โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมทะเลฯ เร่งจัดการคราบน้ำมันรั่วเกาะหมากหลังสปีดโบ๊ตไฟไหม้ ยังไม่พบสัตว์น้ำตาย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 10 ม.ค. 2566 เวลา 05.45 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. 2566 เวลา 04.46 น.

กรมทะเลชายฝั่งร่วมกับ อบต.เกาะหมาก และชมรมอนุรักษ์ปะการังเกาะหมาก เร่งสกัดและจัดการคราบน้ำมันที่รั่วไหลจากเหตุเพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ต บริเวณอ่าวทองหลาง จ.ตราด

เมื่อวันที่ 10 มกราคมนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) กล่าวว่า วานนี้ตนได้รับแจ้งจากศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก (ศวทอ.) ถึงเหตุน้ำมันรั่วไหลจากเหตุเพลิงไหม้เรือท่องเที่ยวสปีดโบ๊ต บริเวณอ่าวทองหลาง ต.เกาะหมาก อ.เกาะกูด จ.ตราด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่าจุดเกิดเหตุเป็นบริเวณท่าจอดเรืออ่าวทองหลาง สภาพน้ำทะเลมีฟิล์มน้ำมันลอยบนผิวน้ำ มีหลุดลอดจากทุ่นกักน้ำมันบริเวณแนวเขื่อนเล็กน้อย และไม่พบสัตว์น้ำตาย

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจวัดคุณภาพน้ำเบื้องต้น พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างน้ำทะเล จำนวน 3 สถานี (KM1-3) โดยผลคุณภาพน้ำทั่วไปอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานฯ มีค่าความเป็นกรด-ด่าง 7.92-8.03 อุณหภูมิ 26.7-26.9 องศาเซลเซียส ความเค็ม 31.2-31.3 ส่วนในพันส่วน และปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำ 5.56-6.98 มิลลิกรัมต่อลิตร นอกจากนั้นได้สำรวจแนวปะการังใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ

เบื้องต้นพบว่าแนวปะการังมีสภาพปกติ ไม่พบคราบน้ำมันและตะกอนน้ำมันบนผิวโคโลนีปะการังและในมวลน้ำทะเล

และจากการสัมภาษณ์คุณธานินทร์ สุทธิธนกุล รองประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกาะหมาก ทราบว่า หลังเหตุการณ์เพลิงไหม้ อบต.เกาะหมาก และชมรมอนุรักษ์ปะการังเกาะหมาก ได้ร่วมกันประดิษฐ์ทุ่นกักน้ำมันไปวางติดตั้งป้องกันบริเวณปากอ่าวเพื่อไม่ให้น้ำมันรั่วไหลออกสู่ทะเลอีกด้วย

เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีการเพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวนปะการังเพื่อความอุดมสมบูรณ์ ตนจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง และเร่งหาวิธีที่จะป้องกันน้ำมันที่รั่วไหลให้ไหลลงสู่ทะเลน้อยที่สุดเพื่อไม่ให้กระทบต่อทรัพยากรทางทะเล

ทั้งนี้ กรม ทช.ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่จาก อบต.เกาะหมาก และชมรมอนุรักษ์ปะการัง เร่งหาวิธีจัดการคราบน้ำมันโดยด่วน เพื่อไม่ให้กระทบต่อแนวปะการังที่กำลังเพาะพันธุ์ในบริเวณนั้น

“ในโอกาสนี้ ตนจึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวช่วยกันสอดส่องดูแล โดยหากพบอุบัติเหตุทางทะเล หรือการกระทำความผิด สามารถแจ้งมายังสายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล โทร 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่เร่งเข้าตรวจสอบ และช่วยเหลือได้ทันท่วงทีต่อไป” นายอรรถพลกล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...