โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

"ละว้าโมเดล" ต้นแบบเอาชนะโรค "พยาธิใบไม้ในตับ" ลดผู้ติดพยาธิเหลือ 3%

คมชัดลึกออนไลน์

อัพเดต 20 ม.ค. 2565 เวลา 09.14 น. • เผยแพร่ 20 ม.ค. 2565 เวลา 08.38 น.

"ละว้าโมเดล" โมเดลเอาแก้ปัญหาโรค "พยาธิใบไม้ในตับ" แก้ปัญหาใหญ่ด้านระบบสาธารณะสุขในพื้นที่ภาคอีสาน ปัจจุบันช่วยลดอัตราผู้ติดพยาธิเหลือเพียง 3%

ประชากรไทยกว่าร้อยละ 9.4 หรือประมาณ 6 ล้านคนทั่วประเทศมีการติดเชื้อ "พยาธิใบไม้ในตับ" โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลักฐานทางระบาดวิทยาและการศึกษาทดลองสนับสนุนว่าการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็งท่อน้ำดี นอกจากนี้มะเร็งตับและท่อน้ำดียังเป็นชนิดมะเร็งที่เป็นสาเหตุการตายสูงสุดในบรรดามะเร็งชนิดต่างๆ สูงกว่า มะเร็งเต้านม หรือมะเร็งปากมดลูก โดยในแต่ละปีมีคนไทยเสียชีวิตจากมะเร็งตับและท่อน้ำดีกว่า 26,000  คน หรือประมาณ 70 คน ต่อวัน คิดเป็นเกือบร้อยละ 5 ของผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากมะเร็งตับทั่วโลกที่มีประมาณปีละ 600,000 คน นับเป็นสัดส่วนที่สูงมาก โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้มีฐานะยากจนในชนบทของภาคอีสานและภาคเหนือ  นอกจากนั้นยังประมาณการณ์ว่ามีผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับกว่า 12 ล้านคนในประเทศในลุ่มน้ำโขง โรคติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับจึงนับเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขของประเทศไทยและของภูมิภาค

ในปี พ.ศ. 2550 ศูนย์วิจัยโรคเขตร้อน มหาวิทยาลัยขอนแก่น (Tropical Disease Research Center at Khon Kaen University: TDRC) จึงได้บุกเบิกการควบคุมป้องกันโรค "พยาธิใบไม้ในตับ" แบบบูรณาการวิถีนิเวศสุขภาพ (EcoHealth/One Health) ณ ชุมชนรอบแก่งละว้า ซึ่งอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ มาทำงานรวมกันในหลายมิติ อาทิ กระบวนการควบคุมโรคประกอบด้วยการถ่ายพยาธิทุกคนที่ติดเชื้อ การให้ความรู้แก่ชุมชนและโรงเรียนอย่างเข้มข้นเพื่อให้ตระหนักถึงพิษภัยโรค "พยาธิใบไม้ในตับ" และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการการบริโภคปลาดิบ การตรวจและรักษาพยาธิใบไม้ตับในสัตว์รังโรค (สุนัขและแมว) รวมถึงการสำรวจสัตว์พาหะตัวกลาง โดยดำเนินงานอย่างต่อเนื่องมากว่า 15 ปี จนประสบความสำเร็จสามารถลดอัตราผู้ติดเชื้อพยาธิ "พยาธิใบไม้ในตับ" เหลือต่ำกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ และจำนวนปลาในแก่งละว้าที่มีตัวอ่อนพยาธิใบไม้ในตับจาก 70 % เหลือน้อยกว่า 0.1%

 
สู้ "พยาธิใบไม้ในตับ" ด้วย "ละว้าโมเดล"

ชุมชนบ้านละว้า เป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดกับแก่งละว้าซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มมน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ประมาณ 7,000 ไร่ ในจังหวัดขอนแก่น มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นที่เพาะพันธ์ปลาน้ำจืดมากมาย ประชาชนในพื้นที่นี้จึงมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับการหาปลาจากแก่งละว้าเพื่อนำไปขายและบริโภค อย่างไรก็ดีความนิยมในการบริโภคปลาน้ำจืดแบบดิบๆ ซึ่งอาจมีตัวอ่อนพยาธิใบไม้ในตับในระยะติดต่ออาศัยอยู่ ส่งผลให้ในอดีตพื้นที่นี้มีอัตราการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับสูงมาก

นางสาวพจนีย์ ศรีสด นักวิชาการสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพเมืองเพีย กล่าวว่า "จากการสืบค้นข้อมูลในปี 2551 พบว่ามีประชากรที่ติดพยาธิใบไม้ตับ 70% ซึ่งถือว่าเยอะมากเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นๆ  และหลังจากที่เริ่มดำเนินโครงการมาจำนวนประชากรที่ติดเชื้อได้ลดลง โดยในปี 2563 เหลือผู้ติดพยาธิเพียง 9%  สะท้อนให้เห็นว่าโครงการทำให้เห็นผลอย่างชัดเจน ประชาชนเริ่มซึมซับและเข้าใจว่าการกินปลาดิบสามารถส่งผลต่อการเกิดมะเร็งท่อน้ำดี ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเองได้พยายามให้ข้อมูลแก่ชาวบ้าน และทางโครงการได้ผลักดันในการช่วยค้นหาผู้ที่ติดพยาธิและรักษา ทำให้ความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งท่อน้ำดีลดลงได้อย่างรวดเร็วจะเห็นได้ว่าโครงการได้ช่วยตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาระยะยาวได้เป็นอย่างดี"

 

องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานได้นำไปสู่ "ละว้าโมเดล" ต้นแบบความสำเร็จในการควบคุมป้องกันโรคพยาธิไม้ในตับ ที่ได้รับการยอมรับทั้งในระดับชาติและนานาชาติ หมู่บ้านละว้าและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านละว้าได้กลายเป็นสถานที่ดูงานด้านการควบคุมโรคพยาธิใบไม้ตับแบบบูรณาการของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) ผู้นำชุมชน ทั้งจากภาครัฐและเอกชนจากทั่วประเทศและต่างประเทศเป็นประจำทุกปีหลักการของ "ละว้าโมเดล/สุขภาพหนึ่งเดียว" ได้ถูกนำไปใช้เป็นคำแนะนำ (Recommendation) ในการควบคุมป้องกันโรคพยาธิใบไม้จากอาหาร ขององค์การอนามัยโลก ภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก สำหรับใช้ในประเทศที่มีการระบาดของพยาธิใบไม้ในภูมิภาคนี้ โดยปัจจุบันหลักการ “ละว้าโมเดล” ยังได้รับการนำไปใช้ในพื้นที่ต่างๆ ในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอีกด้วย

 

ส่งต่อองค์ความรู้สู่ภูมิภาคด้วย "ละว้าโมเดลออนไลน์"

 

โครงการ "สร้างเสริมองค์ความรู้สุขภาพหนึ่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" (Strengthening One Health Education in Southeast Asia) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างเชฟรอนและเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อสุขภาพหนึ่งเดียวแห่งภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ หรือ ซีโอฮุน (Southeast Asia One Health University Network: SEAOHUN) ได้ร่วมมือกับศูนย์วิจัยโรคเขตร้อน มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อเผยแพร่เรื่องราวความสำเร็จของ "ละว้าโมเดล" ให้กับบุคลากรสาธารณสุข ปศุสัตว์ สัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อม ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมุ่งหวังให้เกิดการนำเอาแนวความคิดแบบละว้าโมเดล ไปปรับใช้ในการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพ และโรคระบาดต่างๆ ในชุมชนและประเทศของตน โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ทั้งสามหน่วยงานได้เปิดตัวโครงการ "ละว้าโมเดลออนไลน์" ที่ได้พัฒนาองค์ความรู้ของละว้าโมเดลเป็นบทเรียนออนไลน์ที่มีเนื้อหาเหมาะกับเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการรุ่นใหม่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศให้เข้าถึงได้ง่ายบนช่องทางออนไลน์

 

ศ.ดร. บรรจบ ศรีภา ผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยโรคเขตร้อน มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า “ตลอด 15 ปี ที่ผ่านมา ละว้าโมเดลสามารถควบคุมและป้องกันการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก จึงควรมีการเผยแพร่แนวทางของละว้าโมเดลไปยังพื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ซึ่งในหลายพื้นที่มีโรคพยาธิใบไม้ในตับเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญ  ศูนย์วิจัยโรคเขตร้อน มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงได้ร่วมมือกับเชฟรอนและซีโอฮุน ในการพัฒนาหลักสูตรละว้าโมเดลออนไลน์ เพื่อให้บุคลากรในสาขาที่เกี่ยวข้องในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เข้ามาเรียนรู้และรับการอบรมผ่านระบบออนไลน์ และเมื่อสถานการณ์ของโรคโควิด-19 คลี่คลาย ก็จะให้ผู้เข้าอบรมจากประเทศต่างๆ ได้มาศึกษาดูงานที่บ้านละว้าอีกครั้ง เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ของละว้าโมเดลและสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับบุคลากรของหน่วยงานต่างๆ ของประเทศเพื่อนบ้าน” 

 

ดร.วิพัฒน์ คุรุจิตรธรรม ผู้อำนวยการบริหารเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อสุขภาพหนึ่งเดียวแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า "ชุมชนบ้านละว้าเป็นแบบอย่างที่ดีในการแก้ไขปัญหาชุมชนอย่างเป็นระบบ และได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนช่วยกันพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน จนเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศและนานาชาติ ซีโอฮุนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับศูนย์วิจัยโรคเขตร้อน มหาวิทยาลัยขอนแก่น และเชฟรอน เพื่อพัฒนาหลักสูตรละว้าโมเดลออนไลน์ เพื่อเผยแพร่ความรู้ละว้าโมเดลและการประยุกต์ใช้แนวทางสุขภาพหนึ่งเดียวให้กับ 8 ประเทศสมาชิกได้แก่ ไทย กัมพูชา ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และอินโดนีเซีย และบุคลากรต่าง ๆ ที่สนใจ เพื่อไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาสุขภาพชุมชนของตนอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป"
 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...