โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

อย่าลืม…แบ่งเงินจาก “Active Income” ไปสร้าง “Passive Income” !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2565 เวลา 21.30 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

Wealthy Way: จะดีแค่ไหน…ถ้าเราจะมี “รายได้” เข้ามาแบบ Non-stop แม้ในวันที่ไม่ได้ทำงานแล้ว นั่นน่าจะเป็นหนึ่งใน “เป้าหมาย” ของคนส่วนใหญ่เลยก็ว่าได้
จะได้เอา “เวลา” ไปทำในสิ่งที่ตัวเองชอบและสนใจแบบชิลๆ
แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ ก็คงต้อง “สร้างแหล่งรายได้” กันขึ้นมา สะสมต่อยอดไปเรื่อยๆ จนถึงเป้าหมายที่ตั้งใจเอาไว้นั่นเอง ซึ่งแต่ละคนก็คงจะ “แตกต่าง” กันออกไปในเรื่องของ “จำนวนเงิน” ที่ต้องการ
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ จะพามารู้จักกับ 3 แหล่งรายได้ ที่ทุกคนควรรู้จักกัน

Active Income”…รายได้จากการใช้ “แรงทำงาน”

มารู้จักรายได้ตัวแรกกันก่อนเลยนั่นก็คือ Active Income” เป็นรายได้ที่เราใช้แรงของเราทำแลกมา ซึ่งถือเป็นแหล่งรายได้พื้นฐานของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นแรงงานประเภทไหนก็ตาม จะในระบบหรือนอกระบบก็ตาม ตราบเท่าที่เรายังมีแรงทำงาน รายได้ประเภทนี้ก็จะมีตราบนั้น เรียกว่า…ถ้าคุณยัง Active อยู่ รายได้ประเภทนี้ก็ยังอยู่
“ถือเป็นแหล่งรายได้หลักของคนทำงานส่วนใหญ่ ที่จะใช้ต่อยอดกันต่อไปในอนาคต ข้อเสียคือ ถ้าไม่ได้ทำรายได้ส่วนนี้ก็จะหายไปด้วยเช่นกัน ฉะนั้น…ในช่วงที่ยังมีแรงทำงาน ก็ควรแบ่งเงินรายได้เก็บตลอดเส้นทางการทำงาน โดยใช้แนวคิดของการ ‘จ่ายให้ตัวเองก่อน’ หรือ ‘Pay yourself First’ นั่นเอง ให้ดีจากการศึกษากันมาแนะนำเก็บไม่ต่ำกว่า 10% ของรายได้”

Passive Income”…รายได้จากการใช้ “เงินทำงาน”

ถัดมาเป็น Passive Income” หรือการใช้เงินทำงานสร้างรายได้นั่นเอง เป็นการทำงานแบบ24 ชม. ทำทุกวัน “ไม่มีวันหยุด” ซึ่งเป็นทางเลือกที่จะช่วยให้เราไปพบ “อิสรภาพทางการเงิน” ได้ หากมีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะสร้างรายได้ให้เพียงพอกับรายจ่ายของคุณในแต่ละเดือนนั่นเอง

ทางเลือกหลักๆ ก็จะเป็น “สินทรัพย์ทางการเงิน” ต่างๆ ตั้งแต่ที่มีความเสี่ยงต่ำไปจนถึงความเสี่ยงสูง ขึ้นกับความสามารถในการรับความเสี่ยงและเป้าหมายการเงินของคนนั้นๆ และควรมองเป็น “พอร์ต” กระจายไปในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ อย่างเหมาะสมจะดีกว่าไปทุ่มลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งเพียงอย่างเดียว เพราะสินทรัพย์แต่ละประเภทก็มี “ข้อดี-ข้อด้อย” แตกต่างกันออกไป
-กลุ่มเงินฝาก…ให้รายได้สม่ำเสมอในรูปดอกเบี้ย แต่ก็ไม่มากนัก สภาพคล่องสูง
-กลุ่มตราสารหนี้/กองทุนอสังหาริมทรัพย์…ให้รายได้สม่ำเสมอดีกว่าเงินฝาก แต่สภาพคล่องต่ำกว่า นักลงทุนทั่วไปถ้าถือลงทุนไว้จนครบอายุ ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความผันผวนด้านราคาแต่ประการใด
-กลุ่มหุ้น…จะเน้นไปที่โอกาสการเติบโตของเงินลงทุนใน “ระยะยาว” ที่ดีกว่าโดยเปรียบเทียบ ซึ่งแลกมาด้วยความผันผวนในระยะสั้น ส่วนรายได้จาก “ปันผล” ก็ขึ้นกับบริษัทมีกำไรแล้ว จะจ่ายหรือไม่ด้วย “คาดการณ์ไม่ได้” แต่ในเรื่องสภาพคล่องดี
“ปัจจุบันก็มีทางเลือกที่สะดวกและง่ายใช้เงินน้อยในการลงทุนนั่นก็คือ ‘กองทุนรวม’ เป็นเครื่องมือที่สามารถตอบโจทย์การลงทุนได้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกัน”

Lucky Income”…รายได้ที่มาจาก “โชควาสนา”

สุดท้ายเป็น Lucky Income” หรือรายได้ที่มาจากโชค อันนี้คงไม่ได้เกิดกับทุกคน แต่เป็นกลุ่มคนที่ชอบเสี่ยงโชค และก็ไม่ใช่ทุกคนที่เสี่ยงโชคจะมีรายได้ตรงนี้ จึงเป็นแหล่งรายได้ที่คาดเดาไม่ได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร มากหรือน้อย เป็นรายได้ที่เกิดขึ้นแบบ “ครั้งคราว” จึงไม่นับรวมอยู่ในแหล่งรายได้ปกติ ส่วนใครโชคดีได้มาก็ถือเป็นส่วนเพิ่มเข้ามาก็แล้วกัน
หากจัดสมดุลให้กับ “แหล่งรายได้” อย่างเหมาะสม ค่อยๆ โยกเงินเก็บบางส่วนจาก “Active Income” ไปสร้าง “Passive Income” ให้โตขึ้นๆ (ถ้าโชคดีอาจมี “Lucky Income” เพิ่มเติมเข้ามา) ในท้ายที่สุดเมื่อมีขนาดใหญ่เพียงพอจน “เงินทำงาน” สามารถสร้างรายได้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิต วันนั้นแม้ไม่ Active ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินแต่ประการใด ที่สำคัญ… “หนทางไกลนับหมื่นลี้ เริ่มต้นที่ก้าวแรก” วันนี้…คุณเริ่มต้นสร้าง “Passive Income” ให้ตัวเองแล้วหรือยัง?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...