24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568
>> รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ ผู้ขับขี่บาดเจ็บสาหัส กู้ภัยช่วยเหลือทำ CPR แต่ไม่เป็นผล
10.14 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส ริมถนนบรมราชชนนี ขาเข้า ช่องทางคู่ขนาน เลยต่างระดับฉิมพลี เล็กน้อย ในพื้นที่ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำอยู่กลางถนน ใกล้กันพบร่างผู้บาดเจ็บ 1 ราย ลักษณะมีบาดแผลเปิดที่ใบหน้าและมีเลือดไหลเป็นจำนวนมาก อาการสาหัสและหมดสติ ทางอาสากู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจเพื่อคืนชีพ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสารทราบ เป็นชายไทย อายุ 42 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ตลิ่งชัน
>> รถบรรทุก ชนคนเดินจูงรถจักรยานกลางสะพานข้ามแม่น้ำ มีผู้เสียชีวิตเป็นแม่ วัย 43 ปี ส่วนลูกสาวบาดเจ็บ
10.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางระจัน รับแจ้งเกิดเหตุรถบรรทุกทรายชนกับรถจักรยาน มีทั้งผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต กลางสะพานข้ามแม่น้ำน้อย ถนนหมายเลข 3303 ในพื้นที่ อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี
ที่เกิดเหตุพ บรถบรรทุก 4 ล้อเล็ก ยี่ห้อโตโยต้า สีฟ้า ไฟหน้าด้านซ้ายแตก มีร่องรอยเฉี่ยวชน ห่างออกไปพบรถรถจักรยานสีดำ มีร่องรอยการชนและถูกลากขูดกับพื้นถนน ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิต เป็นหญิงไทย อายุ 43 ปี และมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย เป็นเด็กหญิง วัย 8 ขวบ อาสากู้ภัยช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลบางระจัน ทราบต่อมาว่าเป็นแม่-ลูกกัน
คนขับรถบรรทุก เล่าว่า ขณะขับรถบรรทุกทรายและเหล็กเส้นคันดังกล่าวขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำน้อย เห็น 2 แม่ลูกจูงจักรยานอยู่ด้านหน้า ระหว่างนั้นเหมือนเด็กพยายามจะขึ้นรถจักรยาน แต่เกิดพลาดเสียหลักทำให้รถและคนล้มลงที่ทางเดินรถของตน ตนเบรกไม่ทัน จึงชนเข้าอย่างจัง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะดำเนินการสอบสวนอีกครั้ง
>> ประธานรัฐสภา เผย กำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจเริ่ม 24 มี.ค.68 แต่ยังไม่เคาะกี่วัน
11.14 น. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงกรณีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าการอภิปรายนายกรัฐมนตรีแต่เพียงผู้เดียวเคยเกิดขึ้นบ่อยในอดีต อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบว่าฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายรัฐมนตรีจำนวนกี่ท่าน ทั้งนี้ หากฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายเฉพาะนายกรัฐมนตรีและใช้เวลา 5 วัน จำเป็นต้องมีการหารือกันทั้ง 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ฝ่ายรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวิปฝ่าย ส.ส. โดยปกติจะมอบหมายให้รองประธานสภาเป็นผู้ประชุมเพื่อหาข้อสรุป ทั้งนี้ เบื้องต้นกำหนดวันอภิปรายเริ่มวันที่ 24 มีนาคม 2568 ส่วนระยะเวลาขึ้นอยู่กับญัตติและข้อตกลงร่วมกัน
สำหรับกรณีที่มีข่าวว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะมีการตั้งวอร์รูมในรัฐสภาเพื่อโต้ตอบหากถูกพาดพิงนั้น ประธานสภาชี้แจงว่า ภายในห้องประชุมเป็นเรื่องระหว่าง ส.ส. และรัฐมนตรีเท่านั้น ส่วนการตั้งวอร์รูมเป็นเรื่องของแต่ละพรรคการเมือง แต่เนื้อหาต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับการประชุม หากมีการพาดพิงถึงบุคคลภายนอก ผู้ถูกพาดพิงสามารถดำเนินคดีได้ ทุกฝ่ายจึงต้องระมัดระวัง
ประธานสภายังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนความกังวลเรื่องการอภิปรายนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวอาจลามไปถึงครอบครัวและบุคคลภายนอกนั้น มีกติกาชัดเจนตามข้อบังคับและกฎหมาย ทุกคนต้องระมัดระวัง ปัจจุบันประชาชนมีความรู้เรื่องการเมืองมากขึ้น สามารถชั่งน้ำหนักและตัดสินเองได้ว่าการอภิปรายสมเหตุสมผลเพียงใด และเชื่อว่าวันอภิปรายจะตกลงกันได้โดยไม่เกิดความขัดแย้งรุนแรง
>> นายกฯ สั่งเด็ดขาด! ปราบ “บุหรี่ไฟฟ้า” ในเยาวชน - สถานศึกษา ให้สิ้นซากภายใน 30 วัน
12.00 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ร่วมหารือกับ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถึงมาตรการคุมเข้มและปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชน กำชับให้ทุกฝ่ายดูแลอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้โรงเรียน – สถานศึกษา ต้องไม่มีการขายให้เยาวชนเด็ดขาด
นายกฯ เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโทษและข้อกฎหมายของบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมเดินหน้าจัดการผู้นำเข้า ปิดกั้นการนำเข้าทุกจุด และจับกุมผู้ขายอย่างจริงจัง ตั้งเป้าปราบปรามอย่างเด็ดขาด ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ภายใน 30 วัน
>> "ทนายปราบโกง" ยื่นหลักฐาน ถึง รมว.คมนาคม ทบทวน พัฒนาท่าเรือคลองเตย เป็นเอนเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์
12.49 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน นายกฤษฎา อินทามระ ได้ยื่นหลักฐานและหนังสือถึง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อขอให้ทบทวนแผนพัฒนาที่ดินท่าเรือคลองเตยของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) โดยเฉพาะแผนการพัฒนาเป็น " เอนเตอร์เทนเม้นท์ คอมแพล็กซ์" หรือ "สมาร์ท ซิตี้" ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากท่าเรือโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น
โดย นายกฤษฎา เห็นว่าโครงการนี้อาจขัดต่อพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างท่าเรือกรุงเทพฯ พ.ศ. 2480 ซึ่งกำหนดวัตถุประสงค์ของที่ดินนี้ไว้เพื่อใช้สำหรับสร้างท่าเรือเท่านั้น ดังนั้นการนำที่ดินไปพัฒนาเป็นโครงการอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการท่าเรือจึงอาจละเมิดกฎหมาย
นอกจากนี้ นายกฤษฎา ยังอ้างอิงความหมายของคำว่า "ท่าเรือ" จากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ซึ่งหมายถึงสถานที่สำหรับให้บริการแก่เรือในการจอดเทียบบรรทุกหรือขนถ่ายของ เท่ากับว่าโครงการที่ไม่เกี่ยวข้องกับท่าเรืออาจไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของการเวนคืนที่ดินดังกล่าว จึงเรียกร้องให้รัฐมนตรีทบทวนแผนการพัฒนาให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดตามกฎหมายและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อกลุ่มทุนที่สนใจลงทุนในโครงการดังกล่าว
>> ตร.นนทบุรี แถลงบุกยึด 'รถสวมป้ายทะเบียนปลอม' จำนวน 8 คัน
13.00 น. พล.ต.ต.กิตติ์ธเมศ ธนนันทวีสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี พันตำรวจเอก สมพล วงศ์ศรีสุนทร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรรจังหวัดนนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดนนทบุรี สืบสวนสถานีตำรวจทั้ง 11 สถานี ร่วมกันจับกุมรถยนต์ผิดกฏหมายจำนวน 8 คัน
จากการตรวจสอบปัญหาอาชญากรรมในจังหวัดนนทบุรี พบว่าส่วนใหญ่ผู้ก่อเหตุจะใช้ยานพาหนะที่ปกปิดลักษณะกายภาพ เพื่อหลบเลี่ยงการติดตาม ทำให้มีการวางแผนสืบสวนจนทราบว่ามีรถยนต์ในพื้นที่จำนวนมากมีการปกปิดกายภาพ จึงได้สั่งการให้เข้มงวดในการตรวจสอบรถยนต์ที่ขับในพื้นที่ จ.นนทบุรี ที่ผิดกฏหมาย จนสามารถจับกุมรถยนต์ได้ทั้งหมด 8 คัน มีทั้งทะเบียนปลอม สวมทะเบียน จึงได้ตรวจยึด รถยนต์ จำนวน 8 คัน โดยจับได้ในหลายพื้นที่ใน จ.นนทบุรี
พล.ต.ต.กิตติ์ธเมศ ธนนันทวีสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า หลังจากตนมารับตำแหน่งพบว่าปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ส่วนใหญ่เกิดจากคนร้ายใช้ยานพาหนะในการก่อเหตุ และใช้วิธีการหลบหลีกการจับกุม โดยการเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถคันอื่นมาติดแทน หรือปลอมทะเบียน และเปลี่ยนแปลงลักษณะรถ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบค้นข้อมูลยากลำบาก จึงได้มีการตั้งชุดปฏิบัติการสืบค้นตรวจสอบพบว่ามีรถยนต์นำมาใช้ในลักษณะปลอมแปลงจำนวนหนึ่งจึงได้ทำการตรวจยึดและตรวจสอบ จนพบว่าบางคันมีเจ้าของติดต่อมาขอรับรถคืน ฝากถึงผู้ที่จะซื้อรถตามโซเชียลให้ตรวจสอบให้ดี เพื่อป้องกันการถูกหลอก
>> พบศพเด็กหญิงวัย 12-13 ปี ทิ้งข้างทาง คาดถูกล่วงละเมิดก่อนฆ่า
14.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจ ต.แม่กาษา หรือ จุดตรวจ 409 ตั้งอยู่ถนนสายแม่สอด แม่ระมาด ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่บ้านน้ำดิบ ต.แม่กาษา อ.แม่สอด จ.ตาก พบซากศพที่เป็นกระดูกถูกนำมาวางไว้กลางถนน และพบกระสอบที่ส่งกลิ่นคละคลุ้งข้างถนนหลวง ปากกระสอบถูกเปิดออก จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากโรงเรียนราว 4 กิโลเมตร จึงประสานหน่วยกู้ภัยในพื้นที่เข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ พบซากกระดูกสวมกางเกงวอร์มข้างเดียวสีดำ วางขวางถนน ห่างไปข้างทางประมาณ 8 เมตร พบกระสอบป่านสีเขียว มีเถาวัลย์มัดคลายอยู่ ภายในกระสอบพบซากศพเริ่มเน่าเปื่อยเป็นหนังแห้งติดกระดูก ส่งกลิ่นคละคลุ้ง
จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเด็กหญิงอายุราว 12-13 ปี สวมเสื้อกีฬาของโรงเรียน ส่วนกางเกงน่าจะถูกสวมใส่แต่ไม่สุด และหลุดออกมาเพราะสุนัขกัดจะกินเนื้อหนัง และลากออกไปได้ขาข้างหนึ่ง โดยสภาพศพมีร่องรอยการถูกไม้ไผ่ตีที่ศีรษะ ท่อนข้างล่างไม่สวมกางเกง คาดว่าถูกข่มขืนฆาตกรรม แล้วนำศพยัดกระสอบใส่รถแล้วมาทิ้ง ส่วนการเสียชีวิตในเบื้องต้นน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บหลักฐานนำส่ง รพ.แม่สอด เพื่อตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคล และหาข้อมูลการแจ้งหายและแจ้งไปยังโรงเรียนในพื้นที่ต่อไป
>> ”ผบ.ตร.“ รับส่ง 40 อุยกูร์ถึงจีนแล้ว ยันเป็นไปตามยุทธวิธี
16.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่เครือข่าย NGO นำเรื่องการส่งตัวชาวอุยกูร์กลับไปยื่นขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉิน ว่า เรื่องดังกล่าวตนยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีหนังสือเป็นทางการจากรัฐบาลจีนมารัฐบาลไทย โดยยืนยันว่าชาวอุยกูร์ทั้งหมดที่ส่งกลับมีทั้งหมด 40 คน ส่วนอีก 8 คน เป็นชาวจีนที่ทำผิดกฎหมายในประเทศไทย
ซึ่งชาวอุยกูร์ 40 คน ถูกจับกุมเมื่อ 11 ปีที่แล้ว และมีการควบคุมตัวอยู่ในความดูแลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมาโดยตลอด โดยทางการจีนได้ทำหนังสือแสดงความจริงใจและเจตจำนงว่าชาวอุยกูร์ที่ถูกส่งกลับทั้งหมดจะได้รับความปลอดภัย โดยมีคณะกรรมการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ไปกำกับดูแล ซึ่งขณะนี้ชาวอุยกูร์ทั้ง 40 คน ได้เดินทางถึงประเทศจีนแล้ว ซึ่งทั้งหมดได้รับการตรวจสุขภาพและเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งทางการจีนรับปากทั้งเรื่องความปลอดภัย ที่อยู่ และให้ญาติมารอรับที่มณฑลซินเจียง โดยหลังจากนี้ก็จะมีวงรอบในการตรวจสอบความเป็นอยู่ของชาวอุยกูร์ทั้งหมดเพื่อความมั่นใจ
ผู้สื่อข่าวถามว่า กระบวนการส่งต่อชาวอุยกูร์ออกจาก ตม.สวนพลู ทำไมถึงต้องปิดทึบรอบคันรถและมีการปิดบังโลโก้ รวมถึงยานพาหนะที่ใช้ซึ่งไม่ใช่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ขบวนการทั้งหมดเป็นเทคนิคและยุทธวิธีเพื่อความปลอดภัย ความเรียบร้อย รวมถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน ที่เห็นได้ว่าขบวนการทั้งหมดทำให้ชาวอุยกรู์ปลอดภัยและถึงปลายทางอย่างปลอดภัย รวมถึงการส่งตัวในช่วงกลางดึกเพื่อไม่ให้กระทบกับการจราจรของประชาชนและสามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า ถึงแม้ว่าชาวอุยกรู์ที่อยู่กับเรามานานกว่า 10 ปี แต่ก็เป็นภาระที่เราต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการดูแล
>> นายวราวุธ ส่งทีม พม.บึงกาฬ-ปราจีนบุรี ช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสีย เหตุรถทัวร์คว่ำ
16.38 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.พม. หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีอุบัติเหตุรถทัวร์พลิกคว่ำที่อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 19 คน และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ว่า ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นอย่างยิ่ง และขอส่งกำลังใจให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว และเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 68 ตนได้กำชับทีม ศรส.จังหวัดปราจีนบุรี ร่วมกับ ศปถ.จังหวัดปราจีนบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ พบผู้บาดเจ็บเล็กน้อยที่รอกลับภูมิลำเนา ซึ่งบางคนได้เดินทางกลับภูมิลำเนาเรียบร้อยแล้ว และศรส.จังหวัดปราจีนบุรี ได้ส่งต่อข้อมูลผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บให้กับ ศรส.จังหวัดบึงกาฬ เพื่อประกอบการวางแผนการช่วยเหลือในพื้นที่ตามสิทธิสวัสดิการสังคมของกระทรวง พม.
ขณะเดียวกัน ได้กำชับเจ้าหน้าที่ทีม ศรส. พม. หนึ่งเดียวจังหวัดบึงกาฬ เร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิด โดยได้เข้าไปพูดคุยให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิตครบทั้งหมด พร้อมประเมินสภาพจิตใจญาติ รวมทั้งให้คำแนะนำปรึกษาเกี่ยวกับสิทธิสวัสดิการสังคมตามภารกิจกระทรวง พม. โดยในเบื้องต้นมีแนวทางการให้ความช่วยเหลือเป็นเงินสงเคราะห์สำหรับครอบครัวผู้เสียชีวิต และนำเรื่องเข้าคณะกรรมการบริหารกองทุนคุ้มครองเด็กพิจารณาการช่วยเหลือ จำนวน 3 ครอบครัว
>> คุณตาวัย 79 ปีขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถอีแต๋น เสียชีวิตริมถนน
18.10 น. รับแจ้งจาก อาสากู้ภัยฮุก 31 จุดขามสะแกแสง มีอุบัติเหตุ รถอีแต๋นชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต บนถนนหมายเลข 2150 ใกล้เคียงทางเข้าวัดโนนหญ้าคา ในพื้นที่ อ.ขามสะแกงาม จ.นครราชสีมา
ที่เกิดเหตุ พบจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีดำ ล้มคว่ำลักษณะชนกับรถอีแต๋น สีขาว - ฟ้า ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 79 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ขามสะแกแสง
>> ชายวัย 38 ปีขี่รถจักรยานยนต์เสียหลักชนขอบทางล้มคว่ำ รถอเนกประสงค์ขับตามหลัง เบรกไม่ทันชนซ้ำเสียชีวิต
21.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางกรวย รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถไม่ทราบคู่กรณีและมีผู้เสียชีวิต ถนนนครอินทร์ ขาออก เชิงทางลงสะพานข้ามคลองบางกอกน้อย ในพื้นที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี
ที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิต ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 38 ปี นอนอยู่เลนขวาของถนน และห่างไปไกลกว่า 30 เมตร พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น ไนช์ สีแดง ทะเบียน กทม สภาพของรถพังเสียหายยับเยิน ในที่เกิดเหตุไม่พบรถคู่กรณี พบแต่เพียงแผ่นป้ายทะเบียน 1 แผ่นรวมไปถึงเศษชิ้นส่วนของรถยนต์เก๋งตกหล่นอยู่ที่เกิดเหตุ
ต่อมา เจ้าของแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งเป็นรถอเนกประสงค์ โตโยต้า สีขาว หลังเกิดเหตุได้เข้าไปแสดงตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.บางกรวย โดยให้การว่า ตนเองไม่ได้เป็นผู้เฉี่ยวชน ซึ่งรถจักรยานยนต์ขับขี่ส่ายไป-มา ก่อนจะชนเข้ากับแบริเออร์ฝั่งขวาของถนนและทำให้ล้มลง ขณะนั้นตนเองขับมาพอดี พยามหักหลบแต่ไม่พ้นจน จึงได้ชนเข้ากับรถจักรยานยนต์จนได้รับความเสียหาย หลังเกิดเหตุได้จอดรถเข้าข้างทางดูสภาพรถก่อนที่จะตัดสินใจขับรถมาแสดงตัวที่ สภ.บางกรวย
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าเบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับ สอบปากคำคนขับรถเก๋งไว้ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่ารถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตนั้นชนแบริเออร์และล้มอยู่ก่อน แต่ยังไงก็ตามจะต้องทำการตรวจสอบภาพจากกล้องหน้ารถอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบทางเจ้าหน้าที่มูนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรต่อไป
>> แผ่นดินไหว ที่จังหวัดพิจิตร
02.13 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.5 ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือน