ย้อนประวัติ “ตึกสาธร ยูนีค” แข็งแรงฝ่าวิกฤตแผ่นดินไหว
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 02 เม.ย. 2568 เวลา 10.49 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. 2568 เวลา 10.49 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(เรียบเรียงโดย อพัชชา ทองสนิท และ กัญญาณัฐ อาศัย)
ตึกสาธร ยูนีค ทาวเวอร์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ตึกร้างสาทร" เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี 2533 ออกแบบโดยผศ.รังสรรค์ ต่อสุวรรณ สถาปนิกชื่อดังของไทย ตัวตึกมีความสูง 47 ชั้น เป็นหนึ่งในโครงการคอนโดมิเนียมสุดหรูใจกลางกรุงเทพฯ บนทำเลที่มีศักยภาพสูง ด้วยการออกแบบที่โดดเด่นและทำเลที่ดี ทำให้โครงการนี้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนและผู้ที่มองหาการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก มีข้อมูลว่าโครงการ สาธร ยูนีค ทาวเวอร์ นี้ถูกจองเกินกว่า 90% ของจำนวนยูนิททั้งหมด ตั้งแต่เริ่มเปิดรับจองเลยทีเดียว
จุดพลิกผันสำคัญที่ทำให้โครงการนี้ต้องหยุดชะงัก คือการจับกุม อ.รังสรรค์ ในข้อหาจ้างวานฆ่าประธานศาลฎีกา เมื่อปี 2535 ซึ่งในภายหลังเขาถูกพิพากษาจำคุก 25 ปี แต่ต่อมาสู้คดีจนถึงชั้นฎีกา ก่อนที่ศาลจะพิจารณายกฟ้องสถาปนิกคนดัง
แต่ถึงแม้ว่าตัวโครงการจะมีการดำเนินการก่อสร้าง ก็ประจวบเหมาะกับช่วงวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในปี 2540 ฟองสบู่แตกจนตัวโครงการใหญ่ๆ เจอปัญหาด้านการเงินและสภาพคล่อง สาธร ยูนีค ทาวเวอร์ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ไปต่อไม่ได้ เหลือเพียงสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่เหลือทิ้งไว้เป็นอนุสรณ์
นอกจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังมีข่าวลือเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับตัวโครงการสาธร ยูนีค ทาวเวอร์ ว่าที่ตึกดังกล่าวไม่สามารถสร้างจนเสร็ตสิ้นได้ เป็นเพราะตัวโครงการตั้งอยู่บนที่ดินสุสานเก่า พลังของสิ่งลี้ลับจึงไม่พอใจ
จากโครงการสุดหรู แปรเปลี่ยนเป็นตึกร้าง ไม่สามารถเข้าไปพัฒนาต่อได้เนื่องจากยังติดข้อพิพาททางคดี ตึกสาธร ยูนีค ทาวเวอร์ กลายมาเป็นเป้าหมายใหม่ของชาวล่าท้าผี ทั้งชาวไทยและต่างชาติ มีคนบุกรุกเข้าไปในตึกเพื่อพิสูจน์ความกล้าของตนเอง บ้างก็ถ่ายรูปมาโพสต์ลงโลกออนไลน์จนกลายเป็นประเด็นอยู่เนืองๆ
แต่ 1 ในเหตุการณ์ที่สยองขวัญที่สุด เกิดขึ้นเมื่อปี 2557 เมื่อตากล้องชายชาวไทยคนหนึ่ง แอบขึ้นตึกสาธร ยูนีค ทาวเวอร์ เพื่อจะไปถ่ายภาพ แต่ก็ต้องทรุดเข่าอ่อนเพราะบนนั้นเขาพบกับศพปริศนา ผูกคอเสียชีวิตอยู่ เจ้าตัวโพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือผ่านเว็บบอร์ดชื่อดัง พันทิปดอทคอม จนมีเจ้าหน้าที่ขึ้นไปตรวจสอบ พบว่าร่างดังกล่าวเป็นนักท่องเที่ยวชาวสวีเดน
นายพรรษิษฐ์ ต่อสุวรรณ ลูกชายของ อ.รังสรรค์ และเป็นเจ้าของตึกสาธร ยูนีค ทาวเวอร์เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ตนไม่สามารถห้ามผู้คนที่เข้าไปถ่ายภาพในตึกได้ แต่ก็มีความห่วงใยในเรื่องความปลอดภัย เพราะตึกที่ยังสร้างไม่เสร็จ และไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยได้
และล่าสุดจากเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2568 ส่งผลสั่นสะเทือนรุนแรงกับหลายพื้นที่ในประเทศไทย ชื่อของ สาธร ยูนีค ทาวเวอร์ ก็กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง โดยตัวตึกถูกนำไปเปรียบเทียบกับตึกคอนโดมิเรียมสมัยใหม่ ที่ได้รับความเสียหาย และโยกคลอนในระหว่างการเกิดแผ่นดินไหว แต่ตึกเก่าอย่างสาธร ยูนีค ทาวเวอร์ ดูเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบ
จนกระทั่งมีคนที่อ้างว่าเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ โพสต์ประกาศขายตึกสาธร ยูนีค ทาวเวอร์ ในราคา 4,000 ล้านบาท และในอีกไม่กี่วันให้หลัง นายหน้าคนดังกล่าวก็ออกมาประกาศว่าปิดดีลขายตึกในตำนานแห่งนี้ได้สำเร็จ ซึ่งนายตามโพธ ต่อสุวรรณ ลูกชายคนเล็กของ อ.รังสรรค์ ออกมาปฏิเสธทันควันว่าไม่เป็นความจริง ตึกหลังดังกล่าวยังเป็นข้อพิพพาทอยู่ คุณพ่อของตนไม่เคยประกาศขายหรือติดต่อนายหน้า พร้อมทังตบท้ายว่า “ถ้าปัญหาตึกนี้มันจบง่าย มันคงไม่ยืนเป็นอนุสาวรีย์ต้มยำกุ้งมานาน 30 ปี”