โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผลวิจัย ทีวีดิจิทัล 4 ช่อง โฆษณาเกินเวลา กม.กำหนด

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 15 ม.ค. 2565 เวลา 05.54 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2565 เวลา 05.54 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กทม. 15 ม.ค.-มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ชี้ผลวิจัยทีวีดิจิทัล 4 ช่อง โฆษณาเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด เข้าข่ายเอาเปรียบผู้บริโภค จี้ กสทช.ตรวจสอบเวลาการโฆษณาทุกช่อง และออกคำสั่งให้ผู้ประกอบการแก้ไข เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค พร้อมชวนผู้บริโภคให้เฝ้าระวังโฆษณาเกินเวลา

จากกรณีศาลปกครองสูงสุดพิพากษากลับเป็นยกฟ้องปมช่อง 3 ขอเพิกถอนคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ให้ระงับการโฆษณาเอาเปรียบผู้บริโภคช่วงปี 57 เนื่องจากโฆษณาเกินเวลากว่าที่กฎหมายกำหนดให้การออกอากาศรายการมีเวลาโฆษณาไม่เกินชั่วโมงละ 12 นาทีครึ่ง การกระทำของสถานีโทรทัศน์จึงเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคโดยอาศัยการใช้เครือข่ายหรือการโฆษณาที่มีลักษณะเป็นการค้ากำไรเกินควรก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ ตามมาตรา 31 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ 2553 และข้อ 5 (8) ของประกาศ กสทช. เรื่องการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ 2555 นั้น ผู้บริโภคตั้งข้อสังเกตว่า สถานีโทรทัศน์อื่นก็น่าจะมีปัญหาเรื่องของการโฆษณาเกินเวลากว่าที่กฎหมายกำหนดเช่นกัน เพราะปัจจุบันพบรายการขายสินค้าผ่านทีวีดิจิทัลเป็นจำนวนมาก

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้ทำการวิจัย เรื่อง “งานศึกษาโฆษณาแฝงและการโฆษณาเกินเวลาทางช่องรายการโทรทัศน์ระบบดิจิทัล” (2564) เผยแพร่ในนิตยสารฉลาดซื้อ (อ่านได้ที่ : https://www.chaladsue.com/article/3873) พบว่า มีโทรทัศน์ระบบดิจิทัล 4 ช่องที่โฆษณาเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด เมื่อทำการศึกษาโฆษณาที่ปรากฏทางช่องรายการโทรทัศน์ระบบดิจิทัลที่ออกอากาศตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม – 30 เมษายน 2564 คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างจำนวน 34 กลุ่มตัวอย่าง โดยการนับเวลารายการ 1 ชั่วโมง หรือ 60 นาที จะเริ่มนับตั้งแต่ต้นชั่วโมง เช่น 00.01-01.00 น. ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวอาจมี 1 รายการหรือมากกว่า 1 รายการก็ได้ แต่จะนับเป็น 1 กลุ่มตัวอย่าง ผลการวิจัย พบว่า ค่าเฉลี่ยโดยรวมของเนื้อหารายการในกรณีหักลบโฆษณา คือ 52 นาที 36 วินาที ซึ่งไม่เกินเกณฑ์ที่ กสทช. กำหนด แต่เมื่อพิจารณารายกลุ่มตัวอย่างพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่มีเนื้อหารายการน้อยกว่า 47 นาที 30 วินาที หรือมีโฆษณาต่อชั่วโมงมากกว่า 12 นาทีครึ่ง มีจำนวน 4 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ กลุ่มตัวอย่างที่ 22 (วันทอง) 38 นาที 35 วินาที รองลงมาคือ กลุ่มตัวอย่างที่ 28 (ทุบโต๊ะข่าว + ซุปตาร์พาตะลุย) 44 นาที 14 วินาที, กลุ่มตัวอย่างที่ 31 (ฟ้าหินดินทราย + ข่าวภาคค่ำ) 46 นาที 45 วินาที และกลุ่มตัวอย่างที่ 15 (แฉ) 47 นาที ตามลำดับ

ขณะที่การสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคด้วยแบบสอบถามออนไลน์ จำนวน 350 ชุด เก็บข้อมูลตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม – 15 กรกฎาคม 2564 กับผู้ที่เปิดรับรายการโทรทัศน์ระบบดิจิทัล พบว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยต่อการมี “โฆษณาแฝง” และ “รายการแนะนำสินค้า” ในรายการโทรทัศน์ เนื่องจากเป็นการรบกวนการรับชมรายการโทรทัศน์ (3.13, 3.19 ตามลำดับ) มองว่ารายการที่นำเสนอข้อเท็จจริง เช่น รายการข่าว สาระความรู้ สารคดี ไม่ควรมีโฆษณาแฝงหรือรายการแนะนำสินค้า (3.25) และหากพบว่า “โฆษณา” และ “โฆษณาแฝง” ของสินค้าหรือบริการใดที่รบกวนการรับชม ผู้บริโภคจะไม่ซื้อหรือสนับสนุนสินค้าเหล่านั้นโดยเด็ดขาด (3.03, 3.07 ตามลำดับ)

ด้านนายเฉลิมพงษ์ กลับดี หัวหน้าศูนย์ทนายความเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคยังพบปัญหาเรื่องการโฆษณามากกว่าที่กฎหมายกำหนด กสทช.จึงต้องตรวจสอบและออกคำสั่งกับสถานีโทรทัศน์ทุกช่องให้เหมือนกันหมด ไม่เลือกปฏิบัติ หากพบว่ามีการโฆษณาเกินเวลาเช่นกัน เนื่องจากศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยเป็นแนวทางไว้แล้ว ออกคำสั่งชอบแล้วที่ให้โฆษณาไม่เกินเวลาที่กำหนดไว้ กสทช.ก็ควรจะปฏิบัติกับทุกช่องในประเทศไทยที่อยู่ภายใต้การกำกับของกสทช.ด้วย เป็นหน้าที่ในฐานะผู้ที่กำกับและดูแล

นางนฤมล เมฆบริสุทธิ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายพิทักษ์สิทธิ์ผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า นอกจากสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวแล้ว หากดูตามผลวิจัยของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคแล้วยังมีช่องอื่นที่มีปัญหาการโฆษณาเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดเช่นกัน โดยกฎหมายกำหนดให้การประกอบกิจการทางธุรกิจ ให้ดำเนินการหารายได้โดยการโฆษณา การบริการธุรกิจ การจัดเก็บค่าสมาชิก หรือวิธีอื่น ผู้ประกอบการต้องใช้เวลาในการโฆษณาตามที่กฎหมายกำหนดไว้ กรณีของช่อง 3 ที่มีผลการพิพากษาแล้วนั้น ถือว่าแนวการพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเป็นที่สุดแล้ว จึงเป็นมาตรการที่ให้หน่วยงานที่กำกับและดูแลมีอำนาจหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายอย่างชอบธรรม ที่สั่งให้ผู้ประกอบการแก้ไขปัญหาแล้วก็ปรับปรุงกิจการให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และเป็นการเตือนผู้ประกอบการไม่ให้โฆษณาเกินเวลาหรือเอาเปรียบผู้บริโภคแบบนี้

มูลนิธิฯ ขอเสนอให้กสทช.ใช้มาตรการนี้ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจโทรทัศน์ทุกช่อง รวมถึงทีวีดิจิทัลที่สมัครเป็นสมาชิก เช่น ทรูวิชั่น ให้มีมาตรการในการโฆษณาตามเวลาไม่เกินที่กฎหมายกำหนด ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ดังเช่นที่ออกคำสั่งกับช่อง 3 เพื่อให้ผู้ประกอบการแก้ไข และเป็นการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ภาครัฐควรทำงานเชิงรุกในการเข้าไปจัดการปัญหาแทนผู้บริโภค โดยไม่ต้องมีการร้องเรียนจากผู้บริโภคก่อนและขอชวนผู้บริโภคให้เฝ้าระวังโฆษณาเกินเวลา หากเห็นว่าเกิดปัญหาจริงตามตัวอย่างคดี แจ้งเรื่องมาที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โทรศัพท์ : 02-2483734-7 Line id : @ConsumerThai ช่องทาง inbox FB เพจ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค หรือร้องทุกข์ออนไลน์ที่ https://www.consumerthai.com/.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...