โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“นิวยอร์ก”ยังรั้งอันดับ 1 ศูนย์กลางการเงินโลก

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 21 มี.ค. 2568 เวลา 02.22 น.
“นิวยอร์ก” ยังคงเป็นศูนย์กลางการเงินอันดับ 1 ของโลกตามดัชนี GFCI 37 แต่ลอนดอนทำคะแนนเพิ่มขึ้น 12 คะแนน ลดช่องว่างที่เคยห่างไกลลง

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ลอนดอนกำลังไล่ตามนิวยอร์กในดัชนีศูนย์กลางการเงินโลก ซึ่งเป็นสัญญาณแรกที่ชี้ว่าความพยายามของรัฐบาลอังกฤษในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการเงินและการลงทุนที่ซบเซาเริ่มเห็นผล

ทั้งนี้ ดัชนี GFCI 37 จัดทำขึ้นโดยใช้ข้อมูลเชิงปริมาณจากองค์กรภายนอก เช่น ธนาคารโลก (World Bank), องค์การสหประชาชาติ (United Nations) และ OECD รวมถึงผลสำรวจความคิดเห็นออนไลน์จากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมกว่า 4,946 ราย

นอกจากนี้ นิวยอร์กจะครองอันดับ 1 อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกันยายน 2561 แต่ในรายงาน GFCI ฉบับที่ 37 ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ลอนดอนสามารถลดช่องว่างลงเหลือเพียง 7 คะแนน หลังจากคะแนนเพิ่มขึ้น 12 คะแนน

ขณะที่ฮ่องกงยังคงรั้งอันดับ 3 นำหน้าสิงคโปร์ ขณะที่ซานฟรานซิสโก, ชิคาโก, ลอสแอนเจลิส, เซี่ยงไฮ้ และเซินเจิ้น ยังคงอยู่ในอันดับ 5-9 ตามลำดับ ด้านกรุงโซลกลับเข้าสู่ 10 อันดับแรกอีกครั้ง ขณะที่ใน 20 อันดับแรก ดูไบขยับขึ้น 4 อันดับมาอยู่ที่อันดับ 12 และอัมสเตอร์ดัมกระโดดขึ้น 9 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 18

แม้ว่าลอนดอนจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้น แต่อุตสาหกรรมการเงินของสหราชอาณาจักรยังคงเผชิญกับความท้าทาย หลังจากที่ประเทศสูญเสียสิทธิ์เข้าถึงตลาดเดียวของสหภาพยุโรป อย่างเสรี เนื่องจาก Brexit

โดยทางการอังกฤษกำลังพยายามผลักดันมาตรการปฏิรูปที่มุ่งเน้นการเติบโต โดย Financial Conduct Authority (FCA) และ Prudential Regulation Authority (PRA) อยู่ระหว่างพิจารณามาตรการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการเงิน ขณะที่เรเชล รีฟส์ (Rachel Reeves) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหราชอาณาจักร ได้เรียกร้องให้มีแนวทางที่สมดุลระหว่างความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุน

รายงาน GFCI ยังเผยว่า ศูนย์กลางการเงินของสหรัฐมีการปรับตัวดีขึ้นน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ ซึ่งอาจสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ลดลงในภาคบริการทางการเงินของสหรัฐ ด้านเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ กล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า นโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจทำให้ความพยายามในการควบคุมเงินเฟ้อล่าช้าออกไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...