ECB เตือน “ยุโรป” อาจเสียเปรียบอย่างมาก ในสงครามการค้าสหรัฐ-จีน
ECB เตือน "ยุโรป" อาจเสียเปรียบอย่างมาก ในสงครามการค้าสหรัฐ-จีน ย้ำมีแนวโน้มปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายปิเอโร ซิโปลโลน กรรมการธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรปมีแนวโน้มที่จะลดลงอีก เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อเริ่มลดลง และเตือนว่าสงครามการค้าระหว่างรัฐบาลสหรัฐกับจีน อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อกลุ่มประเทศยูโรโซนซึ่งมีสมาชิก 20 ประเทศ
ECB ได้ลดอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว 5 ครั้งนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2567 เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตเริ่มลดน้อยลงกว่าความกังวลเกี่ยวกับราคา และนักลงทุนคาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 3 ครั้งในปีนี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังดิ้นรนเพื่อฟื้นตัวจากภาวะเกือบหยุดชะงักมาเป็นเวลา 2 ปี
ซิโปลโลน กล่าวว่า “เราทุกคนเห็นพ้องกันว่ายังมีช่องทางให้ปรับอัตราดอกเบี้ยลงได้ …เกือบจะบรรลุเป้าหมายแล้ว และยังอยู่ในอาณาเขตที่มีข้อจำกัด”
แต่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและความตึงเครียดด้านการค้าโลกกำลังผลักดันให้ ECB ดำเนินการไปในทิศทางต่างๆ ดังนั้นจึงไม่สมเหตุสมผลที่จะต้องดำเนินการใดๆ อย่างเฉพาะเจาะจงในตอนนี้ ซึ่งรวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่หลายคนรอคอยและราคาเต็มในเดือนมีนาคมนี้
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจของเขตยูโรยังไม่เปลี่ยนแปลงไปในทางพื้นฐานนับตั้งแต่เดือนธันวาคม ซึ่งการคาดการณ์ของ ECB คาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปี 2568 รวมถึงการตัดสินใจที่เป็นเอกฉันท์ไปแล้วเมื่อเดือนที่แล้ว
“ความเข้าใจโดยรวมเกี่ยวกับทิศทางที่เรากำลังมุ่งไปนั้นมีอยู่ ปัจจัยพื้นฐานยังไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้น ไม่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทิศทางครั้งใหญ่” ซิโปลโลเนกล่าว
ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อขยับขึ้นถึง 2.5% ในเดือนที่แล้ว แต่ ECB คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับมาอยู่ที่ 2% อีกครั้งในช่วงฤดูร้อนนี้ หลังจากที่สูงกว่าเป้าหมายมา 4 ปี
ขณะที่ความไม่แน่นอนที่ยิ่งใหญ่คือแนวนโยบายการค้าของสหรัฐ และอาจส่งผลกระทบต่อยุโรปอย่างรุนแรง แม้จะยังไม่มีอุปสรรคทางการค้าโดยตรงกับสหภาพยุโรปก็ตาม ซิโปลโลเนกล่าวว่า “สิ่งที่กังวลมากกว่าคือหากประธานาธิบดีทรัมป์ทำสงครามการค้าเต็มรูปแบบกับจีน นี่คือภัยคุกคามที่ร้ายแรงกว่า เพราะจีนมีกำลังการผลิตถึง 35% ของโลก”
อ้างอิง : reuters.com