KLINIQ บริการใหม่ปลูกผม กูรูชี้ศัลยกรรมขาขึ้นกำไรโตดี
#KLINIQ #ทันหุ้น – KLINIQ สบช่องเพิ่มบริการใหม่ “ปลูกผม” ช่วงปลายปี พร้อมเปิดแผนกอินเตอร์รองรับลูกค้าต่างชาติโดยเฉพาะ แย้มไตรมาส 3/2567 รับอานิสงส์สาขาใหม่ ฟากโบรกมองศัลยกรรมความงามเป็นขาขึ้น มองกำไรครึ่งปีหลังโตทุกไตรมาส ส่อง Q2/2567 แตะ 79 ล้านบาท แนะ “ซื้อ” เป้า 49 บาท
นพ.อภิรุจ ทองวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ KLINIQ เปิดเผยว่า ในช่วงปลายปีนี้หลังจะมีการเพิ่มบริการใหม่ คือการปลูกผม และเปิดแผนกใหม่ International เพื่อรองรับลูกค้าต่างชาติที่จะมีเพิ่มมากขึ้น
** จับตางบ Q3
ทั้งนี้ในช่วงไตรมาส 3/2567 จะได้รับอานิสงส์จากการเปิดสาขาใหม่ รวมถึงสาขาเดิมที่ลูกค้าจะเริ่มเข้ามาใช้บริการมากขึ้น ซึ่งบริการที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ด้านผิวหนัง ยกกระชับ ปรับรูปหน้า ด้านการศัลยกรรม เสริมจมูก หน้าอก ดูดไขมัน
ขณะที่ทั้งปี 2567 ตั้งเป้าเปิดสาขาไม่น้อยกว่า 20 สาขา จากปัจจุบันมี สาขาทั้งสิ้น 67 สาขา ประกอบด้วย THE KLINIQUE 44 มีจำนวน สาขา, L.A.B.X 20 สาขา, THE KLINIQUE SURGERY CENTER 1 สาขา, L’CLINIC 1 สาขา และ KLINIQ MedSpa 1 มีจำนวนสาขา ตั้งเป้าทั้งปีมีสาขาทั้งสิ้น 75 สาขา พร้อมสร้างรายได้ 3,000 ล้านบาท เติบโตกว่า 30% ถือเป็นอัตราการเติบโตสูงกว่าภาพรวมอุตสาหกรรม
สำหรับ KLINIQ SPA เมดิคอลสปา (Medical Spa) ซึ่งเป็นกายภาพบำบัด ผสมผสานกับบริการทางการแพทย์ เพิ่งเปิดบริการได้ 1 สัปดาห์ กระแสตอบรับดี ซึ่งรายได้ส่วนนี้น่าจะทยอยเข้ามาในไตรมาส 4/2567 แต่ช่วงแรกอาจจะยังไม่มากนัก ถือเป็นช่วงทดลอง
** กำไรแตะ 79 ล.
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ส่องหุ้น KLINIQ มีมุมมอง Slightly Negative ต่อแนวโน้มผลประกอบการ Q2/2567F ของ KLINIQ โดยคาดกำไรสุทธิที่ 79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +11%Y-Y และ +4%Q-Q ปัจจัยหลักจากรายได้ที่สูงขึ้นตามการขยายสาขา และ SSSG +11.4% แต่ยังถูกกดดันจาก Margin ที่ยังฟื้นตัวได้ค่อนข้างช้า
ทั้งนี้คาดรายได้จากการให้บริการที่ 710 ล้านบาท (+32%Y-Y, +3%Q-Q) เติบโตทั้ง Y-Y และ Q-Q จาก 1. การขยายสาขามากถึง 13 สาขา Ytd 2. SSSG +11.4%ผลักดันโดยรายได้ศูนย์ศัลยกรรมที่มีอัตราการเติบโตในระดับสูงขณะที่แบรนด์หลักคาดชะลอตัวคาด Gross Margin 51.4% เทียบกับ Q2/2566-Q1/2567 ที่ 54.9%/50.4% แย่ลง Y-Y เนื่องจากการขยายสาขาต่อเนื่อง
อีกทั้งมีผลกระทบของสัดส่วนรายได้จากศูนย์ศัลยกรรม และแบรนด์ L.A.B.X. (ซึ่งมี GPM ต่ำกว่าแบรนด์หลัก THE KLINIQUE) เพิ่มขึ้น แต่ปรับดีขึ้น Q-Q เนื่องจากมีจำนวนการเปิดสาขาใหม่ที่น้อยกว่าไตรมาสก่อนหน้า
** กำไรเติบโตดี
สำหรับ Q3/2567F เบื้องต้นฝ่ายวิจัยมองกำไรสุทธิเติบโตได้ทั้ง Y-Y และ Q-Q โดยปัจจัยหลักจาก 1. รายได้เพิ่มขึ้นตามจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น และ SSSG ในระดับสูง 2. Margin คาดสูงขึ้นจากสาขาที่เปิดไปมากใน Q1/2567 เริ่มถึงจุดคุ้มทุน ประกอบกับการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคงประมาณการกำไร 2567F แม้ 1H/2567F คิดเป็น 43% ของประมาณการทั้งปี เนื่องจากมองช่วงครึ่งปีหลังกำไรจะสามารถเติบโต Y-Y และ Q-Q ได้ในทุกไตรมาส ตามการเพิ่มขึ้นของสาขา, SSSG, และ Margin ที่ดีขึ้น อย่างไรก็ดีจากประมาณการปัจจุบันมีโอกาสเกิด Downside Risk ราว 5% หากครึ่งปีหลัง Margin ฟื้นตัวช้ากว่าคาด
ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “Buy” ที่ TP67F เดิม 49 บาท อิง PER67F ที่ 30 เท่า ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายที่ PER67F 22 เท่า มองว่า Valuation ยังอยู่ระดับไม่แพง ราคาปัจจุบัน -14%Ytd ได้สะท้อนปัจจัยลบเรื่อง Margin ที่ฟื้นตัวช้าไปมากแล้ว อีกทั้งแนวโน้มอุตสาหกรรมด้านศัลยกรรมและความงามเป็นขาขึ้น โดยที่ KLINIQ มีศักยภาพขยายตัวต่อเนื่องครอบคลุมทั้งทางด้าน Skin แล
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
X คลิก https://twitter.com/thunhoon1
Instagram คลิก https://instagram.com/thunhoon.news?igshid=YTY2NzY3YTc=