กัณวีร์ยืนยัน จดหมายอุยกูร์ไม่ปลอม เขียนขึ้นในห้องกักสวนพลู ไม่ใช่เรือนจำคลองเปรม
The Structure
อัพเดต 04 มี.ค. 2568 เวลา 11.53 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. 2568 เวลา 04.53 น. • The Structureภายหลังจากที่ กัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม เผยแพร่จดหมายที่เขาอ้างว่าเป็นของชาวอุยกูร์ 3 ฉบับ โดยฉบับหนึ่งเป็นของผู้ต้องขังชาวอุยกูร์ที่ไม่มีการระบุว่าถูกกักขังที่ใด ในขณะที่อีกฉบับหนึ่งเป็นของผู้ต้องขังในห้องกักที่สวนพลู (สถานกักตัวคนต่างด้าว สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)
และอีกฉบับหนึ่งเป็นของญาติผู้ต้องขังชาวอุยกูร์ทั้ง 43 คน ที่ถูกส่งตัวไปที่ตุรกีแล้ว ลงวันที่ 15 พ.ย.2567 ถึง “นายกรัฐมนตรี (จากตระกูลของทักษิณ) (Miss PM (from Taksin’s family)”ซึ่งจดหมายฉบับนี้มีการลงตราประทับของเรือนจำคลองเปรม
จนเกิดกระแสการตั้งคำถามว่าจดหมายดังกล่าวนั้นเป็นของจริงหรือไม่ จนทำให้กรมราชทัณฑ์ออกมายืนยันว่าจดหมายเหล่านั้น ไม่ใช่จดหมายของชาวอุยกูร์ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำของกรมราชทัณฑ์ล่าสุด เมื่อวานนี้ (3 มี.ค. 2568) กัณวีร์โพสต์ข้อความเพื่อยืนยันว่าจดหมายที่ตนนำมาเผยแพร่นั้นเป็นของจริง ที่มาจากชาวอุยกูร์จริง ๆ โดยมีข้อความว่า
“ไม่คิดว่าเรื่องจดหมายชาวอุยกูร์ จะนำไปผูกโยงอย่างไร้สาระ !!
ผมทราบว่าหลายท่านยังคงมีข้อสงสัยในจดหมายที่ผมนำมาเปิดเผย จนเป็นประเด็นใหญ่โตเพราะกังวลว่าจะไม่ใช่จดหมายจริง ในเมื่อผมเป็นคนแชร์จดหมาย ผมก็เป็นคนที่รับผิดชอบต่อข้อมูลในส่วนนี้ ดังนี้ครับ
จดหมายไม่ได้มาจากคนที่ถูกคุมขังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีศาลพระพรหมฯ ทั้งสองคนไม่ได้อยู่เรือนจำคลองเปรมครับ และเขาเป็นคนละกลุ่มกับผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้
จดหมายมาจากในห้องกักสวนพลู ผมไม่เคยบอกว่าจดหมายมาจากเรือนจำคลองเปรม ถ้าผมจะปลอมผมจะเอากระดาษลายนี้ทำไมให้เรื่องมันยืดยาวขนาดนี้
ตัวจดหมายใช้กระดาษจดหมายที่มีลายพิมพ์เรือนจำ ไม่ใช่การประทับตราในภายหลัง จึงไม่ต้องไปเสียเวลาไปหาว่ามาจากผู้ต้องขังคนไหนในเรือนจำครับ
จดหมายเขียนเป็นภาษาอังกฤษ เพราะในจำนวนชาวอุยกูร์ในห้องกัก ตม.มีคนที่รู้ภาษาอังกฤษ สื่อสารแทนเพื่อนได้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร และไม่ควรจะเอามาจับผิดกัน
ไม่มีใครปลอมจดหมายขึ้นมาหรอกครับ เพราะมันไม่ได้อะไรขึ้นมา เขาถูกส่งกลับไปแล้วครับ แต่ในฐานะที่ต่อสู้เรื่องการส่งกลับ ผมก็ต้องยันหลักฐานที่ผมมีว่าเขามิได้สมัครใจกลับ ถ้าอยากจะตรวจสอบว่าจริงหรือไม่จริง ยืนดีเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ความจริงครับ ฟ้องได้เลยครับ ประชาชน หรือทางรัฐบาลเอง เพราะผมคิดว่าประเด็นนี้ถูกยืดเยื้อเกินกว่าเหตุไปแล้ว
หากทางรัฐไม่สามารถแสดงหลักฐานยืนยันว่าเขาสมัครใจกลับไป ที่ท่านมีหน้าที่ตามกฎหมายให้เปิดเผยออกมาครับ
จดหมายจากประเทศจีนที่ส่งมาขอตัวกลุ่มนี้ ท่านจะเห็นว่าเค้าเขียนมาว่า ถ้าจีนเชิญ เราถึงจะส่งเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมได้ (as invited by Chinese side)
ผมเข้าใจว่าต่อจากนี้จะมีประเด็นใหม่ๆ มาอีก แต่ผมขออนุญาตไม่ตอบที่มันซ้ำแล้วนะครับ จะพยายามลดข้อกังขาให้มากที่สุด แต่อย่าลืมไปตรวจสอบรัฐบาลด้วยนะครับ เพราะผมไม่มีอำนาจบริหาร ไม่ได้เป็น 1 ในคนที่ตัดสินใจทำกระบวนการนี้
หรือที่มารุมกันเรื่องนี้ เพราะแค่อยากบิดเบือนปกปิดไม่ให้รู้ว่า จดหมายของพวกเค้าถูกปิดกั้น และไปไม่เคยถึงปลายทาง !!
สำหรับผมเปิดเผยอะไรออกไป ผมรับผิดชอบในข้อมูลของผม พร้อมให้ตรวจสอบ และมีหลักฐานยืนยัน
สุดท้ายแทนที่เรามาช่วยกันสร้างความโปร่งใส เอามาสิครับ !! หลักฐานที่ยืนยันว่า พวกเค้าสมัครใจกลับจีน อย่าช้าครับ ทุกคนรอยู่!!!”