โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"เมืองละแวก" แตกด้วยกระสุนเงิน เผยกลศึกอาณาจักรอยุธยา ยึดครองดินแดนเขมร

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 12 ธ.ค. 2568 เวลา 01.36 น. • เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2568 เวลา 01.15 น.
ภาพวาด เมืองละแวก ราวศตวรรษที่ 17

เมืองละแวก แตกด้วยกระสุนเงิน เผยกลศึกอยุธยา ยึดครองดินแดนเขมร

ในปลายพุทธศตวรรษที่ 21 ชาวสเปนผู้หนึ่งนามว่า สาธุคุณ กาสปาร์ เดอ ลา ครูช (Gaspar de la Cruz) ได้เดินทางเข้ามาพำนักอย่างน้อยเป็นเวลาหนึ่งปีในประเทศกัมพูชา สำหรับชาวตะวันตกชาติอื่นดังเช่น โปรตุเกส สเปน ชาวดัตช์ ก็ได้เดินทางเข้ามาสู่ประเทศกัมพูชาเช่นกัน และในช่วงเวลาที่เกิดสงครามกลางเมืองนั้นก็ได้มีบทบาทสำคัญ โดยได้รับความอุปถัมภ์จากราชสำนัก

การปกครองในรัชกาลของนักพระสัตถา (Preah Satha)

พระบรมราชาสิ้นพระชนม์ใน พ.ศ. 2119 ราชโอรสทรงพระนามว่า พระสัตถา ได้ขึ้นเสวยราชย์สนองพระองค์สืบมา

นักพระสัตถาหรือสัตถาที่ 1 ครองราชสมบัติจนกระทั่ง พ.ศ. 2127 ซึ่งในปีนี้พระองค์ได้สละราชย์ให้แก่ราชโอรสองค์ใหญ่ที่มีพระนามว่า พระชัยเชษฐาที่ 1 (Préah Chey Chetha I) ทว่าพระชัยเชษฐาได้เสวยราชสมบัติอยู่เพียงสิบปี พระราชบิดาก็ได้ปกครองบ้านเมืองภายใต้พระนามของพระองค์

ในช่วงสองรัชกาลนี้ต้องดำเนินยุทธสงครามกับชาวสยาม เมื่อพระมหากษัตริย์สยามทรงถูกคุกคามจากกษัตริย์แห่งหงสาวดีนั้น กษัตริย์เขมรจึงทรงถือโอกาสในขณะที่ปรปักษ์ของพระองค์กำลังประสบความยุ่งยาก โดยส่งกองทัพไปยังเขตแดนของราชอาณาจักรสยาม เมื่อชาวสยามภายใต้การนำของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชมีชัยชนะเหนือหงสาวดี แล้วการสงครามที่รุนแรงกับชาวเขมรก็ได้อุบัติขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

นักพระสัตถาได้ทรงเสริมกำลังกองทหารให้เข้มแข็งขึ้นในเมืองพระตะบอง (Battambang) เมืองโพธิสัตว์ (Pursat) และเมืองพระนคร (Angkor) อย่างไรก็ดีเมืองเหล่านี้ก็ถูกโจมตี แต่ทว่าความพยายามที่จะโจมตีเมืองละแวก (Lovek) ต้องประสบความล้มเหลว

ในปีถัดมาชาวสยามได้ยกกองทัพเข้ามาเป็นครั้งที่สอง โดยได้เข้าโจมตีเมืองกำปงสวาย (Kompong Svay) ได้ยกกองทัพเรือเข้าไปสู่ทะเลสาบใหญ่และได้เข้าร่วมกับชาวจามต่อสู้กับชาวเขมร กองทัพสยามยึดได้ดินแดนของกัมพูชาทั้งหมดใน พ.ศ. 2136 รวมทั้งสามารถยึดเมืองละแวกได้สำเร็จ

ตามตำนานฉบับหนึ่งกล่าวว่า ในคราวที่ชาวสยามเข้าโจมตีครั้งแรกนั้น ชาวสยามไม่สามารถยึดเมืองละแวกได้ เนื่องจากมีปราการที่มั่นคงอันได้แก่ดงต้นไผ่ขึ้นอยู่โดยรอบ พระมหากษัตริย์สยามทรงพระปรีชาสามารถอันชาญฉลาด ด้วยมีพระบรมราชโองการให้เหล่าทหารยิงลูกกระสุนปืนที่ทำด้วยเงินเข้าไปในดงไม้ไผ่เหล่านั้น เมื่อพระองค์ทรงยกทัพกลับ ชาวบ้านชาวเมืองของ เมืองละแวก จึงพากันมาตัดต้นไผ่เพื่อจะค้นหาลูกกระสุนเงินของชาวสยาม ครั้นพระมหากษัตริย์ทรงกรีธาทัพกลับมาก็สามารถเข้าโจมตีเมืองละแวกได้อย่างสะดวก เพราะปราศจากปราการของต้นไผ่เสียแล้ว

การยึดเมืองละแวกของ อยุธยา ในครั้งนี้ ได้ก่อให้เกิดช่วงวิกฤตการณ์ในประเทศกัมพูชา พงศาวดารสยามได้เล่าความว่า เมื่อกษัตริย์เขมรถูกกุมพระองค์ได้ พระมหากษัตริย์สยามได้โปรดฯ ให้บั่นพระเศียรและนำโลหิตมาล้างพระบาท อย่างไรก็ดีเป็นไปได้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวคงมิได้เกิดขึ้นจากพระบรมราชโองการของพระมหากษัตริย์สยาม ด้วยนักพระสัตถาและราชโอรสคงจะหลบหนีไปได้สำเร็จ และได้สิ้นพระชนม์สองปีต่อมาที่เมืองสตึงเตรง (Stung Treng) อุปโยราชได้ถูกกุมพระองค์

การที่ “เมืองละแวก” ถูกยึดครองนี้นำมาสู่ความเสื่อมถอยของอำนาจในประเทศกัมพูชาที่ได้ยุติบทบาทที่เคยโดดเด่นในเอเชียอาคเนย์มาก่อน ความวุ่นวายภายในได้เพิ่มความยุ่งยากในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และในเวลาต่อมาก็ได้เกิดการแย่งราชสมบัติขึ้นถึงสองคราว

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ : คัดเนื้อหาจากบทความ “เมืองละแวก แตกด้วยกระสุนเงิน” เขียนโดย ศ.ดร. ม.ร.ว. สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์ ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับกันยายน 2539

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 19 เมษายน 2565

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เมืองละแวก” แตกด้วยกระสุนเงิน เผยกลศึกอาณาจักรอยุธยา ยึดครองดินแดนเขมร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...