โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กสิกรไทย ส่ง KIV เรือธงปั่นกำไรปีแรก 1.1 พันล้าน เจาะรายเล็ก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ส.ค. 2566 เวลา 08.30 น. • เผยแพร่ 02 ส.ค. 2566 เวลา 07.12 น.

ธนาคารกสิกรไทย ทุ่ม 3 หมื่นล้านบาท ตั้งบริษัท กสิกร อินเวสเจอร์ จำกัด หรือ KIV เจาะลูกค้ารายย่อยกลุ่ม Underserve มั่นใจเป็น Game Changer เรือธงปั้นรายได้ คาดปี 2566 โกยกำไร 1.1 พันล้านบาท ยอดสินเชื่อ 4 หมื่นล้านบาท

วันที่ 2 สิงหาคม 2566 นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ภายหลังจากที่ธนาคารได้ทดลองทำธุรกิจภายใต้ บริษัท กสิกร อินเวสเจอร์ จำกัด หรือ เคไอวี (KIV) ซึ่งให้บริการกับลูกค้าที่ธนาคารไม่สามารถเข้าถึงได้ หรือกลุ่ม Underserve โดยโมเดลการทำธุรกิจจะมีความแตกต่างจากธนาคาร มีความยืดหยุ่น และตอบโจทย์กลุ่มที่เข้าไม่ถึง รวมถึงสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน

ดังนั้น ธนาคารจึงได้แยกธุรกิจออกมา (Spin-Off) โดย KIV จะเป็นบริษัทโฮลดิ้งภายใต้กลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกสิกรไทย โดยธนาคารถือหุ้น 100% มีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 30,000 ล้านบาท และจะมีบริษัทที่อยู่ในโครงสร้างของ KIV ด้วยกัน 14 บริษัท ซึ่งจะมีการร่วมกับพันธมิตรในการทำธุรกิจ เพื่อความคล่องตัว และต้นทุนที่ลดลง

“โดย KIV จะเป็น Game Changer ของธนาคารกสิกรไทยที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งของธนาคารและพันธมิตร เพื่อสร้างรายได้บนความเสี่ยงที่คุ้มค่า ด้วยต้นทุนที่เหมาะสม และ KIV จะเป็นเรือธงที่ 1 ซึ่งในระยะข้างหน้าจะมีอะไรออกมาอีก”

นายพัชร สมะลาภา Group Chairman ของ บริษัท กสิกร อินเวสเจอร์ จำกัด กล่าวว่า เป้าหมายของ KIV คือ เพิ่มความสามารถในการให้บริการการเงินกับกลุ่มลูกค้ารายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนกว่า 49% ภายใต้โจทย์สำคัญคือ ต้องลดต้นทุนการดำเนินงาน (Operating Cost) และลดต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (Credit Cost) เพื่อให้ยังคงความสามารถในการสร้างกำไรของธุรกิจ

ทั้งนี้ เป้าหมายภายใต้ KIV ทั้ง 14 บริษัท ตั้งเป้ากำไรปี 2566 อยู่ที่ 900-1,100 ล้านบาท และภายใน 2569 จะมีกำไร 4,500-5,000 ล้านบาท หลังจากปี 2565 มีกำไรแล้วกว่า 81 ล้านบาท โดยมียอดปล่อยสินเชื่อรวมกว่า 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากบริษัท เงินให้ใจ เป็นธุรกิจจำนำทะเบียนราว 2 หมื่นล้านบาท และจากบริษัท กสิกรไลน์ (LINE BK) อีกประมาณ 2 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดี KIV จะดำเนินธุรกิจภายใต้ใบอนุญาต (License) สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์

อย่างไรก็ดี บริษัทอยู่ระหว่างกำลังลงทุนเพิ่มอีก 3-4 บริษัท ซึ่งภายในเร็ว ๆ นี้จะเป็นการลงทุนที่เกี่ยวกับแพลตฟอร์ม “การท่องเที่ยว” ซึ่งอาจจะเป็นการจองตั๋ว-ที่พัก เป็นต้น โดยอนาคตอาจจะขยายไปถึงการปล่อยสินเชื่อได้

“เป้าหมาย KIV จะเป็นการหาลูกค้าที่เป็นกลุ่ม UnderBank และที่ผ่านมาเราได้ทดลองมาหลายรูปแบบ โดยเราไม่ได้มีการตั้งเป้าเรื่องของหนี้เสีย ตราบใดที่มีรายได้ ส่วนเงินลงทุน 3 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2569 จะเพิ่มเป็น 6.5-7 หมื่นล้านบาท และเงินสินเชื่อจะเพิ่มเป็น 7.5-8 หมื่นล้านบาท”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...