โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทัวร์ศูนย์เหรียญคืนชีพ ! รัฐเร่งสกัด นอมินี-รายได้รั่วไหล

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 มี.ค. 2566 เวลา 10.51 น. • เผยแพร่ 29 มี.ค. 2566 เวลา 00.37 น.

“ทัวร์ศูนย์เหรียญ” คืนชีพ ! เอเย่นต์จีนโหมขายแพ็กเกจทัวร์เที่ยวไทย ทั้ง “ทัวร์ต่ำกว่าทุน-ทัวร์คิกแบ็ก” ก.ท่องเที่ยวฯรับได้กลิ่นไม่ค่อยดี เรียกประชุมทุกหน่วย เร่งป้องปราม-สกัดนอมินี จัดทำบัญชีรายชื่อบริษัททัวร์ถูกกฎหมายส่งรัฐบาลจีน สทท.ชี้ปัญหาใหญ่ทุบรายได้ท่องเที่ยวรั่วไหล ด้านสมาคม ATTA วอนใช้มาตรการแบบเป็นขั้นเป็นตอน เลิกไล่จับไกด์เถื่อนรายวัน หวั่นกระทบการฟื้นตัวภาคท่องเที่ยวโดยรวม ททท.ยันพร้อมร่วมแก้ไขปัญหา หวังได้นักท่องเที่ยวคุณภาพ เผยไตรมาสแรกจีนเข้ามาแล้ว 5 แสนคน “กรุ๊ปทัวร์” เริ่มไหลเข้าแล้ว

นายอารัญ บุญชัย ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากที่สาธารณรัฐประชาชนจีนประกาศเปิดประเทศให้กรุ๊ปทัวร์ออกเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศได้ตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา พบว่ามีบริษัทนำเที่ยว (เอเย่นต์ทัวร์) ในฝั่งจีนจำนวนหนึ่งโหมโปรโมตขายแพ็กเกจทัวร์เที่ยวไทยที่มีราคาต่ำกว่าต้นทุน หรือที่เรียกกันว่า “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” กันอีกครั้ง

จากการมอนิเตอร์ข้อมูลพบว่าแพ็กเกจทัวร์ที่เอเย่นต์ฝั่งจีนโฆษณาขายในช่วงเปิดประเทศส่วนใหญ่มีระดับราคาต่ำมากเมื่อเทียบกับต้นทุนการดำเนินงานในสถานการณ์ปัจจุบัน และคาดว่าน่าจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง

เรียกประชุมตั้งรับ-ป้องปราม

นายอารัญกล่าวว่า เมื่อกลางเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ดีเอสไอ กระทรวงแรงงาน ฯลฯ รวมถึงสมาคมท่องเที่ยวต่าง ๆ มาร่วมประชุมหารือ เพื่อเตรียมพร้อมและป้องปรามไม่ให้สถานการณ์ของทัวร์ศูนย์เหรียญ หรือทัวร์ต่ำกว่าทุน กลับสู่วงจรเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อนวิกฤตโควิด

แนวทางการดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ย้ำมาตลอดว่าให้กระทรวงดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และเป็นเจ้าบ้านที่ดี นับตั้งแต่ทำการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ยังเป็นข้อตกลงที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ (นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ) ไปพบกับรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจีน ในช่วงที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ไปโรดโชว์ ณ นครเซี่ยงไฮ้ นครเฉิงตู และนครกว่างโจว เมื่อวันที่ 20-24 ก.พ.ที่ผ่านมา

โดยนโยบายของรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจีนก็ไม่อยากให้เกิดปรากฏการณ์ทัวร์ศูนย์เหรียญในประเทศไทยเช่นกัน โดยได้ขอความร่วมมือให้รัฐบาลไทยช่วยดูแลนักท่องเที่ยว 3 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย 1.คุณภาพนักท่องเที่ยว 2.ความปลอดภัย และ 3.ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีประสบการณ์ ไม่เน้นแต่เรื่องช็อปปิ้ง

“ยุคก่อนที่มีการปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ รัฐบาลไทยได้เจรจากับทางการจีน และมีการกำหนดราคาทัวร์ขั้นต่ำร่วมกัน ซึ่งจีนเองก็ต้องการจะปรามกลุ่มผู้ประกอบการที่ทำทัวร์ต่ำกว่าทุนเช่นกัน ส่วนการประชุมเมื่อเร็ว ๆ นี้ ภาคเอกชนเสนอว่า ไม่ต้องแก้ไขกฎหมายอะไรเพิ่มเติม เพียงแต่ขอบังคับใช้เอ็มโอยูที่มีอยู่ให้เข้มข้นขึ้นก็พอ” นายอารัญกล่าว

ต้นตอปัญหา “นอมินี”

นายอารัญกล่าวว่า ปัญหาหลัก ๆ ทั้งเรื่องไกด์เถื่อน รวมถึงนอมินี ฯลฯ มีต้นทางจากทัวร์ศูนย์เหรียญทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาถือครองธุรกิจร้านจิวเวลรี่ ร้านอาหาร โรงแรม ฯลฯ สุดท้ายปัญหาจะพันกันเป็นลูกโซ่ ทำให้รายได้จากภาคการท่องเที่ยว 3 ล้านล้านบาท เกิดการรั่วไหลไปอยู่ในกลุ่มนายทุนนอมินี หรือไหลออกนอกประเทศ

ซึ่งปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวถูกหลอกเข้าร้านช็อปปิ้ง ไม่มีความปลอดภัย ฯลฯ ล้วนเกิดจากการที่ต้นทางเน้นขายทัวร์ราคาถูก ๆ มาต่ำกว่าต้นทุน บางกรณียังมีการขายแบบซื้อหัวล่วงหน้า ซึ่งรูปแบบเหล่านี้ผู้ประกอบการที่ทำทัวร์ต้องวางแผนแบบเป็นขั้นเป็นตอน และหาวิธีการให้ได้ต้นทุนคืนและมีกำไร

ด้าน นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เพื่อแก้ปัญหาการขายทัวร์ราคาต่ำกว่าทุนและการประกอบธุรกิจนำเที่ยวในลักษณะตัวแทนอำพราง (nominee) กรมการท่องเที่ยวจะสร้างกลไกความร่วมมือ แลกเปลี่ยนเบาะแสและเอกสารเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายของบริษัทนำเที่ยวและบุคลากรด้านการท่องเที่ยว

รวมถึงทำการรับขึ้นทะเบียนรายชื่อบริษัทนำเที่ยวสำหรับตลาดท่องเที่ยวจีน หากบริษัทใดไม่ต่ออายุใบอนุญาตจะถูกคัดรายชื่อออกก่อนส่งมอบบัญชีรายชื่อคู่ค้าไทย-จีน List of Tour Operator Companies (Partner Companies) ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการตรวจสอบรายชื่อบริษัทนำเที่ยวที่ถูกต้องตามกฎหมาย และประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวจีนเลือกซื้อทัวร์กับบริษัทนำเที่ยวที่ขึ้นทะเบียนไว้

นอกจากนี้ ยังขอให้รัฐบาลจีนแนะนำนักท่องเที่ยวของตัวเองเลือกซื้อทัวร์ที่มีคุณภาพ มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ซื้อทัวร์ที่ราคาต่ำกว่าทุน หรือราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับโปรแกรมนำเที่ยวใกล้เคียงกัน ไม่หลงเชื่อการรับจองโปรแกรมทัวร์ข้ามปีที่ราคาถูกมากเกินไป หรือมีการเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มหลังจองไปแล้ว และต้องจ่ายมัดจำเต็มจำนวน

ซึ่งรัฐบาลจีนก็ยินดีให้ความร่วมมือในการดำเนินการตรวจสอบอย่างรัดกุม หากพบชาวจีนก่อปัญหาให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของทั้ง 2 ฝ่าย จะดำเนินคดีตามกฎหมายของประเทศจีนต่อไป

“จีน” กินรวบ-รายได้รั่วไหล

นายสุรวัช อัครวรมาศ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ยอมรับว่า ทัวร์ศูนย์เหรียญ รวมถึงทัวร์คิกแบ็ก หรือทัวร์ซื้อหัวของตลาดจีน มีแนวโน้มกลับมาอีกครั้ง และคาดว่าจะเดินทางเข้ามาชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ หลังจีนเปิดประเทศเอเย่นต์ทัวร์ฝั่งจีนก็เริ่มกลับมาทำการตลาดอีกครั้ง

หลังจากไม่ได้ทำตลาดกันมา 3 ปีเต็ม ๆ ทั้งในรูปแบบเข้ามาสร้างเครือข่ายเอง และหาพาร์ตเนอร์ในประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเครือข่ายของตัวเองเป็นหลัก เนื่องจากผู้ประกอบการไทยไม่สามารถทำธุรกิจได้ภายใต้งบประมาณที่มาต่ำกว่าทุน ทำให้ผู้ประกอบการสัญชาติไทยจริง ๆ ยังไม่ได้อานิสงส์จากการเปิดประเทศของจีนมากนัก

“ประเด็นที่น่ากลัวของระบบทัวร์ศูนย์เหรียญคือ โครงสร้างธุรกิจท่องเที่ยวที่บิดเบี้ยว สร้างปัญหา สร้างความไม่เชื่อมั่น ทำให้เกิดระบบมาเฟียและเกิดเป็นอั้งยี่ทางการท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว”

นายสุรวัชกล่าวด้วยว่า ข้อมูลจากแผนการพัฒนาท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566-2570) ระบุว่า รายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศส่วนหนึ่งต้องสูญเสียไปกับการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ เช่น เนื้อสัตว์ สุรา เบียร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงค่าธรรมเนียมสถาบันการเงิน เป็นต้น เพื่อนำไปประกอบการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ฯลฯ ซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์เรียกส่วนที่สูญเสียดังกล่าวนี้ว่า “ส่วนรั่วไหลทางการท่องเที่ยว” หรือ tourism leakage

โดยประเมินการรั่วไหลทางการท่องเที่ยวของประเทศไทยในภาพรวมของปี 2559 ว่ามีสัดส่วนถึง 28.37% หากคำนวณรายได้ปี 2562 ที่มีรายได้รวม 3 ล้านล้านบาท มูลค่ารายได้ที่เกิดการรั่วไหลคิดเป็นมูลค่ามากถึงกว่า 8 แสนล้านบาท ซึ่งตัวเลขดังกล่าวนี้ยังไม่รวมการรั่วไหลจากปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญและทัวร์คิกแบ็ก

“ประเด็นการรั่วไหลของรายได้ท่องเที่ยวนี้เป็นประเด็นที่น่าคิดมากว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้จ่ายในประเทศนั้น เงินรายได้ไปอยู่ที่ไหนบ้าง ขณะที่ต้นทุนสำคัญของภาคการท่องเที่ยวคือทรัพยากรของประเทศเกิดการสูญเสียทุกปี” นายสุรวัชกล่าว

ATTA หวั่นกระทบการฟื้นตัว

นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า เห็นด้วยกับนโยบายตั้งรับและป้องปรามทัวร์ต่ำกว่าทุนของภาครัฐ แต่อยากให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีแผนงานที่ชัดเจน โดยเรียกผู้ประกอบการทัวร์จีนเข้ามารับฟังนโยบายและแนวปฏิบัติ เพื่อให้ผู้ประกอบการรับรู้กฎกติกา การทำธุรกิจที่ชัดเจนร่วมกัน

ไม่ใช่ใช้วิธีการไล่จับไกด์เถื่อนรายวันเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของนักท่องเที่ยวจีนในภาพรวม และส่งผลกระทบลามไปยังตลาดอื่น ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวยังไม่เจอว่ามีกระบวนการขายแพ็กเกจทัวร์ต่ำกว่าทุนตามที่หลายฝ่ายกังวล แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ เนื่องจากจีนเป็นประเทศขนาดใหญ่ มีประชากรกว่า 1,000 ล้านคน อาจมีผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งทดลองทำราคาเพื่อเปิดตลาดและดึงดูดนักท่องเที่ยวออกเดินทางในช่วงเปิดประเทศ ซึ่งในฐานะผู้ประกอบการคนหนึ่งก็คอยมอนิเตอร์ตลาดต่อเนื่องเช่นกัน

“ตอนนี้นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามา ส่วนใหญ่ยังเป็นกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง ส่วนกรุ๊ปทัวร์ยังมีจำนวนน้อยมาก แต่เชื่อว่ากลุ่มกรุ๊ปทัวร์จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น รัฐบาลต้องบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้กระทบความรู้สึกจนทำให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนเส้นทางไปเที่ยวประเทศอื่นแทน” นายศิษฏิวัชรกล่าว

Q1 จีนเที่ยวไทย 5 แสนคน

นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ในไตรมาสที่ 1/2566 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว 6 ล้านคน เป็นนักท่องเที่ยวตลาดระยะใกล้ราว 62% นักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลราว 38%

ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยแล้วราว 5 แสนราย สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 3 แสนราย และคาดว่าไตรมาส 2/2566 จะมีนักท่องเที่ยวจากจีนรวมไม่ต่ำกว่า 5 แสนคนเช่นกัน โดยเฉพาะในเดือนเมษายนประเมินว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยที่ประมาณ 2.5 แสนคน

นายธเนศวร์กล่าวว่า สำหรับการจัดการและการแก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ ส่วนหนึ่งก็คือ การบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งผู้มีอำนาจตามกฎหมาย คือ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่มีอำนาจการออกหรือระงับใบอนุญาตแก่มัคคุเทศก์และบริษัทนำเที่ยว ส่วน ททท.ไม่ได้มีอำนาจทางกฎหมายโดยตรง แต่มีหน้าที่หานักท่องเที่ยวและเร่งดีมานด์เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ททท.จะร่วมแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการตรวจสอบบริษัททัวร์ที่นำนักท่องเที่ยวเข้าประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถนำนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้ามา และประสานงานกับสถานทูตและสถานกงสุลไทย เพื่อช่วยคัดกรองนักท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นทางระหว่างที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาขอวีซ่าด้วย

“ตอนนี้นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาน่าจะเป็น FIT 65% กรุ๊ปทัวร์ยังเดินทางมายาก เพราะมีข้อจำกัดในเรื่องไฟลต์ แต่หลังจากปีนี้เป็นต้นไป สัดส่วนจะขยับมาใกล้ ๆ กัน เหมือนปี 2562 โดยมั่นใจว่าทั้งปีจะมีราว 5 ล้านคน” นายธเนศวร์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...