โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘จตุพร’ ชี้ 13 มิ.ย. ชี้ชะตากจตุพร พรหมพันธุ์ารเมืองไทย มั่นใจหลักฐานมัด ‘ทักษิณ’

The Reporters

อัพเดต 17 พ.ค. 2568 เวลา 08.33 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2568 เวลา 08.33 น.

วันนี้ (17 พ.ค. 68) ที่สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน ให้สัมภาษณ์โดยเชื่อว่าวันที่ 13 มิถุนายนนี้ ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดไต่สวนนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเป็นวันตัดสินสถานการณ์ทางการเมืองครั้งสำคัญ โดยมั่นใจว่าพยานหลักฐานจากมติของแพทยสภาจะแล้วเสร็จทันการณ์

นายจตุพร กล่าวถึงกรณี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยังไม่ให้ความเห็นชอบมติแพทยสภาว่า หากนายสมศักดิ์จะมีความเห็นแย้ง ก็ต้องดำเนินการภายใน 15 วัน หรือภายในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ ขณะที่แพทยสภามีกำหนดประชุมใหญ่ในวันที่ 8 มิถุนายน จึงคาดว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยก่อนวันที่ 13 มิถุนายน เช่นเดียวกับฝ่ายโจทก์จำเลย ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ที่ต้องทำคำชี้แจงภายในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้เช่นกัน

นายจตุพร ยังตั้งคำถามถึงเหตุผลที่นายสมศักดิ์อาจใช้ในการโต้แย้งมติแพทยสภา โดยอ้างถึงคำแถลงของ นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา อุปนายกแพทยสภาคนที่ 1 ที่ระบุว่ามติเป็นเสียงส่วนใหญ่มาก ซึ่งนายจตุพรตีความว่าเกือบเป็นเอกฉันท์ พร้อมทั้งกล่าวหาว่ามีการให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับอาการป่วยของนายทักษิณมาตั้งแต่ต้น โดยอ้างว่าคำให้สัมภาษณ์ของนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจขัดแย้งกับข้อมูลของกรมราชทัณฑ์ และคำให้การต่อคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ที่มีนายรังสิมันต์ โรม เป็นประธาน ซึ่งระบุว่าไม่มีแพทย์ตรวจรักษานายทักษิณที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์จริงจังก่อนส่งตัว

แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน คาดการณ์ว่าการพิจารณาคดีลักษณะนี้มักจบภายในวันเดียว และชี้ว่าหากนายทักษิณไปศาลแล้วศาลสั่งจำคุก หรือหากนายทักษิณไม่ไปศาลและเดินทางออกนอกประเทศอีกครั้ง สถานการณ์การเมืองก็จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก นายจตุพร แสดงความเห็นว่า หากนายทักษิณมีความกล้าที่จะเข้าเรือนจำจริง คงไม่หลบหนีไปต่างประเทศนานถึง 17 ปี พร้อมตั้งความหวังว่าครั้งนี้นายทักษิณจะใช้ความกล้าหาญเดินเข้าสู่เรือนจำอย่างสง่างาม

นอกจากนี้ นายจตุพรยังกล่าวถึงคำร้องเรื่องการแปรญัตติงบประมาณปี 2568 ที่อาจเชื่อมโยงกับการแจกเงินดิจิทัลหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งหากพบว่ามีความผิดจริง อาจนำไปสู่การพ้นจากตำแหน่งและตัดสิทธิ์ทางการเมืองของ สส. สว. และคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ส่วนกรณีการเลือก สว. ที่มีการกล่าวหาว่ามีการตกลงกันล่วงหน้านั้น นายจตุพรเห็นว่าการดำเนินการผ่านศาลรัฐธรรมนูญอาจรวดเร็วกว่ากระบวนการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

เมื่อถามถึงเสถียรภาพของรัฐบาล นายจตุพรวิเคราะห์ว่า การจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้วเป็น "ความรักที่ผิดธรรมชาติ" มาตั้งแต่ต้น เนื่องจากพรรคการเมืองที่เคยหาเสียงโจมตีกันอย่างหนักกลับมาร่วมมือกัน ถือเป็นการหักหลังประชาชน ทำให้เกิดความขัดแย้งภายใน และคาดการณ์ว่ารัฐบาลจะเผชิญความยากลำบาก โดยเฉพาะการพิจารณางบประมาณรายจ่ายปี 2569 ที่หากไม่ผ่าน นายกรัฐมนตรีอาจต้องยุบสภาหรือลาออก รวมถึงประเด็นบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายและการเลือก สว. ที่อาจเป็นปัจจัยสั่นคลอนเสถียรภาพ

นายจตุพร กล่าวทิ้งท้ายว่า "เชื่อว่าเวลาของอุ๊งอิ๊ง (น.ส.แพทองธาร ชินวัตร) ใกล้เต็มทีแล้ว ซึ่งถ้าพ่อยังอยู่ คุณอุ๊งอิ๊งก็ยังอยู่ แต่ถ้าพ่อไปก็ต้องไปตามพ่อนั่นแหละ" และหากวันที่ 13 มิถุนายนนี้ นายทักษิณถูกตัดสินว่ามีความผิด น.ส.แพทองธาร ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เข้าเยี่ยม อาจเข้าข่ายร่วมปกปิดความผิดและเผชิญปัญหาจริยธรรมทางการเมือง พร้อมเปรียบเปรยว่า "การเป็นนายกฯ ก็เหมือนการขึ้นลานประหาร จะอยู่ที่ว่าคุณจะลงก่อน หรือโดนประหารก่อน"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...