โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บทเรียน Clubhouse เคยมีทั้งเงินทุน ทั้งกระแส แต่ทำไมไปไม่ถึงไหน ?

Thairath Money

อัพเดต 12 พ.ค. 2568 เวลา 03.05 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. 2568 เวลา 03.05 น.
ภาพไฮไลต์

ทุกวันนี้ยังมีใครใช้ Clubhouse อยู่ไหม? ช่วงที่โควิด-19 ระบาดหนัก แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียสายเสียงนี้เคยเป็นกระแสไวรัลที่หลายคนคาดการณ์ว่าจะเปลี่ยนวิถีการสื่อสารของเราไปตลอดกาล แต่เพียงไม่กี่ปีให้หลัง Clubhouse กลับซบเซาราวกับไม่เคยมีตัวตน รายการ Digital Frontiers ทางช่อง YouTube: Thairath Money หยิบยกกรณีศึกษาของ Clubhouse มาวิเคราะห์เจาะลึก 3 สาเหตุหลักที่ทำให้ Clubhouse ล้มเหลว ให้เห็นถึงบทเรียนราคาแพงว่าทำไมการสร้าง "แพลตฟอร์ม" ต้องมีมากกว่าแค่นวัตกรรมและกระแส

จุดเริ่มต้น

Clubhouse เริ่มต้นในปี 2020 ช่วงที่โควิด-19 กำลังระบาดหนัก ประชาชนทั่วโลกต้องกักตัวอยู่ในบ้าน ทำให้ทุกคนกระหายการเชื่อมต่อทางสังคมในรูปแบบใหม่ๆ Paul Davison และ Rohan Seth สองนักธุรกิจรุ่นใหม่มองเห็นโอกาสและได้สร้างแพลตฟอร์มที่แตกต่างจากทุกโซเชียลมีเดียที่เคยมีมา

แอปพลิเคชันนี้ฉีกกฎเดิมๆ ของโซเชียลมีเดียที่เน้นรูปภาพและวิดีโอ ด้วยการสร้างแพลตฟอร์มที่เน้นเสียงเพียงอย่างเดียว ผู้ใช้สามารถเข้าร่วมหรือสร้าง "ห้อง" พูดคุยสดได้ เหมือนรายการวิทยุสดหรือพอดแคสต์ที่ผู้ฟังสามารถยกมือและขึ้นมาพูดคุยได้ด้วย

Clubhouse เปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงมีนาคม-เมษายนปี 2020 โดยเริ่มต้นให้ใช้เฉพาะบน iOS เท่านั้น กลยุทธ์การเติบโตในช่วงแรกของพวกเขานั้นชาญฉลาดมาก ด้วยการ:

  • จำกัดการเข้าถึง: ใช้ระบบเชิญ (invitation-only) ที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของคลับพิเศษที่ไม่ใช่ใครก็เข้าได้
  • สร้างความขาดแคลน: เกิดความรู้สึกกลัวพลาด (FOMO) ถึงขนาดที่มีการซื้อขายคำเชิญในราคาหลักพันบาท
  • ดึงดูดคนดัง: เมื่อ Elon Musk, Oprah Winfrey, Kevin Hart, Drake และแม้แต่ Mark Zuckerberg เริ่มเข้ามาใช้งาน ก็ยิ่งสร้างกระแสให้แพลตฟอร์มมากขึ้น

ความนิยมของ Clubhouse พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว:

  • พฤษภาคม 2020: มีผู้ใช้เพียง 1,500 คน
  • ธันวาคม 2020: เพิ่มเป็น 600,000 คน
  • กุมภาพันธ์ 2021: พุ่งสูงถึง 10 ล้านคน

ช่วงที่ได้รับความนิยมสูงสุด มีการสร้างห้องสนทนามากกว่า 700,000 ห้องต่อวัน และกลายเป็นพื้นที่สำหรับการพูดคุยกับคนดังแบบเรียลไทม์

ความนิยมที่พุ่งทะยานดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนชั้นนำอย่าง Andreessen Horowitz จนทำให้ Clubhouse มีมูลค่าสูงถึง 4 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน 2021 ใช้เวลาเพียงหนึ่งปีในการก้าวขึ้นเป็นยูนิคอร์น

จากดาวรุ่งสู่ดาวดับ

แต่หลังจากนั้นไม่นาน เรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น Clubhouse ที่เคยร้อนแรง เริ่มดิ่งลงอย่างรวดเร็วและน่าใจหาย:

  • แพลตฟอร์มสูญเสียผู้ใช้งานประจำไปถึง 80% ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปีหลังช่วงพีค
  • ยอดดาวน์โหลดลดลงอย่างฮวบฮาบจาก 9.6 ล้านครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 เหลือเพียง 243,360 ครั้งในเดือนกรกฎาคม 2023
  • อันดับใน App Store ลดลงอย่างต่อเนื่อง และความสนใจในการค้นหาผ่าน Google ก็ลดลงอย่างมาก
  • ในเดือนเมษายน 2023 ที่ผ่านมา Clubhouse ประกาศปลดพนักงาน 50% จากที่มีพนักงานเกือบ 100 คนในปี 2022 โดยอ้างว่าเป็นการ "ปรับกลยุทธ์" ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาทางธุรกิจที่กำลังเผชิญ

ที่ผ่านมา แพลตฟอร์มนี้ดำเนินธุรกิจด้วยการ "เผาเงิน" จากนักลงทุน แต่เมื่อความนิยมลดลง โมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนกลับยังไม่เกิดขึ้น

3 ปัจจัยที่ทำให้ Clubhouse ล้มเหลว

1. ความแปลกใหม่ที่กลายเป็นข้อจำกัด

สิ่งที่ทำให้ Clubhouse โดดเด่นในตอนแรกกลับกลายเป็นกับดักในภายหลัง:

  • ข้อจำกัดของฟอร์แมตเสียง: การที่ผู้ใช้ต้องฟังการสนทนาสด โดยไม่สามารถย้อนกลับหรือบันทึกได้ เป็นอุปสรรคต่อการใช้งานในระยะยาว
  • การพึ่งพาสถานการณ์โควิด: เมื่อสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายลง ผู้คนเริ่มกลับไปใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น ความต้องการแอปโซเชียลออดิโอจึงลดลง
  • การแก้ไขปัญหาที่ล่าช้า: แม้ว่าต่อมา Clubhouse จะเปิดตัวฟีเจอร์บันทึกเสียงในเดือนตุลาคม 2021 แต่ก็สายเกินไปที่จะรักษาฐานผู้ใช้ไว้

2. ถูกคู่แข่งลอกเลียนและปรับปรุงให้ดีกว่า

เมื่อ Clubhouse เริ่มได้รับความนิยม คู่แข่งรายใหญ่ไม่รอช้าที่จะสร้างฟีเจอร์คล้ายกัน:

  • Twitter เปิดตัว Twitter Spaces (ธันวาคม 2020)
  • Facebook เปิดตัว Live Audio Rooms
  • Spotify เปิดตัว Greenroom
  • Discord เพิ่มฟีเจอร์ Stage Channels
  • LinkedIn เพิ่ม Audio Events

คู่แข่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่ลอกเลียนฟีเจอร์ แต่ยังปรับปรุงให้ดีขึ้น Twitter Spaces อนุญาตให้บันทึกการสนทนาได้ตั้งแต่เริ่มต้น และมีฐานผู้ใช้อยู่แล้วหลายร้อยล้านคน ทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องโหลดแอปเพิ่ม

3. ล้มเหลวในการสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน

แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีระบบนิเวศที่สมบูรณ์:

  • ปัญหาด้านผู้ใช้: Clubhouse เน้นคนดังมากเกินไป ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปรู้สึกเป็นพลเมืองชั้นสอง แอปจึงเต็มไปด้วยห้องที่พยายามขายของหรือโปรโมทตัวเอง
  • ขาดโมเดลธุรกิจที่ชัดเจน: ต่างจาก Instagram, YouTube หรือ TikTok ที่สร้างระบบให้ครีเอเตอร์หารายได้ Clubhouse ไม่มีระบบรายได้ใดๆ ไม่มีโฆษณา ไม่มีส่วนแบ่ง ไม่มีระบบทิป จึงไม่มีแรงจูงใจให้สร้างเนื้อหาคุณภาพ
  • ปัญหาด้านการกำกับดูแลเนื้อหา: เมื่อเติบโตขึ้น Clubhouse ไม่สามารถควบคุมเนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีห้องสนทนาที่มีการเหยียดเชื้อชาติ เหยียดเพศ รวมถึงนักต้มตุ๋นที่สร้างห้องล่อผู้ใช้

ความพยายามในการฟื้นตัว เมื่อความนิยมเริ่มลดลง Clubhouse พยายามปรับตัวหลายวิธี:

  • เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ เช่น การฟังย้อนหลัง, ระบบส่งข้อความส่วนตัว, ห้องสนทนาถาวร
  • เปิดให้ใช้งานบน Android และยกเลิกระบบเชิญ
  • พยายามช่วยให้ครีเอเตอร์หารายได้ด้วยระบบรับทิปและโปรแกรมสนับสนุนต่างๆ
  • เปลี่ยนจากห้องสนทนาสดมาเป็น "Chats" - ระบบส่งข้อความเสียงสั้นๆ คล้ายวอยซ์โน้ต

แต่การปรับตัวเหล่านี้ไม่สามารถหยุดการร่วงลงของแพลตฟอร์มได้ เพราะปัญหาหลักคือการขาดเหตุผลที่ทำให้ผู้ใช้อยากกลับมาใช้งานซ้ำๆ

มรดกที่ยั่งยืนที่สุดของ Clubhouse ไม่ใช่ตัวแพลตฟอร์มเอง แต่เป็นการจุดประกายกระแสโซเชียลออดิโอทั่วทั้งอุตสาหกรรม แม้ว่าตัวแอปจะลดบทบาทลงอย่างมาก แต่อิทธิพลของมันยังคงอยู่

กรณีศึกษานี้ได้ให้บทเรียนสำคัญหลายประการ

  • นวัตกรรมเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ: แพลตฟอร์มต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและปรับตัวตามความต้องการของผู้ใช้
  • ต้องมีโมเดลธุรกิจที่ชัดเจน: เงินทุนและกระแสความนิยมไม่สามารถหล่อเลี้ยงธุรกิจได้ตลอดไป จำเป็นต้องมีแผนที่ชัดเจนในการสร้างรายได้
  • สร้างระบบนิเวศที่สมดุล: ต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ผู้ใช้ ครีเอเตอร์ และแพลตฟอร์มเอง ได้ประโยชน์ร่วมกัน
  • เข้าใจจุดแข็งและข้อจำกัดของตนเอง: Clubhouse มีจุดเด่นที่ชัดเจน แต่ไม่ได้จัดการกับข้อจำกัดของตัวเองอย่างทันท่วงที

บทเรียนจาก Clubhouse แสดงให้เห็นว่าในโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงเร็ว การสร้างกระแสและได้รับเงินลงทุนมหาศาลอาจไม่ใช่ปัจจัยเพียงพอสำหรับความสำเร็จในระยะยาว แต่ความยั่งยืนเกิดจากการสร้างคุณค่าที่แท้จริงและระบบที่เอื้อประโยชน์ต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...