โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุดช็อก! “น้องเต้าหู้” เปิดใจเคยโดนลักพาตัว โดนทำร้าย-ล่วงละเมิด

INN News

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 11.55 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 04.55 น. • INN News

สุดช็อก! “น้องเต้าหู้” เปิดใจเล่าวัยเด็กสุดสลด เคยโดนลักพาตัวไปขายให้คนแปลกหน้า โดนทำร้าย-ล่วงละเมิดทางเพศ กำลังตามหาครอบครัวที่แท้จริง

เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นชื่อ “น้องเต้าหู้” สาวอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังชาวจีนที่มาอยู่ที่ไทย ซึ่งเป็นไวรัลอย่างมากจากคลิปที่เธอต้องการซื้อเต้าหู้โดยพูดภาษาไทย และด้วยความน่ารักน่าเอ็นดูทำให้ตกแฟนคลับชาวไทยได้จำนวนมาก อีกทั้งยังยังมีฐานแฟนคลับชาวจีนอยู่ไม่น้อย ซึ่งแนวทางคอนเทนต์ของเธอจะนำเสนอมุมสดใสน่ารัก ช่วยเหลือคนอยู่ตลอด

แต่ก็ไม่คาดคิดเมื่อ “น้องเต้าหู้” ได้ออกมาเล่าถึงเรื่องของเธอในอดีตที่เรียกได้ว่าแย่เกินกว่าเด็กผู้หญิงคนนึงจะรับไหว โดยเธอได้อัดคลิปและเผยแพร่ทาง Douyin, Rednote และเปิดเผยว่า “เธอคือเด็กที่เคยถูกแก๊งลักเด็กเอาไปขาย…นี่คือความจริงที่เธอไม่เคยกล้าเล่าที่ไหนมาเป็นเวลาถึง 20 ปี เพราะเธอกลัวคนอื่นจะหัวเราะหรือพูดถึงเธอในแง่ร้ายมาตลอด ซึ่งการเธอตัดสินใจมาพูดออกมาในครั้งนี้เพราะเธอเห็นข่าวของคุณพ่อชาวจีนคนนึงที่ตามหาลูกสาวมานานถึง 19 ปี แล้วในที่สุดก็หาเจอ ทำให้เธอรู้สึกตื้นตันมากๆ และคิดว่านี่คงถึงเวลาแล้วที่เธอเองจะตามหาครอบครัวที่แท้จริงของเธอสักที

แต่เธอจำได้ดีคือ พ่อแม่รักเธอมากๆ ตอนหลังจำได้ว่าพ่อกับแม่แยกทางกัน พ่อพาเธอซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปไหนมาไหนตลอด จนวันนึงไปที่ร้านขาย TV แห่งนึงในย่านการค้า พ่อให้เธอเรียกคุณน้าคนนึงที่ร้านนั้นว่า มามี๊ (แม่เลี้ยงของเธอ)

เธอจำได้ว่าแม่เลี้ยงรักเธอมากๆ มักจะซื้อกระโปรง, รองเท้าสวยๆให้เธอ เธอจะใส่กระโปรงตัวสวยเต้นไปมาในร้านบ่อยๆ จนวันนึงขณะที่เธอเล่นอยู่นอกร้าน มีคุณป้าคนแปลกหน้ามาทักเธอว่า จะพาไปเล่นที่สนุกๆเอามั้ย เดี๋ยวพาไป ด้วยความไร้เดียงสา เธอขึ้นรถของป้าคนนั้นไป แล้วนั่นคือจุดเริ่มต้นของฝันร้ายของเธอ

มีชายนึงสนใจมาซื้อเธอไป ซึ่งก็คือพ่อเลี้ยงคนปัจจุบันของเธอ เธอจำได้ว่าพ่อเลี้ยงกับคนแปลกหน้าที่จุดเปลี่ยนถ่ายน่าจะเป็นเพื่อนกัน คนแปลกหน้าคนนั้นพาเธอไปที่สถานีรถไฟแห่งนึง แล้วให้เธอยืนนิ่งๆจากนั้นถ่ายรูปให้เธอเพื่อส่งไปให้พ่อเลี้ยงซึ่งเป็น "ผู้ซื้อ" ก่อนจะส่งตัวเธอขึ้นรถไฟไป และเอาเธอมาฝากไว้ที่บ้านของพี่สาวพ่อเลี้ยง(ป้า)

ป้าใช้งานเธอทำงานบ้านสารพัด และยังทำร้ายร่างกาย, ด่าทอเธอบ่อยครั้ง อีกทั้งสามีป้า(ลุง) ได้ล่วงละเมิดทางเพศเธอ เธอยังเคยเล่าว่าชีวิตช่วงวัยเด็ก-วัยรุ่นของเธอเคยพยายาม ฆตต. ถึง 4 ครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จ และต่อมาพ่อเลี้ยงมารับเธอไปอยู่ที่บ้านในเมือง เธอบอกว่าในสายตาคนภายนอก พ่อเลี้ยงเธอดูเป็นคนดีคนซื่อๆ แต่ลับหลังกับเธอ มีแต่ความรุนแรง และชอบคอยเอาแต่ควบคุมบงการชีวิตเธอ

เธอมารู้หลังอยู่กับพ่อเลี้ยงว่า ที่พ่อเลี้ยงซื้อเธอมาเพราะอยากให้เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยสูงๆ แบบ ม. ชิงหัว หรือ ม.ปักกิ่ง พ่อเลี้ยงจะได้ดูมีหน้ามีตาในหมู่ญาติๆ เธอเกลียดพ่อเลี้ยงคนนี้มากๆ ด้วยความที่เธอเองผลการเรียนไม่ได้ดีมาก พ่อเลี้ยงก็จะเอาแต่ด่าเธอเรื่องผลการเรียนตลอด ทั้งด่าทั้งทุบตีแบบวันเว้นวัน

มีอยู่วันนึงเพื่อนบ้านที่เป็นผู้หญิงและอายุใกล้เคียงกับเธอมาขอนอนด้วยที่บ้าน กลางดึกเธอรู้สึกว่ามีมือมาลูบคลำที่ส่วนล่างของร่างกายเธอ เธอแอบเปิดตามองพบว่าคือพ่อเลี้ยงกำลังลวนลามเธออยู่ โดยมีเพื่อนบ้านเธอนอนข้างๆ ตอนนั้นเธอกลัวและอยากกรี๊ดมากๆ แต่ก็ไม่กล้า ได้แต่แกล้งทำเป็นนอนดิ้นพลิกตัว พ่อเลี้ยงถึงไม่ทำอะไรเธอต่อ

หลังจากเหตุการณ์ถูกลวนลามวันนั้น เธอแอบหนีออกจากบ้าน จำได้ว่าวิ่งไปไกลมากๆ จนมาถึงที่คลองแห่งนึง เธอตัดสินใจจะจบชีวิตตัวเองที่คลองแห่งนี้ เลยมายืนที่ริมคลอง ทำท่าเตรียมจะกระโดด แล้วก็มีคุณน้าคนหนึ่งมาจับแขนเธอไว้ไม่ให้โดดลงไป…คุณน้าคนนั้นพาเธอไปที่บ้าน(ของน้า) ให้เธออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อ แล้วทำอาหารอร่อยๆให้เธอกิน เป็นครั้งแรกที่เธอรับรู้ "ความรักของแม่" จากคุณน้าคนนั้น

คุณน้าคนนั้นอยู่คนเดียว ตั้งแต่นั้นมา เมื่อเธอมีเวลาเธอก็จะมาหาคุณน้าคนนั้นที่บ้านบ่อยๆ เหมือนคุณน้าคนนั้นเป็นกำลังใจให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อ แต่เธอบอกว่าคุณน้าป่วยหนักต้องกินยา จนสุดท้ายผมร่วงหมดหัว(ทำคีโม)…มีวันนึงเธอเลิกเรียน รีบไปหาคุณน้าเพื่อไปทานข้าวเย็นด้วยกัน พอผลักประตูเข้าไป ก็ไม่เห็นมีอาหารบนโต๊ะหรือมีคนในห้องรับแขก เธอเลยผลักประตูห้องนอนคุณน้าเขาไปดู เห็นคุณน้านอนอยู่บนเตียง เมื่อมาดูใกล้ๆจึงพบว่า…คุณน้าหมดลมแล้ว

คุณน้าได้โอนบ้านที่เธอมาหาประจำไว้เป็นมรดกให้เธอ คุณน้าบอกว่าบ้านหลังนี้จะเป็นที่ให้เธออยู่ถ้าไม่มีที่ไป และเธอต้องเข้มแข็ง ต้องอดทน ถ้าเธอสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองแล้วขอให้หนีไปให้ไกล

ซึ่งตอนนี้เธอมีภาพวัยเด็กที่เป็นเบาะแสเดียวที่โดนแก๊งลักเด็กถ่ายที่สถานีรถไฟ ชาวเน็ตจีนได้ช่วยกันสืบค้นจนพบว่าคือ สถานีรถไฟที่กวางโจว Guangzhou North Station จริงๆ

เธอโพสต์คลิปล่าสุดที่เดินทางไปกวางโจว โดยเธอบอกว่าได้เข้าไปแจ้งความเรื่องโดนลักพาตัวในวัยเด็กที่สถานีตำรวจใกล้สถานีรถไฟดังกล่าว รวมถึงเข้าไปติดต่อที่ศูนย์ตามหาคนหาย โดยได้เก็บเลือดเพื่อเอาตัวอย่าง DNA ของเธอไปเทียบเคียงกับในระบบค้นหาคนหาย หากโชคดีพ่อแม่ของเธอได้เคยมาเก็บเลือดไว้กับศูนย์ฯ เธอก็จะได้รู้ว่าพ่อแม่ที่แท้จริงคือใคร ซึ่งอย่างเร็วที่สุดน่าจะทราบผลใน 5-7 วัน

ซึ่งต่อมาเธอได้มีการโพสต์คลิปอัปเดตว่าเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม เธอบินไปจีนไปลงที่เมืองกวางโจว ถึงประมาณตี 1 ของอีกวัน โดยช่วงเช้า-บ่าย เธอเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจในท้องที่ของสถานีรถไฟที่อยู่ในภาพถ่าย เขตฮัวตู 花都区 ตำรวจพาเธอไปทำสำนวนประกอบด้วยการพาไปพิกัดสถานที่จริง เจอตำแหน่งเสาต้นที่เธอยืนในภาพเป๊ะๆ ซึ่งแม้หลายๆองค์ประกอบในภาพจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่ตึก เสา และทางเชื่อมยังคงอยู่ตามเดิม

และต่อมาตำรวจพาเธอไปที่กรมกำกับการคดีอาญา 刑警大队 มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลคดีค้ามนุษย์มารับเรื่องไว้อย่างเป็นทางการ มีการซักประวัติของเธออย่างละเอียด ส่วนรายละเอียดของการดำเนินคดี ไม่สามารถเปิดเผยได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือเธอดีมาก ๆ คอยทำงานและช่วยเหลือเธอจนถึงตี 3 ของอีกวันจึงเสร็จสิ้นกระบวนการเบื้องต้น (รวมมีการเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อเอา DNA ไปเทียบเคียงในฐานข้อมูลคนหาย)

ล่าสุด “น้องเต้าหู้” ได้มีการเคลื่อนไหวโดยโพสต์ข้อความภาษาไทพผ่านเฟซบุ๊กว่า “ฉันอยากจะขอโทษแฟนคลับที่รักฉันทุกคน ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังอะไรจากพวกคุณ ฉันแค่อยากให้พวกคุณได้เห็นด้านที่มีความสุขของฉัน ฉันรักพวกคุณจริงๆ ช่วงเวลาที่ฉันอยู่เมืองไทยเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของฉัน พวกคุณคือคนที่รักษาบาดแผลในใจของฉันจากประสบการณ์วัยเด็กที่แสนสาหัส ฉันเห็นว่าพวกคุณทุกคนมีคำถามมากมาย และฉันจะค่อยๆ อธิบายให้พวกคุณทุกคนทราบ ”

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...