โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตำนานเจ้าหญิงอินเดีย ผู้กลายเป็นราชินีแห่ง “เกาหลี” ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 12 มี.ค. 2568 เวลา 01.16 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. 2568 เวลา 00.50 น.
พระนางฮอฮวังอก หรือเจ้าหญิงสุรีรัตนาแห่งอโยธยา ต้นราชวงศ์คารักของเกาหลี (ภาพโดย Kolossoni จาก NamuWiki สิทธิ์การใช้งาน CC BY-SA 4.0) - มีการตกแต่งกราฟิกเพิ่มโดย กอง บก.ศิลปวัฒนธรรม

ตำนานฮอฮวังอก เจ้าหญิงอินเดีย ผู้กลายเป็นราชินีแห่ง “เกาหลี”

ตำนานฮอฮวังอก เจ้าหญิงอินเดีย ผู้เดินทางไกลข้ามน้ำข้ามทะเลไปถึงคาบสมุทรเกาหลี และกลายเป็นราชินีแห่งเกาหลี ทั้งเป็นต้นตระกูลคิมกับตระกูลฮอ เจ้าหญิงอินเดียผู้นี้คือใคร เรื่องราวนี้จริง-เท็จแค่ไหน?

ราวคริสต์ศักราชที่ 48 หรือเกือบ 2,000 ปีก่อน สุรีรัตนา (Suriratana)เจ้าหญิงแห่งเมืองอยุตา (Ayuta) ขณะพระชนมายุ 16 ชันษา ได้เสด็จจากบ้านเกิดเมืองนอนไปยังดินแดนเกาหลี เพื่ออภิเษกสมรสกับ กษัตริย์คิมซูโร (Kim suro) พระราชาของอาณาจักรเกาหลีโบราณ

เจ้าหญิงสุรีรัตนามีพระนามในภาษาเกาหลีว่า ฮอฮวังอก (Heo Hwang-ok) และพระราชินีฮอฮวังอกกับกษัตริย์คิมซูโรถือเป็นต้นราชวงศ์คารัก (Karak) แห่งเกาหลี

การเสด็จไปอภิเษกสมรสข้ามเชื้อชาติของเจ้าหญิงอินเดียกับกษัตริย์เกาหลีเป็นตำนานที่มีการบันทึกไว้เป็นภาษาจีน บันทึกเล่าว่า กษัตริย์แห่งเมืองอยุตา พระราชบิดาของเจ้าหญิงสุรีรัตนา (ฮอฮวังอก) ทรงพระสุบินว่ามีเทพเจ้ามาเข้าฝันบอกพระองค์ให้ส่งเจ้าหญิงไปอภิเษกสมรสกับพระราชาแห่งเกาหลี พระองค์จึงทำตามเทวบัญชานั้น

ทั้งนี้ ตำนานยังกล่าวว่า พระนางฮอฮวังอกให้กำเนิดพระราชโอรสทั้งหมด 10 พระองค์ กับกษัตริย์คิมซูโร ทรงให้พระราชโอรส 8 พระองค์ ใช้สกุล คิม (Kim) ตามพระสวามี และอีก 2 พระองค์ใช้สกุล ฮอ (Heo) ตามพระนาง สองนามสกุลนี้ยังถูกใช้สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

เรื่องราวนี้ยังพบในตำรายุคสามก๊กฉบับเกาหลี ระบุว่า พระนางฮอฮวังอกเป็นเจ้าหญิงจากอาณาจักรอยุตาเช่นกัน แต่มีข้อสังเกตว่าข้อมูลของพระนางฮอฮวังอกและกษัตริย์คิมซูโรค่อนข้างเกินจริงในเรื่องอายุขัย เพราะทั้งสองพระองค์มีพระชนมชีพถึง 150 ปี ทำให้เรื่องราวนี้มีลักษณะของ “ตำนาน” หรือ “ปรัมปรา” มากเกินกว่านักวิชาการจะยึดถือในแง่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์

แม้ตำนานนี้ไม่พบหลักฐานใด ๆ ยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องจริง แต่ก็มีผู้ที่เชื่อถือเรื่องนี้อย่างจริงจังในระดับหนึ่ง คิมบยุงโม (Kim Byung-mo) นักมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮันยาง ประเทศเกาหลีใต้ ยืนยันว่า เมืองอยุตา คือเมือง “อโยธยา” (Ayodhya) ของพระรามในมหากาพย์รามายณะหรือรามเกียรติ์นั่นแหละ ซึ่งปัจจุบันเป็นเมืองในรัฐอุตตรประเทศของอินเดีย

หากเชื่อตามตำนานว่าสกุล คิม กับ ฮอ คือเชื้อสายของทั้งสองพระองค์ สามารถประเมินได้ว่า 10% ของประชากรเกาหลีใต้ล้วนมีความเกี่ยวข้องหรือเป็นทายาทของทั้งคู่ ซึ่งคือผู้คนจำนวนมากกว่า 6 ล้านคน โดยเฉพาะตระกูลคิมอันมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองกิมแฮ (Gimhae) จังหวัดกยองซัง มีผู้สืบเชื้อสายราชวงศ์คารักที่เก็บ “หิน” ซึ่งเล่ากันว่าพระนางฮอฮวังอกใช้ถ่วงน้ำหนักเรือให้มั่นคงระหว่างล่องข้ามทะเลจากอินเดียมายังเกาหลี อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ คิมแดจุง (Kim Dae-jung)และอดีตนายกรัฐมนตรี คิมจงพิล (Kim Jong-pil)คือคนสำคัญที่อ้างว่าพวกเขาสืบเชื้อสายราชวงศ์คารักโดยตรง

แต่ไม่ใช่คนเกาหลีใต้ทั้งหมดที่เชื่อถือในตำนานนี้ บางข้อสันนิษฐานยังเชื่อว่า อยุตา อาจหมายถึง อาณาจักรอยุธยาของไทยก็ได้ แม้ช่วงเวลาในตำนานจะขัดแย้งกับการมีอยู่ของรัฐอยุธยาก็ตาม ชาวเกาหลีบางคนวิเคราะห์ว่า พระนางฮอฮวังอกอาจมาจากดินแดนใดดินแดนหนึ่งทางตอนใต้จริง แต่ไม่ใช่อินเดีย การเชื่อมโยงถิ่นฐานของพระนางกับอินเดียมีขึ้นเพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนาที่เข้ามาหยั่งรากลึกในวัฒนธรรมเกาหลีเท่านั้น

กระนั้นตำนานนี้มีบทบาทไม่น้อยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพราะเมื่อ พ.ศ. 2543 มีการลงนามข้อตกลงการเป็นเมืองพี่เมืองน้อง (Sister cities) กันระหว่างเมืองกิมแฮกับอโยธยา ก่อนที่ 4 ปีต่อมา นักประวัติศาสตร์ ตัวแทนรัฐบาลเกาหลีใต้ รวมถึงสถานทูตเกาหลีเหนือประจำอินเดีย ร่วมกันสร้างอนุสรณ์สถานพระราชินีฮอฮวังอกบริเวณตะวันตกของแม่น้ำซาร์ยูของเมืองอโยธยาด้วย กลายเป็นสถานที่สักการะบูชาสำหรับผู้เชื่อว่าตนมีเชื้อสายของพระนาง

พ.ศ. 2561 คิมจุงซอก (Kim Jung-sook) อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ของประเทศเกาหลีใต้ ยังเดินทางเยือนเมืองอโยธยา ตามคำเชิญของรัฐบาลอุตตรประเทศ เพื่อร่วมพิธีเปิดการปรับปรุง และพัฒนาอนุสรณ์สถานของพระนางฮอฮวังอกด้วย

ตำนานนี้ จึงเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ของอินเดียกับเกาหลีใต้ได้เป็นอย่างดี และเรื่องราวของฮอฮวังอก หรือเจ้าหญิงสุรีรัตนาแห่งอินเดีย ผู้กลายเป็นราชินีแห่งแดนโสม ยังเป็นที่รู้จักมากขึ้น ภายหลังอินเดียและเกาหลีใต้พัฒนาความสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจต่อกันมากขึ้นตามลำดับ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ศิลปวัฒนธรรม (5 พฤศจิกายน 2561) : ถกตำนาน เจ้าหญิงอินเดีย ข้ามไปเป็นราชินีเกาหลีใต้ ให้กำเนิดทายาทตระกูลคิมและฮอ!?”. <https://www.silpa-mag.com/news/article_22242>

ESHITA SRINIVAS, LIFESTYLE ASIA. (Sep12, 2022) : “Who is Heo Hwang-ok? Get to know Korea’s legendary queen with Indian roots”. <https://www.lifestyleasia.com/ind/culture/people/indian-princess-became-korean-queen-who-is-heo-hwang-ok/>

Lee Kyung-sik ; Kim Hyung-dae, The Korea Post (Sep8, 2020) : “Princess Suriratna of India marries King Suro of the Gaya Kingdom nearly 2,000 years ago”. <http://www.koreapost.com/news/articleView.html?idxno=21413>

Nikita Mandhani, BBC News Delhi. (Nov 4, 2018) : “The Indian princess who became a South Korean queen”. <https://www.bbc.com/news/world-asia-india-46055285>

Prabhash K Dutta, INDIA TODAY. (Nov 3, 2018) : “Why South Korean First Lady wants to visit Ayodhya”. <https://www.indiatoday.in/india/story/south-korea-first-lady-kim-jung-sook-ayodhya-yogi-moon-jae-in-1381825-2018-11-03>

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 มีนาคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตำนานเจ้าหญิงอินเดีย ผู้กลายเป็นราชินีแห่ง “เกาหลี” ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...