โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ระเบิดตัวตนของ “TRYST” ศิลปินร็อกไฟแรงจากค่าย Gene Lab

Mango Zero

เผยแพร่ 09 ส.ค. 2565 เวลา 06.17 น. • Mango Zero

หนึ่งในค่ายมาแรงที่สุดในยุคนี้ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่หลายคนที่ชื่นชอบดนตรี คงหนีไม่พ้น “GENE LAB” ห้องทดลองทางดนตรี พื้นที่สร้างศิลปินอาชีพรุ่นใหม่ที่สามารถเลี้ยงชีพได้ด้วยผลงานเพลงที่พวกเขารัก โดยเราจะเห็นศิลปินมากมายที่โด่งดังจากค่ายนี้ อาทิ Three Man Down , Tilly Bird , TaitosmitH เป็นต้น ซึ่งพวกเขาต่างโด่งดังในแนวเพลง และมาพร้อมกับสไตล์ที่โดดเด่นของแต่ละวงได้อย่างแท้จริง แน่นอนว่าความมุ่งมั่นและความศรัทธาในบทเพลงเหล่านี้ ก็ได้ถูกส่งต่อมายังวงร็อกหน้า (เกือบ) ใหม่ของค่ายอย่าง TRYST (ทริสท์) หนึ่งในวงที่ก้าวเข้ามาเป็นอีกหนึ่งเฉดสีใหม่อย่างฉูดฉาด ภายใต้สังกัด Gene Lab จากการเฟ้นหาศิลปินทั่วประเทศในโครงการ GMM Audition เมื่อปลายปี 2020 Mango Zero ได้มีโอกาสร่วมพูดคุยกับ 3 หนุ่ม 3 มุมจากวง TRYST อย่าง อาร์ต โฟล์ค นุ๊ก พร้อมขอชวนทุกคนมาร่วมระเบิดตัวตนของพวกเขากัน ผ่านการพูดคุยที่ลึกซึ้งถึงความเท่! หยอกก พูดคุยในเรื่องของความรักและความหลงใหลในดนตรีร็อกของพวกเขา รวมถึงการเข้ามาอยู่ภายใต้ค่ายดนตรีชั้นนำอย่าง “Gene Lab” ปล. วงฝากมาบอกว่า..ถ้าไม่อยากพลาดไรเท่ ๆ คูล ๆ มารู้จักและฟังเพลงของ TRYST กันนะทุกคนนนนน~

TRYST (ทริสต์) ชื่อวงมีที่มาจากอะไร

อาร์ท - ชื่อวงเราหากันมานานสักพักหนึ่งว่าจะเอาชื่ออะไรดี แต่ว่ามีอยู่วันหนึ่งที่เราไปรวมตัวกัน แล้วอยู่ดี ๆ โฟลค์ก็พูดชื่อนี้ขึ้นมา เราก็เลยรู้สึกว่าเห้ย! ชื่อมันมีความแปลก โดย T R Y S T = TRYST มีความหมายว่าจุดนัดพบของพวกเราทั้ง 3 คน เปรียบเสมือนการรวมตัวของคนที่คิดเหมือน ๆ กัน มาอยู่ด้วยกัน จึงทำให้เกิดชื่อวงนี้ขึ้นมา โฟล์ค - ส่วนตัวผมมีความต้องการอยากให้ชื่อวงมีพยางค์เดียว จริง ๆ คือเราใช้ระยะเวลาเกือบ 1 เดือน ในการคิด ผ่านการหาคำศัพท์ต่าง ๆ แล้วนำมาเสนอกัน โดยมีหลายชื่อมากเต็มหน้ากระดาษ A4 เลย ถ้าตอบแบบเอาฮาหน่อยก็คือ เพราะเท่! ครับ จากชื่อวงถ้าดูคือจะมีตัว T 2 ฝั่ง แล้วก็ตัว R กับ S มันเป็นตัวอักษรที่โค้งด้านบนประจวบกับตัว Y ที่อยู่ตรงกลาง

ทั้ง3 คนมารวมตัวกันได้อย่างไร

อาร์ท - เริ่มจากผมเล่น Underground มาก่อน และอีก 2 คนก็มีวงของพวกเขาที่อยู่ด้วยกัน เรามาเจอกันตามงาน ดนตรีอันเดอร์กราวบ้าง แล้วพอผมไม่ได้ทำวงเก่าต่อเลยมาเริ่มเล่นดนตรีกลางคืน ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่ผมมีคิวเล่น แล้ววงของโฟล์คกับนุ๊กมาเล่นเป็นวงปิดผมเลยทำให้เราได้มีโอกาสพูดคุย พร้อมแวะเวียนชนเครื่องดื่มเย็น ๆ อย่าง (น้ำเก๊กฮวย ;-; อิอิ) เพราะว่าพวกเรารักสุขภาพพพพพ โฟล์ค - คือวันนั้นผมเปิดประตูรถลงมา แล้วผมได้ยินเสียงคนว๊ากเพลงไม่มีเธอ อยู่ในร้านผมก็แบบไอเชี่ย! วงอะไรวะ ถึงเวลาผมก็เข้าไปทำงานในร้านพร้อมสะกิดกับมือเบสในวงว่า เห้ยใครวะ? พี่มือเบสก็ตอบเห้ยคิดว่าใช่ แล้วตัวผมเองก็ว่าใช่ สักพักผมพูดออกไมค์เลย “สวัสดีคุณอาร์ท LAST HOPER” หลังจากนั้นเราก็เริ่มคุยกัน แล้วผมก็เอาโปรเจกต์ไปคุยกับอาร์ท ให้เขาฟังประมาน 5-6 เพลง ซึ่งผมกับอาร์ทก็ค้นพบจริตว่าแบบเออเราฟังเพลงเหมือน ๆ กันเลยซึ่งไม่ใช่เพลงร็อกเลย ตอนนั้นเป็นแนว Electronic Trap , Trap Pop คือผมมองว่าอาร์ทสามารถทำอะไรได้มากกว่าเพลงร็อกครับ ผมเลยตัดสินใจว่าเอ้ย! ลองชวนมาเล่นวงเดียวกันดู

นิยามตัวตนของวงว่าเป็นแนวไหน(Electronic Rock ?)

อาร์ท - ตอนนี้จริง ๆ มันก็คือ ร็อกครับ เอาจริงพวกเรามีหลายสีมากเลย เพราะพวกเรามีความชอบที่หลากหลาย ในวง TRYST มันมีสีที่เราอยากจะนำเสนอมากมาย ไม่ได้แบบโทนเดียวจ๋า ๆ เลย ซึ่งถ้าให้นิยามมันก็คือ ร็อกที่มีความเป็นอิเล็กทรอนิกส์ และผสมผสานความสมัยใหม่เข้าไปในบทเพลง

คิดว่าท้าทายแค่ไหนกับการทำเพลงแนวนี้ในขณะที่กลุ่มคนฟังเริ่มลดลง

อาร์ท - ผมว่าเราไม่มีไรเสียเลย เพราะมีแต่ค่ายอะครับที่เสีย (555555555+) เราได้ทำในสิ่งที่เราอยากทำ และค่ายก็ให้โอกาสเราในการนำเสนอตัวเองเต็มที่ ซึ่งก็ดีมาก ๆ เลยที่เราได้ชูตัวตนของเราก่อนว่าที่เราอยากเป็นตอนแรกคืออะไร จุดแข็งต่าง ๆ โฟล์ค - พวกเราเลือกที่โฟกัสความชอบเป็นหลักก่อน TRYST เลยไม่ได้เฉพาะเจาะจงขนาดนั้น เราเหมือนเป็นแค่กล่องสี กล่องนึง ซึ่งแท่งสีก็จะเป็นไอเดียการนำเสนอของเราเต็มกล่อง แน่นอนว่าก็ไม่ได้มีแค่กล่องเดียว โดยมันก็จะมีกล่องที่ 2 กล่องที่ 3 ตามมาเรื่อย ๆ

นี่ก็ครบ1 ปีแล้วที่วงได้เข้ามาเป็นศิลปินในค่ายGene Lab เริ่มต้นเข้ามาได้ยังไง

อาร์ท - เห็นประกาศออดิชั่นรับสมัครวงดนตรีของทาง Gmm ครับ โดยวันที่พวกเราเห็นคืออีก 3 วันก็จะปิดออดิชั่นแล้วซึ่งในกฎคือ ต้องมีเพลงออดิชั่น 1 เพลง และเพลงของวง 1 เพลง โชคดีว่าตอนนั้นพวกเราเพิ่งปล่อยเพลง ALIVE ไป เลยไม่ใช่ปัญหา ตอนนั้นเราเลยต้องรีบปั้นเพลง Cover เลยเลือกเพลงรักจริงรักปลอมของพี่ ๆ วง Clash มาทำในเวอร์ชั่นเรา พอส่งไปปึ๊บ เห้ย! ติดเว้ย จาก 2000 กว่าวง เห้ยเราติดว่ะ! ซึ่งผมเคยพูดกับโฟล์คก่อนส่งว่าถ้าเราไม่ติดก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเราติดอะชิบหายแน่ ๆ แล้วมันก็ชิบหายจริง ๆ เพราะมันไม่มีเพลง เราต้องมาเริ่มทุกอย่างใหม่หมด ซึ่งการที่เราจะมาอยู่ค่ายมันต้องมีเพลงสต็อกเพื่อมานำเสนอต่าง ๆ ความพร้อมต่าง ๆเราเลยต้องคูณ 80 มากไปในช่วงแรก พอเราผ่านจาก 2000 วงเหลือ 30 วง ซึ่ง 30 วงนี้ต้องไปเล่นที่ Live House ของแกรมมี่ โดยเราไม่รู้เลยว่ามีค่ายไรบ้าง ตอนนั้นคุยกันแล้วว่าเออถ้าเราได้ไปอยู่กับพี่โอมนะ อยากอยู่ Gene Lab ซึ่งทุกคนเห็นตรงกัน หลังจากแสดงเสร็จเขาก็เรียกเข้าห้องดำ เป็นห้องสัมภาษณ์ของค่ายต่าง ๆ โดยผมก็ทำตัวไม่ถูกตื่นเต้น ซึ่งพอหลังจากคุยเสร็จเราก็เลือกตัดสินใจที่จะไปอยู่กับพี่โอม Gene Lab

ชอบอะไรในGene Lab

อาร์ท - ผมชอบวงใน Gene Lab ไม่ว่าจะเป็น Tilly Birds , Three Man Down , Cocktails ผมชอบในทัศนคติของพี่โอม การบริหารหรือการพูดคุยต่าง ๆ โฟล์ค - ในส่วนของผมก็เหมือนของอาร์ทเลยครับ (5555555+)

ตลอดเวลาที่ผ่านมาค่ายได้ช่วยSupport ด้านไหน

อาร์ท - อย่างแรกเป็นเรื่องของระบบการทำงาน ที่มันต้องเป็นระบบจริง ๆ มากขึ้น อีกทั้งในเรื่องของค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น mv อย่างถ้าเราเป็นศิลปินอิสระก็ต้องหาทุนมาทำเอง คิดเอง ทำเอง เหนื่อยเอง การมีค่ายจึงช่วยในเรื่องระบบค่าใช้จ่าย ความคิด ให้เข้าที่เข้าทางมากขึ้น อีกอย่างในเรื่องระบบความคิด มันทำให้ผมเริ่มมาเขียนเพลงเอง เพราะปกติผมไม่เคยเขียนเลยทำให้ผมได้เริ่มหันมาทำงานด้วยตัวเองมากขึ้น โฟล์ค - มีคนช่วยในระบบการจัดการต่าง ๆ ตั้งแต่แผนของวง ซึ่งนำมารวมกับของค่าย แล้วค่อยกลั่นกรองออกมาเป็นไอเดีย รวมถึงค่ายไม่ได้ปิดกั้น ปล่อยให้วงทำงานได้แบบเต็มที่ โดยพวกเรายังคงได้แสดงความชอบและเป็นตัวเองได้อยู่เสมอ

ซิงเกิลล่าสุดหากฉันรู้มาก่อน” Feat. โฟโมสTaitosmitH มาร่วมงานกันได้อย่างไร

อาร์ท : จริงๆ แล้วเพลงนี้มันเริ่มด้วยความคิดถึงอยู่แล้วเพราะอยู่ในช่วงโควิดแรก ๆ เลย จึงทำให้เกิดเพลงนี้ขึ้นมา อย่างที่บอกไปก่อนเข้าค่ายผมชอบไททศมิตรมาอยู่แล้ว โดยชื่อที่ขึ้นมาแรก ๆ หลังจากที่ทำเพลงนี้เสร็จก็คือคุณโฟโมสต์ ซึ่งพอเดโม่เสดเราก็ได้คุยกับที่ค่ายว่าอยากได้พี่โฟโมสไททศมิตรมาร่วม Feat. เลยส่งเดโม่ให้โมสฟัง แล้วโมสก็บอกว่าชอบเพลงมากเลย!ทำให้พวกเราได้มาร่วมงานกัน

เล่าให้ฟังเกี่ยวกับเพลงนี้หน่อย

นุ๊ก :เพลงบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความคิดถึง และเป็นเพลงที่ถ่ายทอดอารมณ์ให้คนรู้สึกได้อย่างจริง ๆ มันคือความจริงทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งสามารถส่งแทนให้กับคนที่เรานึกถึงบ้าน นึกถึงคนที่จากไกล คนที่ห่างไป มันส่งไปถึงได้ครับ เปรียบเสมือนบทเพลงนี้เป็นตัวแทนของความคิดถึงเลยก็ว่าได้ โฟล์ค : ซึ่งเพลงนี้มันมีเรื่องราวเซอร์ไพร์สตั้งแต่ตอนเดโม่แล้วครับ เพราะตอนผมทำดนตรีทุกอย่างส่งให้อาร์ท อาร์ทก็แต่งเนื้อเพลงแล้วส่งมาให้ผม ซึ่งผมก็ตกใจมาก เพราะมันตรงกับสิ่งที่อยู่ในหัวผมมากเลย โดยที่ผมยังไม่ได้บรีฟเขาเลยด้วยซ้ก ว่าอยากให้เพลงนี้ออกมาเป็นเรื่องอะไร แต่เขาก้แต่งได้ตรงที่ผมคิดอยู่ในหัว

เม้าท์"โฟโมส" เรื่องที่คนไม่เคยรู้

อาร์ท :ผมเพิ่งรู้ว่าวิธีการอัดเพลงของเขามันสุดแปลกจริง ๆ เรื่องนี้มันซีเครทมาก ใครไม่เห็นเขาอัดก้ไม่เชื่อสายตาตัวเองแน่นอน ตอนที่อัดเพลงหากฉันรู้มาก่อน จะมีท่อนเสียงสูงมากครับ ซึ่งโฟโมสทัวร์หนักและใช้เสียงเยอะมาก เลยต้องเค้นพลัง โดยพี่กรที่เป็นคนอัดเพลงก็บอกว่าเห้ยโมสมันได้อีกนะท่อนนี้ ตอนนั้นเขายืนร้องตัวเปล่าอยู่ สักพักเขาไปหยิบกีต้าร์มา โฟลค์ :แล้วพอยังไม่ได้… เขาเลยกระตุ้นตัวเองด้วยจับจุดพิเศษของตัวเอง (😵‍💫) เพื่อให้ถึงขีดสุด เพราะท่อนหลังของเพลงนี้มันจะอัพคีย์อีกสเตปหนึ่งซึ่งมันจะสูงมากกกก โมสต์เลยต้องมีปุ่มพิเศษนี่เพื่อทำให้ตัวเองร้องเสียงถึงท่อนนั้น (555555555+)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...