ILM ผนึกกำลังพันธมิตร ‘SET – กรมป่าไม้ – ภาคประชาชน’ ในโครงการ Care the Wild โปรเจกต์ “ปลูกกล้าพลิกฟื้นผืนป่า”
'บมจ.อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์' (ILM) สานต่อวิสัยทัศน์สู่การเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน ควบคู่การขับเคลื่อนความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมสู่โลกสีเขียวแห่งอนาคต เปิดโปรเจกต์ “ปลูกกล้าพลิกฟื้นผืนป่า”แผนบูรณาการพื้นที่แห้งแล้งเพิ่มพื้นที่สีเขียวระยะ 3 ปี ผนึกพันธมิตรหลัก ‘ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย’ในโครงการ ‘Care the Wild’ ปลูกป้อง Plant & Protect ประเดิมปลูกต้นไม้เฟสแรกจำนวน 2,600 ต้น ขนาดพื้นที่ 13 ไร่ ณ ป่าชุมชนตำบลหินดาด จ.นครราชสีมาโดยคณะกรมป่าไม้ เจ้าหน้าที่ทหาร และภาคประชาชนในพื้นที่ร่วมระดมปลูกป่าพร้อมเฝ้าดูแลให้ต้นไม้อยู่รอดเป็นผืนป่าที่เขียวชอุ่ม เพื่อสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
นางสาวกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM ผู้นำธุรกิจร้านค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ภายในบ้าน ของตกแต่งบ้านครบวงจร เปิดเผยว่า ปัจจุบันโลกเกิดวิกฤตการณ์เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง จากข้อมูลพบว่าตั้งแต่ปี 2566 ประเทศไทยเราต้องเผชิญหน้ากับเอลนีโญ โดยในปี 2568-2569 จะมีสภาพอากาศที่ร้อนและภัยแล้งที่อาจรุนแรงสุดในรอบ 10 ปี และปี 2572-2573 อาจจะเกิดน้ำท่วมใหญ่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร ความหลากหลายทางชีวภาพและความเป็นอยู่ของมนุษย์ ดังนั้น อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ มีความมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ไม่เพียงพัฒนาร้านสินค้าและบริการเท่านั้น แต่ยังควบคู่การขับเคลื่อนความยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างสรรค์สังคมรอบข้างให้เติบโตอย่างมีความสุขไปพร้อมกัน ภายใต้แนวคิด “Sustainable Living for Future Lifestyle” โดยกำหนดกรอบดำเนินธุรกิจ ESG สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance) ที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ทั้งภายในองค์กร ภาคสังคม และเศรษฐกิจ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
และในฐานะผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าภายในบ้านที่ใช้ “ไม้” เป็นวัสดุหลัก ได้ตระหนักและให้ความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติอย่างยิ่ง จึงเป็นที่มาของการเลือกไม้ป่าปลูกทดแทน 100%ทั้งนี้ยังเดินหน้าแผนการสร้างสรรค์และส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนภายใต้ กลยุทธ์ Green Planetสอดคล้องกับเป้าหมายการมุ่งสู่การก้าวเป็นธุรกิจ Carbon Neutral ในปี 2050 และ Net Zero ในปี 2065 ผ่านการดำเนินการบูรณาการพื้นที่แห้งแล้งเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกป่าระยะ 3 ปี (2567-2569) โดยผนึกกำลังพันธมิตรหลัก ‘ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย’(SET) ในโครงการ ‘Care the Wild’ ปลูกป้อง Plant & Protect ประเดิมปลูกต้นไม้เฟสแรกในกิจกรรม “ปลูกกล้าพลิกฟื้นผืนป่า” ในป่าชุมชนตำบลหินดาด จ.นครราชสีมา บนพื้นที่รวม 13 ไร่ จำนวนต้นไม้ 2,600 ต้น ประกอบด้วย ไม้มะค่าโมง ไม้สัก ไม้พะยูง ไม้ยางนา ไม้ไผ่ ไม้มะฮอกกานี ไม้อินทนิล ไม้ตะเคียนทอง และไม้เสลา โดยผสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งจิตอาสาจากผู้บริหารและพนักงานอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์, กรมป่าไม้ หน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ และภาคประชาชนจากชาวบ้านในพื้นที่กว่า 5หมู่บ้าน รวมกว่า 120 คน ร่วมปลูกกล้าไม้และเรียนรู้กระบวนการปลูกเชิงคุณภาพ เพื่อสร้างสมดุลทางระบบนิเวศที่สมบูรณ์ให้กับสิ่งมีชีวิต และเอื้อประโยชน์ด้านอาชีพ เป็นคลังอาหาร สร้างเศรษฐกิจชุมชน ให้ชาวบ้านในชุมชนตำบลหินดาด ควบคู่การ ส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อย่างยั่งยืน โดยต้นไม้ 2,600 ต้น จะสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ราว 7.02 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปีนอกจากนี้โครงการ Care the Wild “ปลูกป้อง” Plant & Protectนับเป็นอีกหนึ่งรูปแบบนวัตกรรมความร่วมมือระหว่างภาคตลาดทุน ในการขับเคลื่อนความยั่งยืน พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ลงทุน และสนับสนุนแนวคิดการให้ความสำคัญต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่ต้องเดินหน้าควบคู่กับการเติบโตทางธุรกิจ ในรูปแบบการปลูกป่าใหม่ ปลูกป่าเสริม และส่งเสริมการดูแลป่า โดยการปลูกป่าโครงการ Care the Wild จะติดตามการเติบโตอย่างมีส่วนรวมเพื่อให้มั่นใจได้ว่าต้นไม้รอด 100% ไม่ต่่ากว่า 10 ปี ซึ่งวางกรอบการทำงานร่วมกับ “ธรรมชาติ” เพื่อให้การพัฒนาของมนุษย์อยู่บนเส้นทางเดียวกับการสร้างสมดุลทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืน ที่อาศัยหลักการ “ธรรมาภิบาลป่าไม้” สอดคล้องกับหลักการ Exchange ในการเปิดเผยข้อมูล disclosure based เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการทำงานของทุกพันธมิตร
ด้านนางกาญจนวรรณ ลายลักษณ์ศิริ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานการตลาด ILM กล่าวว่า ILM ในฐานะบริษัทจดทะเบียนที่ดำเนินธุรกิจค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ และของแต่งบ้าน ที่ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าที่ใช้วัสดุหลักจาก “ไม้” เราตระหนักและคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุ้มค่า ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตจำหน่ายล้วนเป็นไม้จากป่าปลูกทดแทน รวมถึงเรายังใช้ไม้จากต้นยางพาราที่ไม่สามารถผลิตน้ำยางได้แล้ว เป็นอีกทางที่จะสนับสนุนรายได้ให้เกษตรกรและลดการทำลายป่าทางอ้อม นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีแนวคิดที่จะพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ด้วยการปลูกป่าใหม่ ฟื้นฟูป่าเดิม ให้เกิดการพึ่งพากันระหว่างมนุษย์และธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยนำทีมผู้บริหารและพนักงานรวม 40 คน จาก ILM สาขาโคราชและจากสำนักงานใหญ่ ลงพื้นที่ร่วมปลูกต้นไม้รวม 2,600 ต้น ในพื้นที่ 13 ไร่ ในกิจกรรม ‘ปลูกกล้าพลิกฟื้นผืนป่า’ ภายใต้โครงการ Care the Wild ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และการลงพื้นที่ไปร่วมปลูกป่าครั้งนี้ได้เห็นความสามัคคีและความหวังของคนในชุมชนมากกว่า 5หมู่บ้าน ที่จะได้รับประโยชน์จากผืนป่าแห่งนี้ ขอขอบคุณทุกภาคส่วน ทั้งทางตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยคุณประลอง ดำรงค์ไทย ผู้ทรงคุณวุฒิคณะทำงานพิจารณาพื้นที่ป่าปลูกโครงการฯ, กรมป่าไม้ โดยคุณสมถวิล ลีลามโนธรรม ผอ.ส่วนจัดการป่าชุมชน สจป. จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายกิจการพลเรือนกรมทหารราบที่ 23ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา และคณะครูและนักเรียน รร.บ้านสระมะค่า กล้าเยาวชนมาปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีเพื่อเรียนรู้และรักษ์ป่า ชาวบ้านในตำบลหินดาดที่มาร่วมแรงร่วมใจให้การปลูกป่าสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เราเชื่อว่าการเพิ่มพื้นที่ป่าไม่เพียงเพิ่มพื้นที่สีเขียวแต่ยังเสริมสร้างคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของคนในชุมชนให้ดีอย่างยั่งยืน และประเทศไทยจะมีผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์เป็นมรดกทางธรรมชาติให้กับลูกหลานไทยต่อไปในอนาคต”
ทางด้าน สมศักดิ์ พานิชกุล กำนันตำบลหินดาด กล่าวว่า “บริเวณป่าชุมชนตำบลหินดาดแห่งนี้เดิมทีเป็นเป็นป่าสมบูรณ์เป็นโครงการอ่างเก็บน้ำโกรกกระโดนที่สร้างแหล่งน้ำหล่อเลี้ยงคนรวม 4หมู่บ้าน ทั้งหมู่บ้านสระมะค่า, เมืองเพชร, หัวสะพาน, หัวฝาย ครอบคลุมพื้นที่ 800ไร่ หลังจากเกิดการบุกรุกป่าและการทำลายสมดุลของป่า จึงได้มีการทำถนนอ้อมป่าเพื่อลดการบุกรุก ปัจจุบันคงเหลือพื้นที่เพียง 450 ไร่ เป็นโอกาสอันดีที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ และทุกภาคส่วนได้เข้ามาร่วมบูรณาการผืนป่าให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยเข้ามาพัฒนาพื้นที่แห้งแล้งด้วยการปลูกป่าให้กลับมาเป็นแหล่งน้ำ ผืนป่าที่มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์ และเป็นแหล่งอาหารให้กับทุกคนในพื้นที่ต่อไป ผมมองว่าหากเราช่วยกันเพิ่มต้นไม้แค่วันละต้นและช่วยกันดูแลต้นไม้ก็สามารถช่วยขยายผืนป่าให้มากขึ้นได้ ต้นไม้คือชีวิต และเมื่อต้นไม้อยู่ได้พวกเราก็อยู่รอด