รีวิว Newtopia ‘คอมเมดี้ซอมบี้?!’ โดย ‘จีซู BLACKPINK’ และ ‘พัคจองมิน’
LSA Thailand
อัพเดต 17 ก.พ. 2568 เวลา 10.57 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. 2568 เวลา 04.30 น. • Lifestyle Asia Thailandช่วงเดือนกุมภาฯ นี้ เหมือนเป็นโอกาสทองของสองสาวแห่งวง BLACKPINK อย่าง ‘ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล’ ที่ได้เดบิวต์การแสดงระดับฮอลลีวูดครั้งแรกใน The White Lotus ซีซัน 3 คราวนี้ก็ถึงคราวพี่ใหญ่อย่าง ‘จีซู’ ที่ชวน ‘พัคจองมิน’ มาสวีทหวานวิ่งกันกลางฝูงซอมบี้! ใน Newtopia** ตอนนี้ปล่อยมา 3 EP แล้ว ลองไปรีวิวความสนุกกันสักหน่อย กระแส K-Zombie จะกลับมาระบาดอีกไหมนะ ?
Relate article
หนังเข้าใหม่ น่าดู ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2025
รีวิวหนังไทยสุดสยอง พนอ ปฐมบทความเฮี้ยนแห่งจักรวาล ลองของ ให้กี่กะโหลกดี ?
ก่อนบอกเลิกใคร คิดให้ดี เพราะไวรัสซอมบี้อาจระบาด 🧟♀️🧟 ชมตัวอย่างใหม่จาก ‘Newtopia’ ก่อนไปเอาใจช่วย จีซู และ พัคจองมิน ฝ่าดงซอมบี้เพื่อกลับมาพบกันอีกครั้ง 7 กุมภาพันธ์นี้ ที่ Prime Video เท่านั้น #PrimeVideoTH #NewtopiaOnPrime
♬ original sound – Prime Video Thailand – Prime Video Thailand
Spoiler Alert!!! อาจมีสปอยล์เล็ก ๆ แต่อ่านแล้วจะฟินแน่นอน!
Lifestyle Asia rating: 4/5
ประเภท: คอมเมดี้-ซอมบี้-เอาตัวรอด (Comedy Survivor) ผสมความแหวะของซอมบี้เข้ากับมุกตลกสุดวายป่วง จะลุ้นหรือจะขำดี?!
นักแสดงนำ:
- Park Jeong-min รับบท Lee Jae-yoon
- Kim Jisoo รับบท Kang Young-joo
- Kang Young-seok รับบท Seo Jin-wook
- Hong Seo-hui รับบท Oh Soo-jeong
- Im Sung-jae รับบท Ra In-ho
- Lee Hak-joo รับบท Alex
- Kwon Seung-woo รับบท Lt. Park Sung-wook
ผู้กำกับ: Yoon Sung-hyun
จำนวนตอนทั้งหมด: 8 EP
ความยาวต่อตอน: ประมาณ 50 นาที
ดูได้ที่ไหน: Prime Video
ดูได้เมื่อไหร่ : 7 กุมภาพันธ์ 2025
จุดเด่นของเรื่องที่เราชอบ
- โทนแปลกใหม่ ไม่เหมือนซอมบี้เรื่องอื่น – ถ้าใครหวังว่าเรื่องนี้จะมาแนว Train to Busan หรือ Happiness บอกเลยว่าคิดผิด! Newtopia เอาแนวซอมบี้มาทำเป็นคอมเมดี้แบบกาว ๆ ที่ทั้งฮา ทั้งลุ้น และค่อนข้างสดใหม่ในวงการ K-drama
- ฉากแอ็กชัน-ซอมบี้คือบ้าบอแต่โคตรบันเทิง! – ถึงแม้จะเป็นคอมเมดี้ แต่เรื่องนี้ก็ไม่ยอมลดความโหดของซอมบี้ลง มีทั้งฉากแหวะ ฉากกัด ฉากวิ่งไล่ล่าที่ทำได้ดี และที่สำคัญ… มันฮาแบบไม่รู้ตัว!
- จีซูกลับมาแล้ว! และเธอเอาอยู่! – นี่คือการคัมแบคในฐานะนักแสดงของ Jisoo (BLACKPINK) หลังจาก Snowdrop และเธอก็ยังคงทำได้ดี! คาแรกเตอร์ของเธอดูมีมิติ และเป็นบทที่เหมาะกับเธอสุด ๆ
- นักแสดงสมทบโคตรขโมยซีน! – โดยเฉพาะ Park Jeong-Min ที่รับบทพระเอกของเรื่อง เขาคือตัวจี๊ดที่ทำให้เรื่องสนุกขึ้นเป็นกอง แถมเคมีของเขากับจีซูก็ดูลงตัวแบบแปลก ๆ
สิ่งที่ไม่ค่อยชอบ (แต่ไม่ได้แย่นะ!)
- จังหวะเรื่องยังไม่ลงตัว 100% – ตอนแรก ๆ จะเป็นช่วงปูเรื่องที่อาจจะดูเนือยไปบ้าง กว่าซอมบี้จะเริ่มระบาดจริง ๆ ก็ต้องรอตอนที่สอง ซึ่งอาจทำให้บางคนรู้สึกว่า “เมื่อไหร่จะมันสักที?”
- เนื้อเรื่องบางพาร์ทยังดูอ่อน ๆ – เส้นเรื่องฝั่ง Eden Hotel สนุกและดึงดูดมาก แต่ฝั่งของ Young-joo (จีซู) และทีมของเธอ กลับยังดูไม่เข้มข้นเท่าที่ควร ซึ่งอาจทำให้คนที่รอดูจีซูโดยเฉพาะ รู้สึกว่าเธอยังไม่ได้รับบทบาทที่มีพลังมากพอ
- บางจุดมีช่องโหว่ของบท – มีบางฉากที่ทำให้รู้สึกว่า “เฮ้ย แล้วมันมาอยู่ตรงนี้ได้ไง?” หรือ “ทำไมซอมบี้พวกนี้เงียบไปเลยเฉย ๆ ?” ซึ่งถ้าคนที่ซีเรียสกับบท อาจจะรู้สึกขัดใจได้
เรื่องย่อแบบไม่สปอยล์ (มาก)
🧟♂️โซลกำลังลุกเป็นไฟ เมื่อเชื้อซอมบี้ระบาด! พระเอก (ทหารในกรมใกล้ปลดประจำการ) – นางเอก (พนักงานออฟฟิศที่พึ่งได้บรรจุ) ทั้งสองต้องหาทางเอาตัวรอด หลังจากที่พึ่งจะบอกเลิกกัน เอ๊ะ! หรือแค่บอกห่างกันสักพักได้แป๊ปเดียว! แต่ความเป็นแฟนใจก็ยังเป็นห่วงพยายามตามหากันให้เจอ ท่ามกลางฝูงซอมบี้กระหายเลือดที่ (เหมือนจะ) น่ากลัว แต่กลับชวนหัวเราะแบบงง ๆ เป็นการผสมผสานระหว่าง คอมเมดี้ แอ็กชัน และดราม่าเล็ก ๆ ที่ทำให้คุณทั้งลุ้น ทั้งขำ ทั้งอมยิ้มไปพร้อมกัน!
ซอมบี้สุดฮา หรือหนังล้อเลียนแนวซอมบี้กันแน่?!
ถ้าพูดถึงซีรีส์แนวซอมบี้ หลายคนอาจจะนึกถึง Train to Busan, Kingdom หรือ Happiness ที่เต็มไปด้วยความระทึกขวัญ แอ็กชันสุดมัน และดราม่าหนัก ๆ ที่บีบหัวใจ แต่ Newtopia ไม่ใช่แบบนั้นเลย!
เรื่องนี้เป็น คอมเมดี้ซอมบี้เอาตัวรอด ที่เต็มไปด้วย ความกาว ความบ้าบอ และมุกตลกที่พาให้ขำจนลืมว่ากำลังดูซอมบี้ ซึ่งเป็นแนวที่ไม่ค่อยได้เห็นใน K-Drama เท่าไหร่ นี่มัน Zombieland เวอร์ชันเกาหลีรึเปล่า?!
วันนี้เราจะมาเจาะลึก 3 ประเด็นหลักที่ทำให้ Newtopia เป็นซีรีส์ที่มีทั้งข้อดีและข้อพลาดเล็ก ๆ ที่ยังต้องลุ้นต่อว่าจะไปได้สุดแค่ไหน! กับ EP ที่เหลือ
1️⃣ บรรยากาศและโทนเรื่อง: ซอมบี้น่ากลัว? ไม่หรอก แต่มันฮา!
สิ่งแรกที่แตกต่างจากซีรีส์ซอมบี้ทั่วไปคือ Newtopia ไม่ได้ทำให้ซอมบี้เป็นจุดขายของความระทึกขวัญ แต่กลับใช้พวกมันเป็นเครื่องมือสร้างความขำขันมากกว่า
💀 ซอมบี้ในเรื่องนี้มีทั้งโหดและเปิ่นในเวลาเดียวกัน
- บางฉากพวกมันดูเหมือนจะเป็นภัยร้ายที่ควรหนีสุดชีวิต
- แต่บางฉากกลับทำตัวเหมือน NPC ในเกมที่โผล่มาแบบงง ๆ แล้วกลายเป็นตัวตลกซะงั้น!
🤡 มุกตลกแทรกมาเป็นระยะ
- มีฉากที่ตัวละครพยายามหนีซอมบี้แบบจริงจังมาก แต่ดันเจออุปสรรคบ้าบอ เช่น ประตูล็อกแบบโง่ ๆ หรือลื่นล้มตอนวิ่งหนี
- มีฉากที่ซอมบี้ไล่ล่าคน แต่มันดันทะเลาะกันเองก่อน (เฮ้ย อะไรกันครับเนี่ย!)
- ฉากโหดที่ควรจะชวนอ้วก กลับถูกทำให้ดูขำ เช่น ซอมบี้กัดคนแบบเปิ่น ๆ หรือกัดพลาดไปโดนอย่างอื่นแทน
แน่นอนว่าซอมบี้ยังคงเป็นภัยคุกคามหลักของเรื่อง แต่ มันถูกนำเสนอแบบ “เอาไว้ลุ้น+ฮา” มากกว่าทำให้กลัวจริงจัง ซึ่งเป็นจุดขายที่ทำให้เรื่องนี้แตกต่างจากซอมบี้เรื่องอื่น!
2️⃣ การแสดงของจีซู & นักแสดงนำ: สนุก แต่ยังมีจุดที่ต้องลุ้น!
💖 Jisoo กลับมาอีกครั้งในบทนำ! และเธอก็ทำได้ดี!
หลังจากฝากฝีมือใน Snowdrop ที่เป็นดราม่าเข้มข้น คราวนี้เธอได้เปลี่ยนแนวมาเล่นใน คอมเมดี้-ซอมบี้ ซึ่งเป็นโจทย์ที่แตกต่างและท้าทาย
จุดที่จีซูทำได้ดี:
- เธอมีเสน่ห์และสามารถดึงดูดความสนใจได้ทุกครั้งที่ออกจอ
- การแสดงออกทางสีหน้าและอารมณ์ดีขึ้นกว่าตอน Snowdrop อย่างเห็นได้ชัด
- คาแรกเตอร์ของเธอมีมิติและไม่ได้เป็นนางเอกที่ต้องรอให้คนอื่นมาช่วย
จุดที่ยังต้องพัฒนา:
- ในบางฉากที่ต้อง “เล่นใหญ่” จีซูอาจจะยังเก็บอารมณ์ไว้เยอะไปนิด ไม่ได้ปล่อยของเต็มที่เท่ากับนักแสดงคนอื่น
- เคมีของเธอกับพระเอก Park Jeong-Min ยังดู “กำลังดี” แต่ยังไม่ได้มีโมเมนต์ที่พาให้ฟินสุด ๆ (อาจต้องรอดูพาร์ทโรแมนซ์ในตอนต่อๆ ไป)
ส่วน Park Jeong-Min คือ MVP ของเรื่องนี้!
- เขามีจังหวะตลกที่ดีเป็นธรรมชาติมาก!
- คาแรกเตอร์ของเขาคือคนที่ดูเหมือนจะเป็น “ตัวเอกที่ต้องเอาตัวรอด” แต่ดันทำพลาดไปเรื่อย ๆ ซึ่งทำให้เรื่องฮาขึ้นอีกเท่าตัว แต่ความเป็นพระเอกก็เป็นเค้านี้แหล่ะที่ทำให้สถานการณ์คลี่คลาย
โดยรวมแล้ว การแสดงของทีมนักแสดงถือว่าแข็งแกร่ง แม้จีซูจะยังมีบางจุดที่ต้องปรับ แต่เธอก็แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ดี และ Park Jeong-Min ก็ช่วยดึงบรรยากาศของเรื่องให้สนุกขึ้นไปอีก!
3️⃣ พล็อตเรื่อง & การดำเนินเรื่อง: สนุก แต่ยังมีช่องโหว่
🎬 ตอนแรก = ปูเรื่องค่อนข้างนาน
- ตอนแรกจะเป็นช่วงแนะนำตัวละครและสถานการณ์ในโซลก่อนเกิดวิกฤติ ซึ่งใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าซอมบี้จะระบาดจริง ๆ
- อาจทำให้คนที่หวังฉากแอ็กชันเร็ว ๆ รู้สึกว่าเรื่องยังไม่ไปไหน
🔥 ตอนสอง = ซอมบี้มาแล้ว! แต่…
- เมื่อซอมบี้เริ่มระบาด เรื่องก็เริ่มเร็วขึ้น แต่การดำเนินเรื่องยังดูเหมือน “กระโดด” ในบางช่วง เช่น ตัวละครโผล่มาแบบงง ๆ หรือบางเหตุการณ์เกิดขึ้นโดยไม่มีการอธิบายให้เคลียร์
💡 จุดที่เป็นช่องโหว่ของพล็อต:
- ฝั่งของ Eden Hotel คือพาร์ทที่สนุกสุด ๆ แต่ฝั่งของ จีซูและทีมของเธอ กลับดูจืดไปนิด เพราะยังไม่มีความท้าทายหรือเหตุการณ์ที่ดึงอารมณ์คนดูได้มากพอ
- มีบางฉากที่ดูเหมือนถูกตัดออกไป ทำให้การเชื่อมต่อของเหตุการณ์ดูสะดุดๆ
- ซอมบี้บางครั้งดูฉลาด บางครั้งก็ดูงง ๆ จนทำให้รู้สึกว่ามันเป็นภัยจริง ๆ หรือแค่ตัวประกอบกันแน่?
ถึงแม้ว่าพล็อตเรื่องยังมีจุดที่ต้องพัฒนา แต่ความสนุกและความฮาทำให้เรื่องนี้ยังคงน่าติดตามอยู่ดี!
⭐ คะแนน: 4/5 – สนุก ขำ วายป่วง แต่ยังต้องลุ้นว่าจะไปสุดแค่ไหน!
นี้ไม่ใช่ซีรีส์ซอมบี้ที่เน้นความระทึกขวัญ แต่มันคือ “คอมเมดี้ซอมบี้” ที่ดูเพลิน ๆ มีมุกตลกที่ทำให้คุณขำได้แม้ในสถานการณ์สุดโหด
🎯 เหมาะกับ:
- คนที่อยากดูซีรีส์ซอมบี้แนวใหม่ เน้นความบันเทิง ไม่ต้องคิดมาก ที่ไม่เครียดเกินไป
- แฟนๆ ของจีซู และคนที่ชอบแนวคอมเมดี้เอาตัวรอด
🚫 ไม่เหมาะกับ:
- คนที่อยากได้ซอมบี้แนวดาร์ก ระทึกขวัญ หรือดราม่าเข้มข้นแบบจริงจัง
- คนที่ไม่ชอบแนวหนังที่มีมุกตลกเยอะ ๆ
อาจไม่ใช่ซอมบี้ที่น่ากลัวที่สุด แต่มันเป็นซอมบี้ที่น่าขำที่สุดแน่นอน! แล้วคุณล่ะ? คิดว่า Newtopia จะไปได้ไกลแค่ไหน? มาคุยแชร์ความสนุกกัน!
อ่านบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์ ซีรีส์ และเรื่องบันเทิงสนุก ๆ ได้ ที่นี่เลย
Main, Hero and Featured images: Courtesy of Prime Video
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.