โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สงกรานต์ก้าวสู่เทศกาลระดับโลก S2O คาดปีนี้ทำเงินสะพัดกว่า 1.4 พันล้าน ดึงนักท่องเที่ยวทุกมุมโลก

Thairath Money

อัพเดต 12 มี.ค. 2568 เวลา 06.43 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. 2568 เวลา 06.43 น.
ภาพไฮไลต์

S2O Songkran Music Festival หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ S2O คือหนึ่งในมหกรรมดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากทั่วโลกจากการขยายตัวไปยังตลาดต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง จีน และนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

“เทศกาลสงกรานต์” หมุดหมายใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก

ประเพณีสงกรานต์ของไทยได้พัฒนากลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกสำหรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการผสมผสานกับมหกรรมดนตรีระดับนานาชาติอย่าง S2O Songkran Music Festival ที่ได้ยกระดับประเพณีการเล่นน้ำของไทยให้กลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ทรงพลังในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ

และจากการเติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาตลอด 10 ปีของเทศกาลดนตรี S2O นั้น ทำให้ผู้บริหารทั้งสองอย่าง วู้ดดี้ - วุฒิธร มิลินทจินดา และ ปุลิน มิลินทจินดา เล็งเห็นโอกาสที่จะยกระดับธุรกิจให้แข็งแกร่งมากขึ้นด้วยการย้ายสถานที่จัดงานไปยัง "ราชมังคลากีฬาสถาน" และทุ่มงบกว่า 250 ล้านบาทในการจัดงานเทศกาลดนตรีร่วมกับฉลองประเพณีสงกรานต์

โดยความพิเศษของ S2O คือการนำเสนอประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครด้วยการผสมผสานวัฒนธรรมไทยกับความบันเทิงระดับสากล ภายใต้คอนเซ็ปต์ "พลังงานแห่งน้ำ" ซึ่งสะท้อนถึงเอกลักษณ์ของไทยที่ไม่มีในประเทศอื่น เพราะชาวต่างชาติจะได้ร่วมฉลองประเพณีปีใหม่ไทยพร้อมกับสนุกกับดนตรีจากดีเจระดับโลก

ดังนั้นการจัดเทศกาลดนตรีด้วยการใช้น้ำเป็นหลักสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมความเป็นไทยที่ไม่เหมือนกับประเทศอื่นๆ เพราะคนไทยโตมากับสงกรานต์ที่ใช้น้ำสาดใส่กันเพื่อฉลองวันปีใหม่ไทยในขณะที่ประเทศอื่นไม่มีแบบนี้ นี่จึงเป็นจุดเด่นและซอฟต์พาวเวอร์ของไทยที่หาไม่ได้จากที่ไหนอีก

คาดสร้างเม็ดเงินกว่า 1,400 ล้านบาท หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

ในปี 2025 นี้ S2O ได้ยกระดับการจัดงานครั้งใหญ่ฉลองครบรอบ 10 ปี ด้วยการย้ายสถานที่จัดงานไปยัง "ราชมังคลากีฬาสถาน" ซึ่งสามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานได้มากถึง 100,000 คนตลอดสามวันสามคืน โดยผู้จัดงานได้ทุ่มงบประมาณกว่า 250 ล้านบาทในการจัดงานครั้งนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ใช้งบประมาณราว 200 ล้านบาท

"ในวาระครบรอบ 10 ปีสุดพิเศษนี้ เราได้ย้ายมาปักหมุดที่ราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งไม่เพียงแค่รองรับแฟนๆได้มากขึ้น แต่ยังเป็นการยกระดับงานเฟสติวัลไทยสู่เวทีระดับโลกอีกด้วย" วุฒิธร มิลินทจินดา กล่าว

การเติบโตที่ใหญ่ขึ้นก็ต้องใช้เงินมากขึ้นด้วยเช่นกัน โดยทาง S2O ได้ทุ่มเงินกว่า 250 ล้านบาทเพื่อสร้างเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ มีเทคโนโลยีอันล้ำสมัยในการฉีดน้ำแบบ 360 องศา และมีดีเจระดับโลกหลายคนมารวมตัวกัน ซึ่งนับว่าเป็นการลงทุนขึ้นเยอะกว่าปีก่อนที่ใช้เงินในการจัดงานอยู่ที่ราวๆ 200 ล้านบาท และทางผู้จัดงานกล่าวว่าในปีนี้คาดหวังที่จะเติบโตมากขึ้น 25% และกวาดรายได้ประมาณ 350 ล้านบาทจากงาน S2O Songkran Music Festival ปี 2025

ปุลิน มิลินทจินดา กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและผู้ร่วมก่อตั้ง กล่าวถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยว่าเทศกาลดนตรีนี้จะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวไทยเป็นอันดับแรก เพราะหากย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตอนที่คุณปุลินจองโรงแรมให้ศิลปินยังมีห้องว่างเหลืออยู่ แต่ทุกวันนี้ห้องแน่นไปหมดและราคาก็แพงขึ้น สะท้อนให้เห็นว่านักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาในไทยกันมากขึ้นในช่วงสงกรานต์เพราะต้องการมาฉลองปีใหม่ไทย รวมถึงเข้าร่วมงานเทศกาลดนตรี S2O ด้วย

"ตอนที่คุยกับทางโรงแรมเขาบอกกับเราว่างานของเราเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มเข้ามาในประเทศไทยช่วงสงกรานต์มากขึ้น" ปุลินกล่าว

สำหรับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากงาน S2O มีมหาศาล โดยคาดการณ์ว่าจะสร้างเงินสะพัดในประเทศไทยกว่า 1,400 ล้านบาท ซึ่งเกิดจาก

การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว: มีการคาดการณ์ว่าผู้เข้าร่วมงานแต่ละคนจะใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 20,000 บาทในช่วงเทศกาล

นักท่องเที่ยวต่างชาติ: กว่า 50% ของผู้เข้าร่วมงานเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีน มาเลเซีย เกาหลี ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย ซึ่งนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทย

ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ: โรงแรมในช่วงสงกรานต์มีอัตราการเข้าพักเต็ม และมีราคาสูงขึ้น สะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

การจ้างงานในประเทศ: งบประมาณกว่า 250 ล้านบาทส่วนใหญ่ถูกใช้ในการจ้างทีมงานคนไทย ทำให้เงินเหล่านี้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ

ธุรกิจในพื้นที่: ร้านค้าและธุรกิจในบริเวณใกล้เคียงกับราชมังคลากีฬาสถานได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากการมีผู้คนจำนวนมากเข้ามาในพื้นที่

ทั้งนี้ ผู้บริหารทั้งสองท่านยังกล่าวเพิ่มเติมถึงกุญแจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จมาตลอด 10 ปี คือการเก็บทุกงานที่เคยเกิดขึ้นมาตรวจสอบซ้ำอีกครั้งว่าสิ่งไหนที่ทำแล้วดีกับไม่ดี การบริหารธุรกิจ S2O นั้นต้องไม่ใช่เพียงแค่รักษามาตรฐาน แต่ยังต้องทำให้ดีขึ้นเสมอ

และจุดแข็งที่ทำให้ S2O สามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดได้คือการมีฐานแฟนเพลงขนาดใหญ่ที่เชื่อมั่นในแบรนด์และศิลปินที่แสดงในงาน เพราะบางครั้งแฟนคลับก็ไม่ได้สนใจว่างานน้ีคืออะไร แค่มาเพื่อเชียร์ศิลปินที่ชอบเท่านั้น แต่หลังจบงานก็จะหลงรัก S2O และเชื่อมั่นในแบรนด์จนต้องกลับมาอีกครั้ง

การพัฒนาประเพณีสงกรานต์ให้กลายเป็นเทศกาลระดับโลกด้วยการผสมผสานกับมหกรรมดนตรีแสดงให้เห็นถึงการใช้ทุนทางวัฒนธรรมเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างชาญฉลาด การส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ด้านวัฒนธรรมไทยผ่านรูปแบบที่ทันสมัยและเข้าถึงคนรุ่นใหม่ทั่วโลกได้กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

ดังนั้นการจัดงานดนตรีในช่วงสงกรานต์นั้นจึงเป็นเหมือนเรากำลังดึงเอาจุดเด่นของประเทศไทยมาทำให้นักท่องเที่ยวนั้นไม่ใช่แค่ได้เล่นน้ำในงานดนตรีเท่านั้น แต่ยังได้ร่วมฉลองวันปีใหม่ไทยอีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้ชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาในช่วงสงกรานต์และเปรียบเหมือนโอกาสทองของเศรษฐกิจไทยที่จะได้รับผลกระทบเชิงบวกทางการเงินจากวันสงกรานต์และนักท่องเที่ยวที่มาเพื่อร่วมงานดนตรีในครั้งนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สงกรานต์ก้าวสู่เทศกาลระดับโลก S2O คาดปีนี้ทำเงินสะพัดกว่า 1.4 พันล้าน ดึงนักท่องเที่ยวทุกมุมโลก

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...