยกระเทยไว้กับผ้า’ วลีนี้ดูไม่เกินจริง สำหรับสิ่งที่เกิดกับโรงเรียนปักธงชัยประชานิรมิต เพราะผลงานพิสูจน์แล้วว่า ลิฟต์ก็เอาพวกเขาไม่ลง ทั้งที่ ครูเต่า ออกปากว่า กลัวกระแสตีกลับ แต่อยากลองดูสักตั้ง

ต้องยอมรับว่า การใช้ทีมแดนเซอร์ ‘LGBTQ+’ ยกชุกตั้งแต่รอบแรก ไม่ใช่เรื่องที่เห็นได้ชินตาในรายการ แต่ด้วยสถานการณ์จริงที่เกิด ครูเต่า จำเป็นต้องตัดสินใจเปิดรับทีมเฉพาะกิจมาลุยทำวง

“ช่วงหลังจากโควิดมา ผู้หญิงก็น้อยลง ไม่ค่อยเข้ามาทำกิจกรรมตรงนี้ แต่นี่ปี 2025 โลกทุกอย่างเปิด ทุกอย่างเท่ากันหมด ก็เลยคุยกับทีมโคโรกราฟจึงได้ไอเดียเปิดรับ LGBTQ+ มา ตอนแรกก็กลัว เพราะเมื่อออกอากาศไปกลัวจะมีกระแสว่า ‘วงลูกทุ่งต้องเป็นผู้หญิงไหม’ แต่ใจก็สู้ตั้งแต่รอบแรกถึงรอบสุดท้าย ก็ยังยืนยันเหมือนเดิม”

แล้วความกล้า ท้าทายด้วยไอเดียการโชว์ในแต่ละรอบ ของโรงเรียนปักธงชัยประชานิรมิตนั้น ก็ถูกจริตและดึงใจแฟนรายการทั้งไทยและเทศ ทุกคนต่างปรบมือให้กับความครีเอทในการเล่าเรื่องราว โดยเฉพาะการตีโจทย์ความรักในรูปแบบต่างๆ ผ่านบทเพลงลูกทุ่ง

ครูเต่า ยกเครดิตให้ ‘น้องขิม’ ที่เป็นคนตั้งต้นกับการเลือกเพลงในแต่ละรอบ อย่างรอบเปิดวง ที่เลือกใช้เพลง ‘คนเริ่มมีความรัก’ ถือเป็นเพลงที่ร้องยากที่สุด อย่างน้อยหากตกรอบแรกก็ไม่เสียดาย เพราะถือว่าได้โชว์เพลงที่ยากไว้ก่อน

สำหรับไอเดียการโชว์ในรอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น รอบเปิดวงการเล่าถึงความรักที่ไร้ข้อจำกัดของ LGBTQ+ ที่เสนอเรื่องราวของ ‘นายใน’ ส่วนรอบคืนถิ่นที่มาในเพลง ‘กล่อม’ ใช้ไอเดียเรื่องราวของนิทานปรัมปราของราชสีห์เเละกษัตริย์ในยุคปราสาทหิน มาเล่าถึงที่มาของชื่อจังหวัด ‘นครราชสีมา’

รอบเพลงช้ากับการหยิบยกเรื่องราวช่วงหนึ่งจากวรรณคดีเรื่อง ‘อิเหนา’ ที่เล่าถึงความสัมพันธ์ของตัวละครหลักอย่าง ‘อิเหนา’ และ ‘สียะตรา’ น้องชายของบุษบา คู่หมั้นของอิเหนา กับการตีความความสัมพันธ์ในแบบ LGBTQ+ อย่างละมุน และเติมแต่งเรื่องราวเพิ่มเพื่อให้สอดคล้องกับเพลง ‘กอดหมอนนอนหนาว’

ในรอบเพลงเร็ว ‘เเก้วปิ้งไก่’ เพลงที่เน้นสนุก ตลก เข้าใจง่าย และคนดูชอบใจ จึงเป็นที่มาของเรื่องราวการตามหาทายาทที่หายไป และปิดท้ายด้วยรอบชิงชนะเลิศในเพลง ‘กอดฉันก่อนลา’ และ ‘เจ้าน้ำตา’ ไอเดียที่มาจากทีมแดนเซอร์ กับการเป็นตัวเองให้มากที่สุด จึงเกิดเป็นเรื่องราวชีวิตในคาบาเร่

“ถ้าพูดก็คือเด็กๆ มั่นใจมากขึ้น ในรอบเพลงช้าก็ยังถูกกดๆ อยู่ พอมารอบเพลงเร็วก็เริ่มเป็นตัวเอง พอถึงรอบชิงไม่มีอะไรจะเสียเเล้วก็เปิดให้เป็นตัวเองไปเลย เป็นตัวของตัวเอง และเต็มที่ไปเลย ถ้าไม่ถูกกดไว้ด้วยท่าทาง ทุกคนเต้นมันกว่านี้อีก เชื่อว่าทุกคนโชว์ได้หนักกว่านี้ ก็เลยออกมาเป็นเรื่องราวของชีวิตของคาบาเร่” ครูเต่ากล่าว

[ความท้าทาย และความเป็นตัวเอง สู่โชว์ที่ยกให้เป็นมาสเตอร์พีช]

แม้โชว์จะออกมาพีคในทุกรอบการแข่งขัน แต่ก็ยังอยู่ภายใต้ความกดดันเเละความท้าทายแบบสุดขีดควบคู่กันไป บนเวทีจะจัดเต็มขนาดไหน แต่หลังเวทีก็ตื่นเต้นเป็นสิบเท่าเช่นกัน

น้องขิมยกรอบลูกทุ่งคืนถิ่นเป็นรอบที่ท้าทายมากที่สุด เมื่อโคจรมาเจอคู่แข่งที่หินที่สุดอย่าง ‘โรงเรียนหล่มเก่าพิทยาคม’ แม้เพลงกล่อมจะดูง่าย แต่เมื่อร้องจริงๆ ก็ยังถือว่ายากทั้งในเรื่องการร้องเเละการสื่อสาร อีกหนึ่งรอบที่กดดันไม่แพ้กันคือ รอบเพลงเร็ว ทั้งจังหวะการร้อง การเต้น เเละการแสดง ที่ต้องประสานออกมาให้เป็นหนึ่งเดียว

เมื่อถามถึงโชว์ไหนที่ยกให้เป็นตัวเองมากที่สุด น้องขิมให้รอบเพลงช้า ‘กอดหมอนนอนหนาว’ เพราะเป็นเพลงที่รู้จักและฟังมาตั้งแต่เด็ก จึงรู้สึกมั่นใจและถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดี

สำหรับโชว์ที่ให้เป็นมาสเตอร์พีชที่สุด น้องขิมยกให้โชว์รอบชิงชนะเลิศ ถือเป็นโชว์รอบสุดท้ายกับความพยายามที่ใส่แบบจัดเต็ม

“สำหรับหนูยกให้รอบชิงฯ ค่ะ เป็นโชว์ที่พวกเราได้แชมป์ โชว์นี้เป็นโชว์สุดท้ายที่พวกเราจะเหนื่อยกับมันแล้ว เราพยายามเต็มที่กับโชว์มากๆ จนสุดท้ายโชว์นี้แหละค่ะ ที่ทำให้เราได้คว้าแชมป์”

[ปักธงอนาคต สานต่อความฝัน]

แม้รอบนี้จะเป็นครั้งแรกที่ได้มาแข่งในรายการชิงช้าสวรรค์ สำหรับ ‘น้องขิม’ นักร้องประจำวงโรงเรียน แต่ก็สามารถคว้าแชมป์ไปครองได้อย่างสมมง เมื่อถามถึงการปักธงให้ตัวเองในอนาคต น้องขิมยืนยันที่จะเดินสายประกวดต่อไป พร้อมกับหาโอกาสให้ตัวเองในการทำงานในสายวงการบันเทิง

ในฐานะตัวแทน โรงเรียนปักธงชัยประชานิรมิต จ.นครราชสีมา น้องขิม และ ครูเต่า ได้กล่าวขอบคุณทุกแรงใจที่มีส่วนผลักดันและสนับสนุนทีมจนสามารถคว้าแชมป์ชิงช้าสวรรค์ปี 2025 ได้สำเร็จ พร้อมส่งกำลังใจกลับคืนให้กับทีมงานและทุกคนที่ยังคงเดินตามความฝัน

“อยากบอกจะบอกทุกคนว่า สู้ๆ ต่อไป อย่าท้อกับสิ่งที่เข้ามา เขาอาจจะชอบหรือไม่ชอบในผลงานเรา แต่พวกเราทำเต็มที่ที่สุดแล้ว” น้องขิมกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...