โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอื้อให้เกิด การทุจริตเชิงนโยบาย ‘ส.ชาวนาฯ’ ไม่เอามาตรการแก้ปัญหาราคาข้าวของ ‘พิชัย’ ชี้ใช้งบ 1,893.53 ล้าน แต่แก้ปัญหาไม่ตรงจุด

The Structure

อัพเดต 21 ก.พ. 2568 เวลา 18.11 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. 2568 เวลา 08.31 น. • The Structure

สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยออกแถลงการณ์คัดค้าน 3 มาตรการแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำของคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (อนุ นบข.) ที่มีนายพิชัย นริพทะพันธ์ รมว. พาณิชย์เป็นประธาน พร้อมเสนอ 7 มาตรการแก้ไข โดยมีข้อความว่า

ตามที่สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยได้ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 โดยมีนายพิชัย นริพทะพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุม และได้ร่วมพิจารณามาตรการช่วยเหลือด้านราคาข้าวนาปรังปีการผลิต 2568 ดังนี้

  • ขยายโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปรัง ช่วยค่าฝากเก็บ 1,500 บาท/ต้น ระยะเวลา 1-5 เดือน ในพื้นที่ 72 จังหวัด ปริมาณ 15 ล้านต้น วงเงิน 1,219.13 ล้าท

  • การเพิ่มช่องทางการตลาดในประเทศโดยเปิดจดรับซื้อ รัฐสนับสนุนค่าบริหารจัดการตันละ 500 บาท ผู้ประกอบการช่วยซื้อในราคานำตลาด 300 บาทต่อตัน เป้าหมาย 300,000 ตัน ในพื้นที่ 72 จังหวัด งบประมาณ 150 ล้านบาท เป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรที่ต้องการจะขายเลย

  • โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อกข้าว ช่วยดอกเบี้ยผู้ประกอบการ 6% สำหรับผู้ประกอบการเก็บสด็อก 2 – 6 เดือน และผู้ประกอบการรับซื้อราคาสูงกว่าตลาด 200 บ./ตัน ขึ้นไป เป้าหมาย 2 ล้านต้น วงเงิน 524,40 ล้านบาท โดยทั้ง 3 มาตรการ ใช้งบประมาณรวม 1,893.53 ล้านบาท

ทั้งนี้ทางสมาคมชาวนนาและเกษตรกรไทย โดยนายปราโมทย์ เจริญศิลปิ (นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย) นายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ (ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย) ได้ชี้แจงรายละเอียด ข้อจำกัด และขีดความสามารถของมาตรการดังกล่าวถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นกับการใช้งบประมาณ

การเปิดช่องโอกาสให้เกิดการทุจริตเชิงนโยบาย รวมถึงความไม่พร้อมในเรื่ององค์ประกอบในสถาบันที่ร่วมโครงการ และที่สำคัญ มาตรการต่างๆ ที่ยังไม่ตรงตามความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ

ดังนั้นเพื่อเป็นไปตามมติกรรมการสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย จึงเห็นฟ้องว่า มาตรการทั้งหมด มิได้ตอบสนองความเดือดร้อนของเกษตรกรโดยแท้จริง และบางมาตรการต้องสมควรมีประจำเมื่อถึงช่วงช่วงฤดูเก็บเกี่ยว เช่น การเปิดจุดรับซื้อ

จึงขอให้คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ ทบทวนและวางมาตรการใหม่ตามที่เกษตรกรร้องขอ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร และป้องกันการสุ่มเสี่ยงทางเสถียรภาพของรัฐบาล

อนึ่ง สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ขอสรุปความเดือดร้อน ของเกษตรกรผู้ทำนาปรังปีการผลิต 2568 ดังนี้

1 ขอให้ภาครัฐพิจารนา มาตรการประกันราคาผลผลิตข้าวเปลือกจ้าวในฤดูนาปรังปีการผลิต 2568

1.1 ความชื้นไม่เกิน 15% ราคาไม่ต่ำกว่า 12,000 บาท/ตัน (ตามที่เกษตรกรร้องของขอ)

1.2 ความชื้นไม่เกิน 25% ราคาไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท/ตัน (ตามที่เกษตรกรกรร้องขอ)

2 ขอให้ภาครัฐพิจารนา มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในกรณีงดเผาตอชังฟางข้าว ไร่ละ500 บาท ตามจำนวนพื้นที่เพาะปลูกที่เกษตรกรขึ้นทะเบียนไว้ (ตามที่เกษตรกรร้องขอ)

3 ขอให้ภาครัฐควบคุมปัจจัยการผลิต เช่นปุ๋ย ยา และน้ำมันเชื้อเพลิง (ตามที่เกษตรกรร้องขอ)

4 ขอให้ภาครัฐพิจารณาหาแนวทางชดเชยพื้นที่เกษตรกรที่ใช้เป็นทุ่งรับน้ำ (ตามที่เกษตรกรร้องขอ)

5 ขอให้ภาครัฐพิจารณาโครงการไร่ละ1,000 ให้ยังคงเดิม อันเป็นการวางมาตรการความเสียงในเรื่องต้นทุนการผลิต (ตามที่เกษตรกรร้องขอ)

6 ในการดำเนินโครงการต่างๆ ภาครัฐต้องพิจารณาถึงกลุ่มเกษตรกรที่ทำการเก็บเกี่ยวไปแล้วให้ได้รับสิทธิ์ในมาตรการดังกล่าวทุกมาตรการโดยเท่าเทียมกัน

ทั้งนี้สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ขอชี้แจงว่าสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เป็นองค์กรดิสระที่มีการขับเคลื่อนโดยวิธีการรวมกลุ่มเกษตรกรที่กระจายทั่วทุกจังหวัด และร่วมขับเคลื่อนนโนบายต่างๆกับทุกรัฐบาล โดยมุ่งเน้นเรื่องความเดือดร้อน และเพื่อประโยชน์ของเกษตรกรเป็นหลัก ดังนั้นการกลั่นกรอง และการสรุปมติต่างๆ จึงเป็นหน้าที่หลักของกรรมการสมาคมฯ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...