โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ภาษีทรัมป์ชนวนเศรษฐกิจถดถอย ทุบหุ้นโลกทรุด-ตลาดเอเชียเช้านี้ดิ่งหนัก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 เม.ย. 2568 เวลา 07.23 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. 2568 เวลา 04.44 น.
แฟ้มภาพ

ภาษีทรัมป์จุดชนวนเศรษฐกิจถดถอย ทุบหุ้นโลกทรุด-ตลาดเอเชียเช้านี้ดิ่งหนัก “ญี่ปุ่น-ไต้หวัน” งัดใช้มาตรการ Circuit Breaker จำกัดขายชอร์ต ด้านวอลล์สตรีตเตรียมรับมือความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์ “Black Monday” ซ้ำรอยปี 1987

รายงานข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศกล่าวว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกทรุดหนักท่ามกลางผลกระทบจากมาตรการภาษีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ทำให้นักลงทุนกังวลจะนำไปสู่ความเสี่ยงจุดชนวนให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก และความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยเร็วที่สุดในเดือนพฤษภาคมนี้

โดยดัชนี S&P 500 และ Nasdaq และ Dow Jones ซึ่งเป็นดัชนีตลาดหุ้นหลักของสหรัฐ มีแนวโน้มจะเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ด้วยการร่วงลงมากถึง 6% นักวิเคราะห์เกรงว่าการสูญเสียมูลค่า 6.6 ล้านล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่แล้วอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

และในการซื้อขายหุ้นช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 7 เมษายน 2568 ในเอเชีย ซึ่งตรงกับคืนวันอาทิตย์ตามเวลาสหรัฐ ดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นร่วงหนักถึง 8% ออสเตรเลียลดลง 6% เกาหลีใต้ 5% ไต้หวันเกือบ 10% สิงคโปร์ 8.5% ฮ่องกง 10% และจีนเกือบ 5%

โดยตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่นและไต้หวัน ต้องใช้มาตรการ Circuit Breaker หยุดการซื้อขายชั่วคราวเพื่อหยุดการขายที่ตื่นตระหนก โดยในญี่ปุ่นระบบ “Circuit Breaker” หยุดการซื้อขายเป็นเวลา 10 นาที เมื่อฟิวเจอร์สของดัชนี Nikkei 225 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการซื้อขายมากที่สุด กำลังจะตกลงมากกว่า 8%

ส่วนดัชนี Taiex ของตลาดหลักทรัพย์ไต้หวันร่วงลง 9.8% เป็นจุดต่ำสุดในรอบมากกว่า 1 ปี ทางการจึงได้ประกาศมาตรการจำกัดการขายชอร์ตชั่วคราวเพื่อลดความผันผวน

กลับมาที่วอลล์สตรีตกำลังเตรียมรับมือกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์ “Black Monday” ซ้ำรอยปี 1987 โดยการเทขายอย่างรุนแรงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วอาจดูเบาบางเมื่อเทียบกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น แม้ประธานาธิบดีทรัมป์จะกล่าวในคืนวันอาทิตย์ว่า “ผู้นำทั่วโลกอยากเจรจาข้อตกลงใจจะขาด” แต่ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐ รวมถึงดัชนีหุ้นหลักในเอเชียกลับร่วงลงอย่างหนัก

จิม แครมเมอร์ นักวิเคราะห์ เตือนว่า สหรัฐอาจกำลังมุ่งหน้าสู่เหตุการณ์ “Black Monday” อีกครั้ง ซ้ำรอยปี 1987 ซึ่งเหตุการณ์ตลาดหุ้นถล่มในปี 1987 ดัชนีร่วงลง 22.6% ในวันเดียว ยังคงเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นยุคใหม่ รุนแรงยิ่งกว่าเหตุการณ์วิกฤตปี 2008 หรือแม้แต่ตอนปีโควิดอีกด้วย

“ถ้าทรัมป์ไม่ผ่อนปรนภาษีกับประเทศที่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ล่ะก็ เหตุการณ์แบบปี 1987 ที่ตลาดหุ้นร่วงลง 3 วันติดต่อกันก่อนจะดิ่งลงอีก 22% ในวันจันทร์ อาจจะกลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง” แครมเมอร์กล่าว

คาเรน จอร์ริตส์มา หัวหน้าฝ่ายตราสารทุนประจำออสเตรเลียของ RBC Capital กล่าวว่า “ทรัมป์เป็นคนพาเรามาอยู่ในสถานการณ์นี้ แต่คำถามคืออะไรจะพาเราออกไปได้ ถ้าไม่มีแนวทางที่ชัดเจนว่าจะออกจากสถานการณ์นี้อย่างไร หรือไม่มีตัวจุดชนวนที่จะทำให้เรื่องนี้จบลง นั่นแหละคือสิ่งที่กังวลที่สุด คิดว่าเขารู้สึกว่าเขาควบคุมทุกอย่างได้ แต่ความจริงคือ เขาควบคุมไม่ได้เลย เขาได้สูญเสียการควบคุมไปแล้ว โดยการเทขายในตลาดหุ้นครั้งนี้ เทรดเดอร์ต่างหวั่นเกรงว่ามาตรการภาษีจะนำไปสู่ภาวะถดถอยทั่วโลก”

โทนี ไซคามอร์ นักวิเคราะห์ในซิดนีย์ กล่าวว่า “มันเลยเถิดไปแล้ว ตอนนี้จีนเข้ามาต่อสู้กับสหรัฐ ทำให้สถานการณ์เช้านี้เลวร้ายลงไปอีก เพราะการที่ทรัมป์และเบสเซนต์ (ที่ปรึกษาเศรษฐกิจ) ไม่แสดงความวิตกใด ๆ กับความปั่นป่วนในตลาดหุ้นเลย ดังนั้นถ้าไม่มีการถอยหลังหรือลดทอนคำประกาศที่ออกมาก่อนหน้านี้ เราอาจจะกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่วิกฤตสภาพคล่อง และเงินทุนจะไหลออกจากตลาดอย่างรุนแรงในทุกสินทรัพย์ เราเริ่มเห็นสัญญาณนั้นแล้ว และจะได้เห็นแน่ ๆ ว่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะกลับมาเป็นราชาอีกครั้ง”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ภาษีทรัมป์ชนวนเศรษฐกิจถดถอย ทุบหุ้นโลกทรุด-ตลาดเอเชียเช้านี้ดิ่งหนัก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...