เอว่อน จง ‘Styleแม่จง’ สาวซ่าจากฮ่องกงวัย 63 ที่ม่วนจอยกับการแต่งตัวสไตล์เด็กยุคใหม่ โดยมีลูกๆ Gen Z และ Gen Y เป็นแรงซัพพอร์ต
สาวซ่าตัวแม่จากฮ่องกงคนนี้ ชีเสิร์ฟ! ชีจึ้ง! เพราะชีมีความสุขกับการเป็นสาววัย 63 ปี ที่ได้หยิบเสื้อผ้ามา Mix & Match ฟินกับการไถฟีดดูเสื้อผ้าแบรนด์ต่างๆ บนไอจี สนุกตอนถ่ายรูปมุมกล้องสไตล์ Gen Z (ที่ซึมซับมาจากลูกสาว Gen Z อีกที) ยิ้มตามรูปตัวเองตอนเลือกเอาไปลงโซเชียลฯ ม่วนสุดๆ เวลาได้ออกไปคาเฟ่เพื่อเม้าท์มอยกับแก๊งเพื่อน และยังรู้สึกว่าในวัยสูงอายุที่หลายคนมักพูดกันว่าควรปลงกับทุกอย่างแล้ว เธอกลับมองว่าเป็นวัยที่เริ่ดจะตาย และพูดเต็มปากได้เลยจ้ะว่า โคตรจะมีอิสระ!
ชวนรู้จักโลกที่เต็มไปด้วยสีสันสดใสของ‘เอว่อน จง’ สาวเจนฯ Baby Boomer เจ้าของช่อง ‘Styleแม่จง’ บน TikTok จากประเทศฮ่องกงที่อยู่ไทยมาแล้ว 31 ปี ผู้มีทั้งลูก Gen Y และ Gen Z คอยซัพพอร์ตผู้หญิงคนนี้ให้เป็นแฟชั่นนิสต้า แต่งตัวในแบบที่อยากแต่งอย่างอิสระ โดยไม่ต้องขึ้นอยู่กับความคาดหวังของใคร แบบที่สมัยสาวๆ ไม่กล้าที่จะลุกมาแต่ง เพราะแม่ของเธออาจไม่ปลื้ม หรือตอนที่ยังอยู่กับสามี ก็ไม่อยากแต่งตัวเปรี้ยว เดี๋ยวมีปัญหากัน เลยเลือกจะเป็นสาวเรียบร้อย ดังนั้นเธอจึงยกเครดิตให้ลูกๆ ว่า “แม่รู้สึกกลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง ส่วนหนึ่งก็เพราะลูก”
สำหรับการสัมภาษณ์ออกสื่อครั้งแรก แม่จงมาในลุคเสื้อยีนส์ กระโปรงหนังสั้นสีดำ ที่เธอบอกว่า ถ้าคิดจะใส่กระโปรง ไม่ยาวไปเลย ก็ต้องสั้นไปเลย จะมาครึ่งๆ กลางๆ มันไม่ใช่สไตล์! สวมรองเท้าบูทยาวเท่ๆ พร้อมแว่นตาคนเก๋ที่เปลี่ยนกรอบไปเรื่อยๆ ที่ถึงจะไม่มีค่าสายตาแต่ต้องมีติดตัวเป็นไอเท็มเสริมลุค และที่ขาดไม่ได้คือหมวกเบเร่ต์ทรงเก่งของแม่ จะใส่กี่ครั้งก็บูสต์ความมั่นใจสุดๆ
Styleแม่จง คือสไตล์ไหนกันแน่ ทั้งสไตล์การแต่งตัว สไตล์การใช้ชีวิต การมองโลก การปรับตัวเข้าหาลูกที่เป็นคนรุ่นใหม่ และการอยู่ร่วมกับคนที่คิดต่างกับตน ที่แม่จงบอกว่า มันไม่เกี่ยวกับอายุ เพศ เชื้อชาติ หรืออะไรหรอก เพราะยังไงซะ ทุกคนก็ล้วนมีความแตกต่าง เพียงแต่อาจจะดีกว่าถ้าเราพร้อมปรับตัวเข้าหากันเพื่อให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขที่สุด และสำคัญที่สุดคือการถามตัวเองเยอะๆ ว่า เราต้องการอะไรในชีวิต และให้เลือกทางเดินในแบบที่เอา ‘ความสุข’ ของตัวเองเป็นที่ตั้ง เพราะถ้ามันไม่ได้เบียดเบียนใคร จงอย่ากลัวที่จะเป็นตัวเอง เดินสับไปข้างหน้ากันเถอะสาวๆ เชื่อแม่!
ไม่มีคำว่าสาย ที่ตัวแม่จะเป็นตัวเอง
จริงๆ แม่จงไม่ได้เพิ่งจะมีความสนใจด้านแฟชั่นในช่วงวัย 60s แต่เธอชอบแฟชั่นมาตั้งแต่สมัยอยู่ฮ่องกงบ้านเกิด เธอเล่าให้เราฟังว่า “ตอนทำงานเป็นสาวออฟฟิศอยู่ฮ่องกง ช่วงอายุ 20 นิดๆ ภาพที่เราคิดอยู่ในหัวคือต้องใส่รองเท้าส้นสูง ถ้าจะแต่งตัวเรียบร้อยก็ต้องเรียบร้อยแบบมีสไตล์ อย่างฮ่องกงจะมี 4 ฤดู เราก็จะสนุกกับการได้แต่งตัวตามฤดู โดยเฉพาะหน้าหนาวที่เราจะใส่ได้หลายเลเยอร์ หยิบบูทมาใส่กับแจ็กเก็ตเท่ๆ”
“ช่วงวัยรุ่น แม่จะชอบดูฝรั่งในนิตยสารที่ถึงเขาจะแก่แล้ว แต่ก็ยังแต่งตัว เราก็รู้สึกว่า อุ๊ย เท่มากเลย ถ้าฉันอายุมาก ฉันก็อยากจะแต่งตัวเหมือนเขา พอวันนี้เรามาเป็นผู้หญิงสูงอายุแล้ว เราก็ได้แต่งตัวแบบนั้นจริงๆ และมีเด็กวัยรุ่นมาคอมเมนต์โพสต์เราว่า ‘แม่เท่มาก’ / ‘ไอดอลของหนูเลย’ / ‘ถ้าหนูโตขึ้น หนูอยากเป็นเหมือนแม่’ มาคิดดูอีกที เราเหมือนเห็นภาพตัวเองตอนเด็กๆ เลย มันเป็นความรู้สึกที่ดีที่มองเห็นอนาคตของเขาผ่านตัวเรา”
“ต้องยอมรับว่าตอนเราเด็กๆ แม่ไม่เคยมองว่าแก่ไปฉันจะใส่เสื้อผ้าแบบแม่ของตัวเอง มันไม่ได้อยู่ในสมองเลย (หัวเราะ) ถ้าแต่งตามวัยที่เขาว่ากันว่าอายุ 60 ต้องใส่แบบนี้ แบบนั้น แต่เราใส่แล้วมันดูแก่ มันดูไม่ใช่เรา เราก็ขอแต่งในแบบที่เราอยากแต่งดีกว่า คือถ้าเราแต่งตัวในแบบที่ชอบ ก็อาจจะมีโอกาสที่ทำให้คนอื่นมองเราอายุน้อยลงก็ได้ แบบลดไป 2 ปีก็คุ้มมั้ยล่ะ”
แม่จงบอกว่า เธอไม่ได้กะจะโกงอายุอะไรมากมาย แต่ “เมื่ออายุมากขึ้นเราจะรู้สึกว่า ฉันแก่ หน้าเหี่ยว เราก็ไม่อยากจะเหี่ยวหรอก แต่จริงๆ มันไม่เป็นอะไรเลย มันเป็นไปตามวัย เราลองลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้าเติมสีสันให้ตัวเองยังคงสดใส แรกๆ อาจจะยังไม่มั่นใจ แต่ถ้าลองไปเรื่อยๆ อะไรที่คิดว่าแต่งแบบนี้แล้วไม่น่ารอด จริงๆ มันอาจจะรอด และสวยด้วยก็ได้นะคะ ไม่ลองไม่รู้”
แต่กว่าจะได้แต่งตัวในแบบที่ชอบอย่างเต็มที่จริงๆ แม่จงก็ใช้เวลานานมากๆ เพราะเธอมีข้อจำกัดมากมาย ที่เป็นเรื่องท้าทายในชีวิต ซึ่งโน้มน้าวให้เธอเลือกที่จะไม่แต่งตัว เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในความสัมพันธ์
“การแต่งตัวของเราในปัจจุบันสนุกกว่าแต่ก่อนเยอะ เพราะไม่ต้องอยู่ในสายตาของแม่ หรือของสามี ถ้าแม่ของแม่ยังมีชีวิตอยู่ เขาคงไม่ให้เราใส่สั้น เขาคงจะบอกว่าไม่อายเหรอ อายุมากแล้ว หรือตอนที่สามียังอยู่ กระโปรงที่จะใส่ได้คงมีแต่กระโปรงเลยเข่า เพราะเขาอยากให้เราเป็นคนเรียบร้อย มันก็อึดอัดนะ แต่เราก็เลือกแต่งตามเขา เพราะไม่อยากให้ทะเลาะกัน แต่ตอนนี้มีอิสระสุดๆ แล้วค่ะ”
มองย้อนกลับไป แม่จงก็ไม่ได้มองว่ามันมีปัญหาอะไรมาก เพราะเธอบอกว่าเธอแค่หลีกเลี่ยงการปะทะที่ทำให้ความสัมพันธ์มันเดินต่อไปได้โดยไม่มีการกระทบกระทั่งเกิดขึ้น เธอเล่าอย่างขำๆ ว่า “ขนาดตอนอายุ 40 กว่าแล้ว กลับไปเยี่ยมแม่ที่ฮ่องกง เราใส่เสื้อลูกไม้ไป ไม่ได้โป๊นะ แต่ก็ขัดใจเขา” แต่คิดอีกมุมเธอก็เข้าใจแม่ได้ว่า “เขาเป็นแม่บ้าน เขาไม่แต่งตัว และเป็นคนที่อยู่ในสมัยเก่าจริงๆ ซึ่งเขาก็อาจจะแอบมองลูกสาวอย่างเรา และคิดว่าแต่งตัวสวยจังก็ได้ (หัวเราะ) เพียงแต่เขาไม่ได้มีโอกาสที่จะแต่ง พอมาเป็นแม่คน เราเองก็มีมุมที่มองลูกสาวตัวเองแต่งตัวเหมือนกัน แล้วก็รู้สึกว่า สวยเนอะ แต่เราต่างออกไปตรงที่ ถ้าลูกอยากแต่งอะไร ก็แต่งไปเถอะ แต่งตัวสวยๆ ไปเลย”
ก่อนหน้านี้พอเป็นแม่บ้านตลอด ถ้าจะให้แต่งตัวจัดๆ อุ้มลูก แม่จงบอกว่าก็รู้สึกไม่ถนัด เพราะมันไม่ค่อยคล่องตัว แต่พอลูกเริ่มโต เริ่มใช้ชีวิตของเขาได้เองแล้ว มันก็ทำให้เธอรู้สึกกลับมามีอิสระในชีวิตมากขึ้นเช่นกัน จากที่เคยอยู่แต่บ้าน และรู้สึกโทรมๆ ทุกวันนี้ เธอพยายามจะออกจากบ้านอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง สองครั้ง เพื่อไปหาเพื่อนและเม้าท์มอยกันให้มากขึ้น เพื่อเติมพลังความสดใส
“เราก็เคยถามลูกว่าแต่งตัวแบบนี้ออกไป แม่ใส่กระโปรงสั้น ลูกจะอายมั้ย ซึ่งลูกบอกเราว่า ไม่เห็นเป็นอะไรเลย พอเขาไม่เคยว่าเรา จากที่เราถามหลายรอบ เราก็เลิกถาม เลยพูดได้ว่า ลูกทำให้เรารู้สึกมั่นใจในตัวเอง เพราะลูกสนับสนุนเราให้ตามเทรนด์แฟชั่น ไม่ต้องอยู่ในกรอบที่ต้องใส่ชุดอาม่าในวัยนี้แล้ว”
Fitcheckๆ สไตล์แม่จง
ถ้าให้แม่จงแนะนำไอเท็มที่อยากป้ายยา หรือพูดถึงสไตล์ที่เธอใส่มาแล้วมั่นใจในวันนี้ เธอบอกว่า “กระโปรงถ้าใส่สั้น ก็ต้องสั้นเลย ถ้าใส่ยาวก็ต้องยาวสุดเลย แม่ไม่ชอบอะไรครึ่งๆ กลางๆ เพราะเคยลองใส่แล้วไม่มั่นใจ เรามั่นใจแบบนี้”
“ส่วนไอเท็มที่แม่ขาดไม่ได้และคิดว่าจำเป็นกับแม่มากคือ แว่น และ หมวก”
“แว่น เราจะใส่เวลาถ่ายรูป คือเราจะมีแว่นสายตาที่เราใส่ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว แต่มันก็ยังต้องมีแว่นที่ทันสมัย แบบวงรี หรือทรงใหญ่ๆ ไม่มีค่าสายตา แต่เก๋ตรงกรอบของมัน หรือบางทีก็อาจจะใส่แว่นดำไปเลยก็ได้ เวลาถ่ายรูปจะได้ไม่ต้องแคร์สายตาใคร (หัวเราะ)”
“หมวก สำคัญมาก บางทีเราไม่ได้สระผม หรือเป็นผู้ใหญ่แล้วก็จะมีผมหงอก ใส่หมวกปิดก็ไม่ต้องย้อมผมหงอกก็ได้ หรือช่วงนี้เขาอินเทรนด์ผ้าโพกหัว เราก็เอามาลองโพกดูบ้าง”
หากใครเข้าไปดู TikTok ของแม่จง จะเห็นเลยว่า แม่จงมักจะใส่หมวก และแว่น อยู่เสมอ แต่สลับสับเปลี่ยนตามแต่ละลุคของเธอ ซึ่งเธอบอกว่า ที่บ้านมีหมวกกับแว่นเยอะมาก! เราที่ติดตามแม่จงใน TikTok อยู่แล้ว จึงถามเธอว่า จุดเริ่มต้นของการเล่น TikTok มันเริ่มจากอะไร เล่าให้ฟังหน่อยค่ะแม่
“ตอนแรกแม่เล่นไอจีอย่างเดียว แต่พักหลังๆ มารู้สึกว่า TikTok ก็น่าสนุกดีนะ แต่แม่ก็ตัดคลิปไม่เป็น และไม่อยากรบกวนลูก เราก็เลยลองโพสต์แค่ภาพดู ลงไปเรื่อยๆ ไม่รู้คนชอบหรือไม่ชอบนะ แต่โพสต์ของเรามันก็ดันไวรัลขึ้นมา เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ดังตุ้งๆ ติ้งๆ สนุกมาก (หัวเราะ) พอทำคอนเทนต์ไปเรื่อยๆ มันก็มี 2 มุมค่ะ บางคนอาจคิดว่าแต่งแบบนี้ดี แต่บางคนอาจจะคิดว่า อายุมากแล้ว แต่งแบบนี้ไม่อายเพื่อน อายชาวบ้านเหรอ? แต่แม่คิดว่าถ้าฝืนแต่งแบบที่ไม่มั่นใจ เราจะอึดอัด ยิ่งอายมากกว่านะคะ เพราะการแต่งตัวในแบบที่ชอบมันจะทำให้เรามีความสุขและมั่นใจที่สุด”
“อีกอย่างที่แม่อยากจะแต่งตัว เพราะลูกเราก็เป็นอินฟลูฯ ด้วยค่ะ เขาจะได้ชุดมาเรื่อยๆ แล้วมันกองอยู่ที่บ้านเยอะ อันไหนแม่ใส่ได้ แม่ก็จะลองหยิบมาใส่ ข้อดีคือพอเราแชร์เสื้อผ้ากับลูก มันไม่เปลืองดี ไม่ต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่ เพราะตัวไหนที่แม่ชอบก็ใส่กับลูกได้เลย”
“แม่ว่า การที่ลูกสาว (ซัมหยี หว่อง หรือ alisumyi) ทำอาชีพอินฟลูฯ ก็มีส่วนทำให้แม่ได้ออกไปเจอคนนู้น คนนี้มากขึ้น เพราะเราก็ได้ไปช่วยเขาถ่ายรูปข้างนอก สนุกดีค่ะ”
Born Again!
คติประจำใจของแม่จงคือ “เอาริ้วรอยที่อยู่บนหน้า เปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม เพราะไหนๆ ริ้วรอยมันก็คงไม่หายไปไหนหรอกตามวัย แต่รอยยิ้มนี่สิ ที่ถ้าเรามี มันจะทำให้เรามีความสุข เวลาแม่ถ่ายรูป แม่จะยิ้มตลอด พอตอนเลือกรูป แม่ก็ยิ้มตามตัวเองในรูป ดูไปก็ยิ้มไป”
“รู้สึกกลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้งก็เพราะลูก แม่ได้เรียนรู้ท่าโพสต์ถ่ายรูป ที่ช่วงนี้คน Gen Z เขาจะชอบถ่ายรูปมุมกดกัน ถ้าเป็นคนวัยเดียวกันคงจะไม่ถ่ายแบบนี้กันแน่ (หัวเราะ) ซึ่งพอเรามาลองถ่าย มันก็สนุกไปอีกแบบดี ตามเทรนด์วัยรุ่นดี หรืออย่างเสื้อผ้าถ้าไม่มีลูกเป็น Gen Y หรือ Gen Z ก็คงยังยึดติดว่าถ้าซื้อเสื้อผ้าต้องไปห้าง หรือมีแบรนด์ไม่กี่แบรนด์ที่รุ่นๆ เรารู้จัก ก็จะซื้ออยู่อย่างนั้น แต่จริงๆ มันมีเยอะมากในไอจี สวยๆ ทั้งนั้นเลย ตอนนี้บางทีเห็นคนใส่เสื้อผ้าเดินมา จะรู้เลยว่าแบรนด์อะไร”
“พอมาคิดๆ ดูแล้ว ถ้าแม่มีลูกตอนอายุน้อยกว่านี้ ก็อาจจะสนุกไปอีกแบบ ได้แต่งตัวกับลูกในวัยที่ใกล้เคียงอาจจะสนุกกว่านี้ด้วยซ้ำ เหมือนฟีลเป็นพี่น้องกัน แต่เรามีลูกตอนอายุมากแล้ว ถึงอย่างนั้น ถ้าเรามีความสุขกับอะไร ไม่ว่าจะวัยไหน แล้วก็ลงมือทำเลย โดยไม่ต้องวางตัวเองเป็นผู้สูงอายุ เราจะไม่รู้สึกว่าเราเข้ากับคน Gen Z ไม่ได้ และถ้าเราตามเทรนด์ ปรับตัวให้ทันโลก ไม่ได้คิดว่าฉันเป็นผู้ใหญ่ พูดอะไร เธอต้องฟังฉัน ลองถอยออกมา ก็อาจจะทำให้ลูกเปิดใจกับเรามากขึ้น”
แม่จงเล่าว่าเธอมักจะเดินสายกลางกับลูกสาว โดยใช้วิธีการเดินกันมาคนละครึ่งทาง ต่างคนต่างฟังกันและกัน เธอถามเราว่า ตัวเรากับแม่ของเรา มีวิธีการเดินสายกลางบ้างไหม เราเล่าขำๆ ออกไปว่า มี! เพราะเวลาแต่งตัวออกจากบ้านแล้วแม่คิดว่าโป๊ไปหน่อย แม่จะไม่บังคับให้เปลี่ยน แต่ทางสายกลางคือการให้พกเสื้อคลุมไปด้วย ซึ่งแม่จงก็บอกว่า “ใช่! ประมาณนั้นเลย เหมือนมีมที่เขาส่งกันค่ะ ภาพนึงส่งให้แม่ใส่แจ็กเก็ต แต่ลงโซเชียลใส่สายเดี่ยว (หัวเราะ)”
“อย่างแม่ก็ไม่ได้ติดตามลูกในไอจีนะ เพราะไม่อยากเห็นสตอรี่ เราเคยเห็นบางคนที่ตามลูกตลอด แล้วแม่คิดว่ามันอาจจะน่าอึดอัด แม่อยากให้ไอจีเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขา อยากให้เขามีชีวิตส่วนตัว ไม่ต้องกังวลว่า ลงอันนี้ เดี๋ยวแม่เห็น ซึ่งเราก็ไม่แอบดูด้วยนะ บางอย่างถ้าเขาอยากบอกเรา เขาจะบอกเราเอง แล้วเราก็ค่อยรับฟัง ถ้าเขาไม่อยากพูด ก็อย่าเซ้าซี้ ทุกคนก็อยากมีพื้นที่ส่วนตัวค่ะ ลูกมีชีวิตของเขา เราก็มีชีวิตของเรา”
“แต่ก็ยังมีบางวิธีคิดที่เราก็ยังอยากให้เขาฟังอยู่นะ บางอย่างถ้าฟังได้ ก็เปิดใจฟังนิดหน่อย อย่าคิดว่า ผู้ใหญ่พูดอะไรก็โบราณไปหมด ความจริงมันก็ยังมีมุมที่เป็นเคล็ดลับที่ทำให้ไม่เสียเวลาเหนื่อย เป็นทางลัดบางอย่างในการใช้ชีวิต เช่น เรื่องการพับผ้า ถ้าจะเอาตัวที่ 5 ออกมาจากกอง ก็ต้องหยิบ 4 ตัวออกเพื่อหยิบ มันจะไม่ยับ ไม่เละเลย แต่ลูกก็จะไม่ค่อยฟัง (หัวเราะ) และทำให้เขาเหนื่อย เสียเวลารีดใหม่ พับใหม่อีก หรือสมมติรถจะออกตอน 6 โมง 40 นาที เขาอาจจะแต่งตัวตอนนาทีสุดท้าย ซึ่งมันอาจทำให้เราพลาดขึ้นรถไม่ทันก็ได้ แม่ก็จะคิดว่า ถ้าเราเตรียมตัวให้เสร็จ ทาลิป แต่งตัว และใช้เวลาที่เหลือเล่นโซเชียลฯ รอรถมา มันน่าจะดีขึ้น ไม่ต้องพลาดจนน่าเสียดาย แต่ของแบบนี้ ถ้าให้เขาพลาด เขาก็น่าจะเรียนรู้ได้เอง”
“แต่แม่ก็ยังคิดว่า เราไม่สามารถตัดสินใครเพราะเรื่องเจนฯ ได้หรอกค่ะ บางอย่างมันอยู่ที่ตัวบุคคล เช่น ถ้าแม่สอนลูกให้มีน้ำใจ แต่ถ้าเขาจะไม่มีน้ำใจ มันก็เป็นไปได้ หรือแม่ไม่ได้บังคับให้อดออม แต่ลูก Gen Z ก็อาจจะอดออมเองก็ได้ หรือในบรรดาแม่ๆ Baby Boomers แต่ละคนก็มีมุมมองไม่เหมือนกัน อย่างการแต่งตัว เราจะไปบอกให้เขาแต่งตามเรา มันก็ไม่ใช่ทุกคนจะอยากทำ แม่เลยคิดว่าจะเจนฯ ไหน ก็มีความเหมือนและต่างกันอยู่ในบางมุม อยู่ที่ปัจเจกบุคคลมากกว่า”
ไอเลิฟมายเซลฟ์ เชิ่ดเข้าไว้สาวๆ
ทุกวันนี้เวลามีว่างๆ กิจกรรมที่แม่จงชอบทำคือเข้าวัด ไปคาเฟ่ และดูยูทูบ แม่จงแชร์ว่า “ชอบดูยูทูบช่องท่องเที่ยวมากกกก รายการท่องเที่ยวมันมีแง่มุมสอนเราเสมอค่ะ เหมือนเขาเสียเงินพาเราไปดูสถานที่ต่างๆ ถึงวันนี้จะยังไม่ได้ไปตามเขา เราก็เหมือนได้ไปเที่ยวพร้อมๆ กับเขา และถ้าหากวันหนึ่งเราจะไป เราก็ไปตามแพลนเขาได้ สนุกดีเหมือนกัน”
ดังนั้นคำกล่าวที่ว่า “อายุมากควรจะปลงได้แล้ว” แม่จงจึงไม่ซื้อมันเลยสักนิด แต่สำหรับคนที่คิดแบบนั้น เธอก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะ “ใครอยากคิดแบบไหนก็ไม่มีผิดหรอกค่ะ แล้วแต่ละคนเลย”
“อย่างบางทีไปตลาด ใส่ชุดแบบนี้ไป เขาก็อาจจะเม้าท์เราว่า คิดว่ามันเด็กมากมั้ง (หัวเราะ) เพราะเขาก็ยังอยู่ในกรอบ แต่ถามว่าเราโกรธมั้ย ก็ไม่ได้โกรธค่ะ เพราะเราไม่ได้รู้สึกว่าการแต่งตัวของเรามันไม่ดีตรงไหน ต่างคนต่างความคิดค่ะ”
และในฐานะผู้หญิงสูงวัย แม่จงอยากฝากบอกผู้หญิงในรุ่นราวคราวเดียวกันว่า “ไม่อยากให้ทุกคนรู้สึกว่าต้องพึ่งลูก พึ่งสามี หรือพึ่งใคร ถ้าเราพึ่งตัวเองได้ เราจะภูมิใจในตัวเองมากๆ ซึ่งความคิดนี้ใช้ได้กับทุกเรื่องในชีวิตเลยค่ะ”
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- เอว่อน จง ‘Styleแม่จง’ สาวซ่าจากฮ่องกงวัย 63 ที่ม่วนจอยกับการแต่งตัวสไตล์เด็กยุคใหม่ โดยมีลูกๆ Gen Z และ Gen Y เป็นแรงซัพพอร์ต
- อาถรรพ์รัก 7 ปีที่ไม่มีจริงของ ‘ดาว-แกงส้ม’ คู่รักที่พร้อมจับมือกันแน่นๆ ผ่านพ้นทุกวันยากๆ
- คุยกับ ศ.ดร. ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ ถึงความหวังและความผิดหวังในการตามหาความรักฉบับปี 2025
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com