โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มหาเวทย์ผนึกมาร (1)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 25 มี.ค. 2566 เวลา 16.55 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. 2566 เวลา 16.51 น.

หนังสือแปลไทยชุดนี้ใช้คำว่า “คำสาป” ในบทแปลหลายตำแหน่ง ส่วนใหญ่มักใช้ในความหมายว่า “ปีศาจ” เข้าใจว่านักเขียนและผู้แปลตั้งใจสื่อว่าที่เห็นเป็นตัวตนมากมายในหนังสือมิใช่รูปธรรมที่จับต้องได้หรือมองเห็นได้ดั่งปีศาจทั่วไป แต่เป็นนามธรรม หากใช้เป็นคำกริยาก็ต้องว่า “สาป” หรือ “ถูกสาป”

พูดง่ายๆ ว่าที่เห็นเป็นผีหรือปีศาจรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์นั้นมิได้มีอยู่จริง เป็นเพียงตัวแทนของ “คุณไสย” หรือ “อาคม”

ครั้นเมื่ออ่านไปจะพบว่าผู้เขียนและ/หรือนักแปลดูเหมือนจะนิยามคำว่าอาคมแตกต่างออกไปจากความเข้าใจของคนทั่วไป

โดยสรุปคือนี่เป็นหนังสือที่อ่านแล้วปวดหัวมากในตอนแรกๆ

จากงานเขียนของ Gege Akutami ตัวเอกชื่ออิตาโดริ ยูจิ เป็นนักเรียนโรงเรียนไสยเวทปี 1 เขาจับพลัดจับผลูกินนิ้วของเทพอสูรเรียวเมนสุคุนะไป 1 นิ้ว เทพอสูรเรียวเมนสุคุนะมีสี่มือ มันจึงมี 20 นิ้ว อิตาโดริจะพ้นจากคำสาปของสุคุนะได้คือกินให้ครบ 20 นิ้ว

แต่ปัญหาคือเพียงนิ้วเดียว เทพอสูรเรียวเมนสุคุนะก็สามารถใช้ร่างของอิตาโดริได้แล้ว อิตาโดริกลายเป็น “ภาชนะ” ของสุคุนะ

โกะโจ ซาตารุ ผู้ใช้ไสยเวทระดับพิเศษพาอิตาโดริเข้าโรงเรียนไสยเวทเพื่อฝึกวิชา โดยให้ฟุชิรุโงะ เมงุมิ นักเรียนปี 1 ที่มีวิชาแก่กล้าพอตัวคอยเป็นพี่เลี้ยง นอกจากนี้ ยังมีสาวคุกิซากิ โนบาระ ปี 1 เสริมทีมอีกคนหนึ่ง

บัดนี้ทีมปราบปีศาจรุ่นใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

เรื่องไม่ได้อ่านง่ายเพียงนั้น เหตุเพราะหนังสือใช้คำว่า “คำสาป” เป็นหลัก กริยาปราบปีศาจจึงกลายเป็นคำว่า “ปัดเป่า” นัยว่าปีศาจมิได้มีอยู่จริงตั้งแต่แรกที่เรานักอ่านเห็นนั้นเป็นเพราะนักวาดช่วยให้เรามองเห็นเท่านั้นเอง

หนังสือช่วงแรกๆ เป็นไปตามขนบนิทานการ์ตูนปราบปีศาจ นั่นคือแนะนำพื้นเพและภูมิหลังของตัวละครไปด้วยกันกับการเปิดตัวปีศาจระดับรองๆ ก่อนที่จะพบกับพวกแก่กล้าอาคมขึ้นในภายหลัง

แก่นเรื่องคือเรื่องที่อิตาโดริถูกเรียวเมนสุคุนะสิงสู่ เอ๊ะ ไม่ใช่สิ ควรเขียนว่าถูกเรียวเมนสุคุนะสาป บัดนี้สุคุนะใช้ร่างอิตาโดริได้และทำให้อิตาโดริเกือบตาย เอ๊ะ ไม่ใช่สิ อิตาโดริตายไปแล้ว ศพถูกคลุมผ้าในห้องเก็บศพรอคุณหมอมาชันสูตร คุณหมอสาวใส่ถุงมือเตรียมชำแหละหาสาเหตุการตายแล้วจริงๆ แต่เป็นอิตาโดริฟื้นขึ้นมาทันเวลา

อิตาโดริฟื้นได้เพราะสุคุนะยังมีความจำเป็นต้องใช้ “ภาชนะ” อิตาโดริอยู่ จึงมีกติกาเข้าใจยากเกิดขึ้นที่กลางเล่มสอง

สุคุนะตั้งกติกาไว้ว่า “เงื่อนไขมีสองข้อ 1.ถ้าข้าพูดว่า พันธะ ต้องมอบร่างกายให้ (ข้า) 1 นาที และ 2.คือลืมสัญญานี้”

เป็นไปตามขนบการ์ตูนญี่ปุ่นอีกเช่นเดียวกัน ช่วงแรกๆ ของหนังสือเป็น “สิ่งที่กำหนดให้” หลังจากนั้นจึงวาดลวดลายวายป่วงภายใต้สิ่งที่กำหนดให้ จะว่าไปนี่เป็นโครงเรื่องการเขียนนิยายวิทยาศาสตร์นั่นคือถ้าเป็นแบบนี้ จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป จะแตกต่างกันก็เพียงแค่ไม่มีหลักการทางวิทยาศาสตร์อะไรรองรับ

แต่การ์ตูนญี่ปุ่นเข้าถึงจิตวิญญาณนักอ่านได้อย่างน่าทึ่งเสมอๆ เช่น สิ่งที่กำหนดให้อีกข้อหนึ่งคือคำสาปที่เห็นเกิดขึ้นจากพลังงานด้านลบของมนุษย์ ถ้าเป็นภาษาสตาร์วอร์สก็ต้องใช้คำว่าด้านมืด ความเศร้า ความลุ่มหลง ความโกรธ ความเกลียด สี่อย่างนี้เป็นพลังงานด้านลบตัวสำคัญ หากใครปล่อยให้ด้านมืดครอบงำนานเกินไปย่อมถูกสาปได้โดยง่าย

กล่าวคือ ถูกปีศาจสิงสู่หรือกลายเป็นปีศาจได้โดยง่าย

บทสนทนาของปีศาจสองตนน่าสนใจ

“มนุษย์เกิดจากความหลอกลวง” ปีศาจตาเดียวมีปล่องไฟบนหัวพูดขึ้น “ความรู้สึกและการกระทำที่ถูกต้องจะมีเบื้องหลังเสมอ แต่ความรู้สึกด้านลบอย่างความเกลียดชังหรือเจตนาฆ่า ทั้งหมดนั้นเป็นความจริงที่ไม่หลอกลวง”

ข้อความท่อนนี้เข้าใจได้ไม่ยาก และเป็นคำพูดที่ตีแสกหน้ามนุษย์ตรงๆ เหมือนที่ฟรอยด์ว่าไว้ ความรู้สึกและการกระทำใดๆ ของคนเรามีเบื้องหลังเสมอ พูดอีกนัยหนึ่งคือเราหลอกตัวเองได้ตลอดเวลา แม้กระทั่งเวลาที่เราทำดีหรือใจบุญสุนทานเราก็ไม่พ้นทำไปเพราะหลอกตัวเองหรือปิดบังซ่อนเร้นบางสิ่ง

แต่ที่จริงแท้แน่นอนกลับเป็นสัญชาตญาณดิบ (basic instinct) นั่นคือเซ็กซ์และการทำลายล้าง “โดยพวกเราคำสาปที่ถือกำเนิดมาจากตรงนั้นนี่ล่ะ” ปิดบัลลูนด้วยบทแปลเข้าใจยากอีกเช่นกัน แต่ใช่

เกิดคดีฆาตกรรมวิตถารในโรงหนัง ศพสามศพมีสภาพหัวบิดเบี้ยวน่าอุจาด ผู้ต้องสงสัยเป็นเด็กนักเรียนชื่อ จุนเป ที่ชอบการดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ บัดนี้เขาโดนสาป ผู้สาปคือมาฮิโตะ สมุนของปีศาจสองตนที่กำลังคิดการใหญ่

มาฮิโตะพูดกับจุนเปตอนหนึ่งว่า “เพราะว่ามนุษย์ ถ้าไม่หาข้ออ้างก็จะมีชีวิตอยู่ไม่ได้”

เป็นเช่นนี้จริงๆ คนเรายากที่จะรู้จริงๆ ว่าตนเองคิดอะไร อะไรที่เราคิดส่วนใหญ่จะอยู่ใต้กลไกการป้องกันตัวทางจิตที่เรียกว่า “ข้ออ้าง” หรือ rationalization แล้วมีหลายครั้งที่เราอ้างซับอ้างซ้อนหลายชั้นจนกระทั่งตนเองเชื่อว่าเราเป็นเช่นนั้นจริงๆ

ยกตัวอย่าง คิดว่างานที่เราทำมีคุณค่า นี่เป็นตัวอย่างคลาสสิค หากงานที่ทำมาทั้งชีวิตไม่มีคุณค่าจิตใจย่อมยอมรับไม่ได้ คนเราจึงต้องอ้างเหตุผลมาให้จงได้ว่าที่แท้งานที่เราทำมีคุณค่า และเราได้ทำดีต่อแผ่นดินมากมาย เป็นต้น บางคนเผลอทวงบุญคุณเฉย จะว่าไปมาฮิโตะก็เป็นคำสาปหรือปีศาจที่กำลังใช้ข้ออ้างว่างานของตนมีคุณค่าอยู่เช่นกัน

อิตาโดริ ยูจิ เป็นภาชนะของจอมปีศาจเรียวเมน สุคุนะ เมื่อถึงตอนกลางเล่มสี่ เมื่ออิตาโดริต่อสู้ดุเดือดกับมาฮิโตะโดยที่สุคุนะไม่ยอมช่วย สุคุนะรู้อยู่แก่ใจว่าตนเองก็จำเป็นต้องพึ่งพิงอิตาโดริเพื่อเก็บรวบรวมนิ้วทั้งยี่สิบมาให้ครบ แต่มันก็มี “ข้ออ้าง” ที่จะปล่อยให้อิตาโดริสู้จนตัวตายได้เช่นกัน •

การ์ตูนที่รัก | นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...