เอื้อให้เกิด การทุจริตเชิงนโยบาย ‘ส.ชาวนาฯ’ ไม่เอามาตรการแก้ปัญหาราคาข้าวของ ‘พิชัย’ ชี้ใช้งบ 1,893.53 ล้าน แต่แก้ปัญหาไม่ตรงจุด
สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยออกแถลงการณ์คัดค้าน 3 มาตรการแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำของคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (อนุ นบข.) ที่มีนายพิชัย นริพทะพันธ์ รมว. พาณิชย์เป็นประธาน พร้อมเสนอ 7 มาตรการแก้ไข โดยมีข้อความว่า
ตามที่สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยได้ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 โดยมีนายพิชัย นริพทะพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุม และได้ร่วมพิจารณามาตรการช่วยเหลือด้านราคาข้าวนาปรังปีการผลิต 2568 ดังนี้
ขยายโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปรัง ช่วยค่าฝากเก็บ 1,500 บาท/ต้น ระยะเวลา 1-5 เดือน ในพื้นที่ 72 จังหวัด ปริมาณ 15 ล้านต้น วงเงิน 1,219.13 ล้าท
การเพิ่มช่องทางการตลาดในประเทศโดยเปิดจดรับซื้อ รัฐสนับสนุนค่าบริหารจัดการตันละ 500 บาท ผู้ประกอบการช่วยซื้อในราคานำตลาด 300 บาทต่อตัน เป้าหมาย 300,000 ตัน ในพื้นที่ 72 จังหวัด งบประมาณ 150 ล้านบาท เป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรที่ต้องการจะขายเลย
โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อกข้าว ช่วยดอกเบี้ยผู้ประกอบการ 6% สำหรับผู้ประกอบการเก็บสด็อก 2 – 6 เดือน และผู้ประกอบการรับซื้อราคาสูงกว่าตลาด 200 บ./ตัน ขึ้นไป เป้าหมาย 2 ล้านต้น วงเงิน 524,40 ล้านบาท โดยทั้ง 3 มาตรการ ใช้งบประมาณรวม 1,893.53 ล้านบาท
ทั้งนี้ทางสมาคมชาวนนาและเกษตรกรไทย โดยนายปราโมทย์ เจริญศิลปิ (นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย) นายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ (ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย) ได้ชี้แจงรายละเอียด ข้อจำกัด และขีดความสามารถของมาตรการดังกล่าวถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นกับการใช้งบประมาณ
การเปิดช่องโอกาสให้เกิดการทุจริตเชิงนโยบาย รวมถึงความไม่พร้อมในเรื่ององค์ประกอบในสถาบันที่ร่วมโครงการ และที่สำคัญ มาตรการต่างๆ ที่ยังไม่ตรงตามความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ
ดังนั้นเพื่อเป็นไปตามมติกรรมการสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย จึงเห็นฟ้องว่า มาตรการทั้งหมด มิได้ตอบสนองความเดือดร้อนของเกษตรกรโดยแท้จริง และบางมาตรการต้องสมควรมีประจำเมื่อถึงช่วงช่วงฤดูเก็บเกี่ยว เช่น การเปิดจุดรับซื้อ
จึงขอให้คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ ทบทวนและวางมาตรการใหม่ตามที่เกษตรกรร้องขอ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร และป้องกันการสุ่มเสี่ยงทางเสถียรภาพของรัฐบาล
อนึ่ง สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ขอสรุปความเดือดร้อน ของเกษตรกรผู้ทำนาปรังปีการผลิต 2568 ดังนี้
1 ขอให้ภาครัฐพิจารนา มาตรการประกันราคาผลผลิตข้าวเปลือกจ้าวในฤดูนาปรังปีการผลิต 2568
1.1 ความชื้นไม่เกิน 15% ราคาไม่ต่ำกว่า 12,000 บาท/ตัน (ตามที่เกษตรกรร้องของขอ)
1.2 ความชื้นไม่เกิน 25% ราคาไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท/ตัน (ตามที่เกษตรกรกรร้องขอ)
2 ขอให้ภาครัฐพิจารนา มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในกรณีงดเผาตอชังฟางข้าว ไร่ละ500 บาท ตามจำนวนพื้นที่เพาะปลูกที่เกษตรกรขึ้นทะเบียนไว้ (ตามที่เกษตรกรร้องขอ)
3 ขอให้ภาครัฐควบคุมปัจจัยการผลิต เช่นปุ๋ย ยา และน้ำมันเชื้อเพลิง (ตามที่เกษตรกรร้องขอ)
4 ขอให้ภาครัฐพิจารณาหาแนวทางชดเชยพื้นที่เกษตรกรที่ใช้เป็นทุ่งรับน้ำ (ตามที่เกษตรกรร้องขอ)
5 ขอให้ภาครัฐพิจารณาโครงการไร่ละ1,000 ให้ยังคงเดิม อันเป็นการวางมาตรการความเสียงในเรื่องต้นทุนการผลิต (ตามที่เกษตรกรร้องขอ)
6 ในการดำเนินโครงการต่างๆ ภาครัฐต้องพิจารณาถึงกลุ่มเกษตรกรที่ทำการเก็บเกี่ยวไปแล้วให้ได้รับสิทธิ์ในมาตรการดังกล่าวทุกมาตรการโดยเท่าเทียมกัน
ทั้งนี้สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ขอชี้แจงว่าสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เป็นองค์กรดิสระที่มีการขับเคลื่อนโดยวิธีการรวมกลุ่มเกษตรกรที่กระจายทั่วทุกจังหวัด และร่วมขับเคลื่อนนโนบายต่างๆกับทุกรัฐบาล โดยมุ่งเน้นเรื่องความเดือดร้อน และเพื่อประโยชน์ของเกษตรกรเป็นหลัก ดังนั้นการกลั่นกรอง และการสรุปมติต่างๆ จึงเป็นหน้าที่หลักของกรรมการสมาคมฯ