โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สัญญาณนี้ไม่ดีกับโลก-บริษัทเอกชนจีน เกินครึ่ง รายได้หายกำไรหด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ก.ย 2565 เวลา 13.07 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2565 เวลา 10.24 น.
China's largest developer Country Garden Holdings reported a record 96 percent on-year drop in its first-half earnings (Photo by AFP) / China OUT

ยังไม่มีข่าวดีจากเศรษฐกิจจีน ซีเอ็นเอ็นรายงานวิเคราะห์ปัจจัยรุมเร้าที่กดรายได้และกำไรของ บริษัทเอกชนจีน

วันที่ 3 กันยายน 2565 ซีเอ็นเอ็น รายงานภาพรวมผลประกอบการ บริษัทเอกชนจีน ครึ่งปีแรก จากการรวบรวมข้อมูลของ Wind และ Choice บริการข้อมูลการเงินหลักของจีน ว่าเป็นสถานการณ์ที่รายได้ถดถอย และกำไรหดหายมากที่สุดครั้งหนึ่ง

นอกจากเผชิญผลกระทบของนโยบายซีโร่โควิด ซ้ำด้วยวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ บริษัทเอกชนจีน ที่จดทะเบียนในเซี่ยงไฮ้ เซินเจิ้น และปักกิ่ง มากกว่า 4,800 บริษัทมีตัวเลขรายได้ครึ่งปีแรกที่เรียกได้ว่า “นองเลือด”

ในจำนวนนี้53% ต่างรายงานผลกำไรสุทธิที่ลดลง แทบจะย่ำแย่เหมือนปี 2020 หรือ พ.ศ. 2563 ที่โควิดระบาดจนเกิดการล็อกดาวน์ทั่วโลก ตอนนั้นบริษัท 54% กำไรหดหายในช่วง 6 เดือนแรก

อีกตัวเลขหนึ่งที่ตอกย้ำว่าสถานการณ์ปีนี้ย่ำแย่กว่า คือรายงานการขาดทุนของจำนวนบริษัทสูงเกือบ 900 แห่ง เมื่อเทียบกับปี 2020 ตอนนั้นมี 780 บริษัทที่ขาดทุน

จีนซึม-กระทบทั่วโลก

ในฐานะที่จีนครองสัดส่วนเศรษฐกิจเป็นอันดับสองของโลก สถานการณ์รายได้บริษัทดิ่งลงครั้งนี้ย่อมมีผลกระทบไปทั่วโลก เพราะบริษัทจีนคือผู้ซื้อรายใหญ่ ทั้งสินค้า เทคโนโลยี และผลผลิตอื่น ๆ ของตลาดโลก

“เราเริ่มเห็นผลกระทบแล้ว” อลิเซีย การ์เซีย เอร์เรโร หัวหน้าทีมนักเศรษฐศาสตร์เอเชียแปซิฟิก ของธนาคารเพื่อการลงทุน Natixis สัญชาติฝรั่งเศส กล่าว และว่า ราคาน้ำมันและราคาสินค้าพลังงานอื่น ๆ ส่งสัญญาณล่าถอย ส่วนโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ เริ่มเห็นใบสั่งสินค้าที่ลดลงแล้ว

นักเศรษฐศาสตร์ท่านนี้เป็นอีกคนที่เห็นคล้ายผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ ว่า การควบคุมโควิดอย่างเข้มงวดของจีน และวิกฤตในตลาดอสังหาริมทรัพย์จีนทำให้ผลประกอบการของบริษัทต่าง ๆ ปักหัวลง

แลร์รี หู นักเศรษฐศาสตร์ของ Macquarie Group มองในทิศทางเดียวกันว่า รายได้ที่ลดลงของ บริษัทเอกชนจีน สะท้อนเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงของจีน และถูกลากให้ถอยหลังไปอีกจากภาคอสังหาฯ สถานการณ์โควิดที่แย่ลง และเศรษฐกิจโลกโดยรวมที่อ่อนแอลง

ล็อกตามด้วยร้อน

ถึงเวลานี้ จีนยังยึดติดกับนโยบายโควิดเป็นศูนย์ ที่ควบคุมกิจกรรมและการเดินทางของประชาชน ไล่ล็อกดาวน์ตามเมืองต่าง ๆ แม้ว่าจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่าก ส่วนการเดินทางเข้าออกประเทศถูกจำกัด

เซี่ยงไฮ้ ฮับการเงินของจีนที่มีประชากร 25 ล้านคน ล็อกดาวน์ไปนาน 2 เดือน จากนั้นเมืองหลักอื่น ๆ ก็ถูกคุมเข้มทั้งผู้อยู่อาศัยและธุรกิจ รวมถึงเฉิงตู เมืองเอกของมณฑลเสฉวน ที่มีประชากร 21 ล้านคน เพิ่งล็อกดาวน์เมื่อวันที่ 1 ก.ย.

ไตรมาสสอง จีดีพีจีนขยายตัวเพียง 0.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นตัวเลขที่แผ่วที่สุดนับจากเริ่มต้นปี 2020 บรรดาธนาคารเพื่อการลงทุนต่างตัดลดตัวเลขคาดการณ์การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจจีนเหลือ 3% หรือน้อยกว่านี้

นักวิเคราะห์วิตกด้วยว่า สถานการณ์คลื่นความร้อนที่ทำสถิติจะกระทบต่การผลิดพืชผลทั่วพื้นที่ภาคใต้ เช่นเดียวกับบรรดาโรงงานในหลายมณฑลที่ต้องปิดตัวเพื่อประหยัดไฟฟ้า

“ไม่ว่ารัฐบาลจีนจะตัดสินใจผ่อนคลายนโยบายซีโร่โควิดตั้งแต่เดือนมีนาคม 2023 หรือไม่ เราคาดว่าเศรษฐกิจและตลาดจะเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก ทั้งผิดหวังที่เปิดไม่จริง หรือไม่ก็เผชิญกับการติดโควิดที่เพิ่มขึ้น” ผลการวิเคราะห์ของบริษัทโนมูระ รายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 2 ก.ย.

ผู้เสียหายอันดับต้น ๆ

สำหรับบริษัทที่จะสูญเสียมากที่สุดในสถานการณ์นี้ ได้แก้ กลุ่มบริษัทเทคโนโลยี อย่าง อาลีบาบา ผลประกอบการไตรมาสสอง ทำรายได้ใกล้กับปีก่อน หมดยุคเปรี้ยงปร้างที่เคยมีมาหลายปี เช่นเดียวกับ เทนเซนต์ ที่เปิดตัวเลขการขายไตรมาสแรกดิ่งลง 18%

ส่วนภาคที่เสียหายไปก่อนแล้ว ได้แก่ ธุรกิจการบิน สายการบินรายใหญ่ที่สุดของจีน 3 บริษัท คือ แอร์ไชน่า, ไชน่า เซาเทิร์น แอร์ไลนส์ และไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลนส์ เปิดตัวเลขขาดทุนรวมกันถึง 7,200 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2.64 แสนล้านบาทในครึ่งปีแรก

ทั้งหมดกล่าวว่าสาเหตุมาจากการเดินทางที่หยุดชะงักเพื่อคุมโควิด และการอ่อนค่าของเงินหยวนที่ดิ่งลง 9% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ซึ่งค่าเงินมีผลลบต่ออุตสาหกรรมการบินมาก เนื่องจากสายการบินต้องจ่ายเงินนำเข้าเครื่องบินและน้ำมัน ทำให้หนี้ที่อยู่สกุลเงินดอลลาร์เพิ่มขึ้น

ปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุม

ด้านผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นอีกกลุ่มที่เผชิญผลประกอบการที่ดิ่งหัวลงมากที่สุด เนื่องจากตลาดบ้านหมุนติ้วลง

ภาคอสังหาฯ ซึ่งครองสัดส่วนในจีดีพีมากถึง30% เจอรัฐบาลบีบรัดนับตั้งแต่ปี 2020 เพื่อหยุดยั้งการให้สินเชื่อที่ปล่อยปละละเลยในอุตสาหกรรมนี้ ถึงวันนี้ราคาอสังหาฯ จึงดิ่งลงพร้อมกับยอดขายบ้านใหม่ที่ซบเซา

วิกฤตที่เข้ามาซ้ำเติมเมื่อเร็ว ๆ นี้ คือการตอบโต้ของกลุ่มผู้ซื้อบ้านว่าจะไม่จ่ายค่าจำนองบ้าน หากยังผู้ประกอบการยังสร้างบ้านให้ไม่เสร็จ ยิ่งทำให้ตลาดปั่นป่วนจนรัฐต้องเข้าไปจัดการข้อพิพาทเพื่อลดวิกฤตที่อาจบานปลายไปส่วนอื่น

ท่ามกลางสถานการณ์นี้ บริษัท คันทรี การ์เดน อสังหาฯ เบอร์หนึ่งของจีน ที่ทำยอดขายได้สูงสุด เพิ่งแถลงตัวเลขกำไรสุทธิครึ่งปีแรก ว่าดิ่งลงไปถึง 96% ดิ่งสุดนับจากปี 2007

บริษัทให้เหตุผลที่ผลประกอบการออกมาเช่นนี้ ว่าเป็นแรงผลักดันจากปัจจัยภายนอกที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ทั้งโควิดระบาดรอบใหม่ในหลายพื้นที่ของจีน ทั้งสภาพอากาศสุดขั้ว และภาคอสังหาฯ ที่เข้าสู่ช่วงขาลง

….

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...