โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

วธ.กรุงเก่าเปิดตัวเมนูในตำนาน”แกงเหงาหงอด”

77kaoded

เผยแพร่ 03 ก.ย 2566 เวลา 15.45 น. • 77 ข่าวเด็ด

พระนครศรีอยุธยา-พ่อเมืองชิมแล้ว”แกงเหงาหงอด”ใครมาต้องชิม ใครมาต้องถามหา แซบจัดจ้านจนต้องบอกต่อ เตรียมจัดงานเปิดตัวยิ่งใหญ่ที่ตลาดน้ำวัดท่าการ้อง 9 กันยายน 2566

จากกรณีที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ออกประกาศ เรื่องผลการคัดเลือกกิจกรรม "1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น" ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ลงวันที่ 29 ส.ค.2566 ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ตามที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ดำเนินการจัดกิจกรรม "1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น" ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนายกระดับอาหารถิ่น สู่มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย (Thailand Best Local Food) "รสชาติ…ที่หายไป The Lost Taste" ประจำปี 2566 ซึ่งได้เมนูประจำจังหวัดมาถึง 77 เมนู และหลายเมนูเป็นชื่อแปลกไม่เคยได้ยินจนมีการวิพากย์วิจารณ์ ไม่เว้นแม้แต่”แกงเหงาหงอด” เมนูที่ได้รับการคัดเลือก เนื่องจากหลายคนไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่เมื่อได้รู้จักหรือได้ชิมแล้ว บอกเลยว่าเป็นเมนูสุขภาพอีกเมนูหนึ่งที่มีมาตั้งแต่โบราณจริงๆ

นางสุนิสา โกศินานนท์ รักษาการวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่าโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ของอาหารไทย อาหารท้องถิ่น ที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตคนไทย รวมถึงการรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศ รวมทั้งเสนอสาระความรู้เกี่ยวกับอาหารไทย และอาหารท้องถิ่น ต่อยอดสมุนไพรไทย สรรพคุณทางเลือกและส่งต่อเป็นภูมิปัญญาที่มีการสืบทอดรุ่นสู่รุ่น อีกทั้งเป็นการ ส่งเสริมให้คนไทยได้ตระหนักเกิดความภาคภูมิใจกระตุ้นให้เกิดการยกระดับอาหารไทยพื้นถิ่น สู่อาหารจานเด็ดที่ต้องชิม ผลักดันให้เป็นเมนูซอฟพาวเวอร์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้หนุนเศรษฐกิจของท้องถิ่นและประเทศให้ยั่งยืน ซึ่งผู้ที่ให้เกียรติร่วมคัดเลือกและสรรหาคือนางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประธานหอการค้าจังหวัด ร่วมกับทางวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา และอีกหลายส่วน โดยเรือนมารี ขนมไทยวิจิตรชุมชนเกาะเรียนเป็นผู้ปรุงและท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ชิมแล้ว ยอมรับว่าเป็นแกงที่มีรสชาติจัดจ้าน และไล่ลมดีมาก

นางสุนิสา ยังบอกด้วยว่าทางกรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้ชี้แจงว่าสำหรับกระบวนการ หลักเกณฑ์ ตัวชี้วัดที่จัดทำขึ้นมีการผ่านการประชุมจากผู้ทรงคุณวุฒิฯ ในทุกเมนู ส่วนการประกาศให้มองในภาพเชิงส่งเสริมไม่ใช่แข่งขัน คนในจังหวัดส่วนใหญ่อาจจะไม่รู้จัก แต่ถือเป็นการตอบโจทย์ โครงการนี้ คือเราต้องการยกระดับ เชิดชูอาหารถิ่น และสร้างกระแสการตื่นรู้ เห็นคุณค่า และมองในด้านการศึกษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พร้อมต่อยอด และใช้ไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ซึ่ง ทั้ง 3 เมนู ที่จังหวัดคัดมา คือ ทางกรมจัดทำเกียรติบัตรทั้งหมด ไม่ได้ทิ้งเมนูไหนเลย แต่เพียงแค่ปีนี้เลือกที่จะชูเมนูนี้ ด้วยเกณฑ์ ในปีนี้ ซึ่งจะเป็นโครงการต่อเนื่อง ในปีหน้ากรมฯ จะทำหลักเกณฑ์ ให้ ชัดเจนกว่านี้ ปีนี้ปีแรก ขออภัยเครือข่ายทุกส่วนด้วยจริงๆ

สำหรับ “แกงเหงาหงอด” ถือว่าเป็นอาหารสุขภาพของเจ้านายสมัยกรุงศรีอยุธยา นิยมรับประทานในมื้อเช้า เป็นตัวแทนของอาหารสมัยอยุธยาที่มีหลักฐานว่าได้รับอิทธิพลมาจาก “ซุป” ของโปรตุเกส “เหงาหงอด” สันนิษฐานว่าอาจเป็นชื่อคล้องจองกับอาหารโปรตุเกส แกงเหงาหงอด ซึ่งคล้ายกับแกงส้มแต่มีกรรมวิธีต่างออกไป สมัยก่อนเมื่อถึงฤดูน้ำหลากชาวบ้านจะมีการจับปลา มาเพื่อปรุงเป็นอาหาร ประโยชน์ของแกงเหงาหงอด ด้วยรสชาติที่ร้อนแรงจากสมุนไพรทั้งพริกแห้งและพริกสด คล้ายแกงส้มผสมแกงป่า ช่วยกระตุ้นเลือดลมได้อย่างดี มีโปรตีนจากเนื้อปลา และสารอาหารจากผักต่าง ๆ จึงเป็นที่นิยมของพระราชวงศ์ของกรุงศรีอยุธยา ในสมัยนั้นถือว่าเป็นอาหารสุขภาพ

วัตถุดิบและเครื่องปรุง ใช้ปลา 3-4 ตัว หอมแดง 2 หัว กระชาย 2 ต้น พริกสีแดงสีเหลือง 5-6 เม็ด กระเทียม 3 กลีบ ใบโหระพา 1 กำมือ แตงโมอ่อน 2 ผล น้ำเต้า 2 ผล น้ำมะนาว 2-3 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ การปรุง ใช้สมุนไพรไทยตามรสนิยม ประกอบด้วย กระเทียม หอม กระชาย และเสริมความเผ็ดร้อนด้วยพริกชี้ฟ้าแห้ง และพริกเหลืองสด กะปิ นำเครื่องปรุงทั้งหมดลงครกโขลกให้ละเอียด แล้วเติมน้ำคนให้ละลาย จากนั้นก็กรองด้วยกระชอน หรือผ้าขาวบาง เพื่อให้น้ำแกงเนียนละมุนไม่มีกากเครื่องแกง นำขึ้นตั้งไฟต้มจนเดือดจึงใส่เนื้อปลาลง แต่งรสด้วยมะนาว มะกรูด และเกลือ ถ้าต้องการมีรสหวานปลายลิ้นตามเอกลักษณ์อาหารท้องถิ่นของอยุธยา ก็ใส่ฟักแฟงหรือแตงโมอ่อนหั่นทั้งเปลือกลงต้มด้วย เมื่อได้ที่แล้วก็โรยหน้าด้วยใบโหระพาทั้งใบ ส่วนตัวปลาต้องล้างเมือกออกจากตัวปลา แล้วขัดด้วยแกลบจนหนังขาว เอาไส้ออกแล้วหั่นเตรียมไว้ พริกแกง ตำแบบแกงส้ม โดยใช้ทั้งพริกแห้งและพริกสดสีเหลืองตำกับหัวหอม และใส่กระเทียมด้วย แต่ใส่กะปิและกระชาย เวลาแกงนำมาละลายน้ำกรองด้วยผ้าขาวบางเอาแต่น้ำไปต้มจนเดือดจึงใส่ปลา ปรุงรสด้วยเกลือ มะนาว ไม่ใส่มะขามเปียก และไม่ใส่น้ำตาล แกงจะออกรสเค็ม และเปรี้ยว ก่อนเสิร์ฟใส่ใบโหระพาเป็นอันเสร็จ

โดยในวันที่ 9 กันยายนนี้ จะมีพิธีเปิดตัวตลาดน้ำสืบสานวัฒนธรรมไทย ที่ตลาดน้ำกรุงเก่าวัดท่าการ้อง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม มาเป็นประธาน ซึ่งจะเป็นการเปิดตัว”แกงเหงาหงอด”ซึ่งจะปรุงสดและจำหน่ายในงานนี้ด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...