เทพสงครามจอมราชันย์
ข้อมูลเบื้องต้น
ทุกคนเกิดมาล้วนมีธาตุประจำตัว แต่เพราะเขาคือคนพิเศษที่มี 4 ธาตุ ธาตุประจำตัวของแต่ละคน ก็จะให้พลังวิชาประจำธาตุนั้นๆ 1 วิชา แต่เขากลับได้รับถึง 3 วิชาใน 1 ธาตุ ทำให้เขาเป็นคนเหนือคน ที่มีวิชาติดตัวมากกว่าใคร
ปราณเริ่มต้น
ปราณก่อเกิด
ปราณปฐพี
ปราณสวรรค์
ปราณจอมยุทธ
ปราณจ้าวยุทธ
ปราณราชันย์
ปราณจักรพรรดิ
ปราณนักบุญ
ปราณทรราช
ปราณเทวะ
ปราณเทวะราชันย์
ปราณเทวะจักรพรรดิ
ปราณเทวะนักบุญ
ปราณเทวะทรราชย์
ครึ่งเซียน
เซียน
เซียนสวรรค์
ราชันย์เซียน
จักรพรรดิเซียน
เทวะเซียน
ครึ่งเทพ
เทพ
เทพสวรรค์
เทพราชันย์สวรรค์
เทพจักรพรรดิสวรรค์
เทพเทวะสวรรค์
เทพศักดิ์สิทธิ์
จอมเทพ
จอมเทพสวรรค์
จอมเทพราชัน
จอมเทพจักรพรรดิ
ราชาเทพ
ราชาเทพศักดิ์สิทธิ์
ราชาเทพบรรพกาล
มหาเทพ
มหาเทพศักดิ์สิทธิ์
มหาเทพบรรพกาล
พระเจ้า
พระเจ้าเทวะ
พระเจ้าเหนือสรรพสิ่ง
นิพพาน
อมตะ
เหนือสรรพสิ่ง
เหนือสวรรค์
ผู้ครองฟ้า
ผู้ครองสวรรค์
ผู้ครองสรรพสิ่ง
ผู้ครองจักรวาล
นิยายเรื่องนี้ตอนไม่ยาวประมาณ 3500-6000 ตัวอักษร
ผมจะลงวันละ 2 ตอนขึ้นไปไม่เทนิยายแน่นอน ขอบคุณที่ติดตามครับ
คนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา
ในโลกที่เต็มไปด้วยผู้ฝึกยุทธ์มากมาย การมีพลังปราณคือความใฝ่ฝันของทุกผู้คน ไม่ว่าจะเป็นชายหนุ่ม หญิงสาว เด็กหญิง เด็กชาย ต่างใฝ่ฝันอยากจะก้าวเข้าสู้ผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่ง
การจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้นั้น คนผู้นั้นต้องมีธาตุประจำตัว เพราะธาตุประจำตัวเหล่านั้น จะมอบวิชาที่เหมาะกับตัวให้ 1 วิชา นี่คือสิ่งที่ทุกคนรอคอย พลังธาตุของแต่ละคนจะตื่นขึ้นมาเมื่ออายุครบ 12 ปีบริบูรณ์
ณ บ้านร้างนอกเมืองแห่งหนึ่ง มีเด็กน้อยหน้าตามอมแมม เนื้อตัวมีแต่ดินเต็มตัว เสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ เด็กคนนี้เป็นเด็กกำพร้าที่ถูกทอดทิ้งโดยที่ไม่มีใครเหลียวแล เพราะการถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว ทำให้เขากลายเป็นคนเย็นชา เขาจำไม่ได้ว่าเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
จำได้แต่ว่า ตั้งแต่เด็กเขาอาศัยผลไม้ในป่าประทังชีวิตมาตลอด เขาไม่เคยมีเพื่อน เมื่อเห็นเด็กที่วัยใกล้กันมาวิ่งเล่น เขาจะขอเล่นด้วย แต่ถูกปฎิเสธทุกรอบไป บางครั้งก็โดนแกล้งจนเลือดตกยางออก ทำให้หลังจากนั้นไม่พยายามเล่นกับใคร
ข้างบ้านร้างแห่งนี้เป็นป่าที่มีสัตว์อสูรอาศัยอยู่มากมาย แต่พวกมันไม่เคยเข้าใกล้บ้านร้างนี้เลย ทำให้เขาอยู่รอดปลอดภัยมาตลอด
ตอนนี้เด็กน้อยกำลังนอนหลับโดยที่ไม่รู้ว่า ปีนี้เขามีอายุครบ 12 ปีบริบูรณ์แล้ว แสงสีม่วง สีขาว สีส้ม สีดำ ส่องสว่างออกมาจากตัวเด็กน้อย มันค่อยๆ หลอมรวมตรงช่องท้องของเขาสร้างเป็นจุดตันเถียนที่มี 4 สี แสงเหล่านั้นดึงดูดพลังปราณจากธรรมชาติเข้าสู่ตันเถียนของเด็กน้อย การจะดูเด็กแต่ละคนว่าอัจฉริยะแค่ไหน ก็ให้ดูตอนถือกำเนิดของธาตุประจำตัวว่าจะช่วยให้เด็กคนนั้นทะลวงระดับได้กี่ขั้น เมื่อพลังปราณที่ดูดจากธรรมชาติไหลเข้าสู่ตันเถียนจนมันส่องแสงทั้ง 4 สี
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง
เสียงการระเบิดภายในจุดตันเถียนของเด็กน้อย ระเบิดดังติดๆ กัน 7 ครั้ง ในตอนนี้เขาเลื่อนระดับทีเดียวเป็นผู้ฝึกยุทธ์ปราณเริ่มต้นขั้นที่ 7 โดยที่เด็กหนุ่มไม่รู้ตัว
ถ้าเหล่าสำนักต่างๆ มาเห็น คงได้แย่งตัวกันเป็นแน่ เพราะนี่คืออัจฉะริยะเหนืออัจฉะริยะอย่างแท้จริง
เด็กน้อยยังคงหลับไหลไม่รู้ตัวจนกระทั่งเช้าดวงตาของเขาค่อยๆ ลืมขึ้นจากการหลับไหล แสงสีขาวส่องออกมารอบดวงตา เขาสามารถมองเห็นในระยะ 10 กิโลเมตร แสงสีขาวนี้คือแสงเทพหยั่งรู้ สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวได้ เด็กน้อยมองไปรอบๆ ด้วยความมึนงง
จากนั้นจึงหลับตาแล้วลืมขึ้นใหม่ การมองเห็นของเขาก็กลับมาเป็นปกติ เขาลองหลับตาแล้วลืมอีกครั้งการมองของเขาก็มองไปได้ในระยะ 10 กิโลเมตร
“ข้ามองเห็นได้ไกลขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” จากนั้นเขาหลับตาอีกครั้งแล้วลืมตาขึ้นมาก็พบว่าการมองเห็นกลับมาปรกติ
จากนั้นในหัวก็มีอักษรขึ้นมา"แสงเทพหยั่งรู้" เด็กน้อยมึนงงเล็กน้อย จากนั้นข้อมูลบางอย่างก็หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
“วิชาสายฟ้ากลืนปราน สายฟ้าลอยล่อง ดัชนีสายฟ้า เอ๋ วิชาเหล่านี้มาอยู่ในหัวเราได้อย่างไรกัน” เด็กน้อยเรียกวิชาสายฟ้ากลืนปรานมาอ่าน ก็ต้องตกใจ เพราะมันคือวิชาที่ทำให้สามารถดูดซับพลังจากผืนพิภพนี้ได้
เด็กน้อยรีบทำความเข้าใจ เมื่อผ่านไปเรื่อยๆ ร่างกายของเขาก็เต็มไปด้วยสายฟ้า แล้วเส้นสายฟ้าแต่ละเส้นราวกับมีหลุมดำขนาดใหญ่มันดูดพลังปราณจากธรรมชาติเข้าสู่ร่างกายของเขา จุดตันเถียน 4 สีของเขากำลังส่องสว่างขึ้นเรื่อยๆ เขานั่งทำความเข้าใจวิชาในความทรงจำของเขาจนถึงเย็น ในที่สุดเขาก็สำเร็จวิชาสายฟ้ากลืนปราณขั้นต้นแล้ว
เขาสำรวจพลังปราณของตนเองก็ไม่ทราบว่าเขาอยู่ระดับใด เพราะเขาไม่มีความรู้ความเข้าใจในการฝึกยุทธ เมื่อฝึกวิชาสายฟ้ากลืนปราณขั้นต้นแล้ว จากนั้นจึงเริ่มฝึกวิชาสายฟ้าลอยร่อง เขาทำความเข้าใจกับวิชานี้อย่างถ่องแท้ มันง่ายต่อการฝึกยิ่งนัก เขาลองฝึกไปตามที่วิชาบอก เท้าของเขาก็มีสายฟ้าล้อมลอบ จากนั้นร่างกายของเขาค่อยๆ ลอยขึ้นมาจากพื้น เขาก้าว 1 ครั้ง ก็ออกมาจากในบ้านร้างมาโผล่ด้านนอก
"ก้าวหนึ่งครั้งมาได้ไกลถึง 10 เมตร มันช่างเร็วยิ่งนัก"เมื่อเด็กน้อยเห็นเช่นนั้นก็เริ่มฝึกอย่างจริงจัง เพราะมันขะช่วยให้เขาเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว
เขาฝึกการใช้สายฟ้าลอยล่องตลอดทั้งคืนจนถึงเช้า ซึ่งไม่เกิดความหิวเลยแม่แต่น้อย ทำให้เด็กน้อยรู้สึกแปลกใจมาก
แต่เพราะได้ฝึกวิชาเขาจึงไม่สนใจ เขาทำความเข้าใจสายฟ้าลอยล่องอยู่ครึ่งเดือนเต็มๆ เขาก็สามารถใช้มันได้อย่างคล่องแคล่วเข้าขั้นหลอมรวม ยามที่เขาเคลื่อนไหว ทิ้งไว้เพียงเส้นแสงเส้นเล็กเพียงเท่านั้น ถึงแม่ว่าการฝึกวิชายสายฟ้าลอยล่องสำเร็จแล้ว แต่เขาก็ต้องฝึกเคลื่อนไหวให้คล่องตัว จนร่างกายมันตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวอัตโนมัติ
ตอนนี้เพียงแค่คิดเขาก็เคลื่อนย้ายที่ไปได้ไกลกว่า 100 เมตร ต่อการขยับเท้าหนึ่งครั้ง ถ้าใครมาตอนนี้คงคิดว่าในป่าแห่งนี้มีผีเป็นแน่ เส้นแสงสีม่วงถูกทิ้งไว้เป็นสายก่อนจะค่อยๆจางหายไป
วิชาสายฟ้ากลืนปราณ อีกเล็กน้อยก็จะเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแล้ว เขาจึงต้องฝึกให้หนักขึ้น เพื่อที่จะได้สำเร็จโดยไว
"วิชาเคลื่อนไหวมีแล้ว เราต้องมีวิชาโจมตีเช่นกัน " เขาเรียกวิชาดัชนีสายฟ้าที่อยู่ในความทรงจำขึ้นมา เพื่อทำความเข้า
วิชาดัชนีสายฟ้าคือการทำให้สายฟ้ามีเส้นเล็กๆแล้วยิงออกไปพิฆาตศัตรู ยิ่งทำให้เส้นเล็กมากเท่าไหร่ ศัตรูก็จะไม่เห็นการโจมตีของเขา
เขาฝึกวิชาดัชนีสายฟ้าตลอดหลายวันที่ผ่านมา แต่สายฟ้าที่ปล่อยออกไปยังมีขนาดใหญ่เท่าแขนอยู่ ทำให้เขาไม่ค่อยพอใจนัก เขาจึงใช้วิชายสายฟ้าลอยล่องพุ่งตรงเข้าไปในป่า การต่อสู้อาจจะช่วยทำให้เขาเข้าถึงวิชาดัชนีสายฟ้าได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อเขาเข้ามาถึงในป่า ก็เจอเข้ากับสัตว์อสูรพยัคโลกันต์ ซึ่งมีความเร็วเทียบเท่ากับเขา พยัคโลกันต์เมื่อเห็นมนุษย์เข้ามาในถิ่นที่อาศัย มันเตรียมตัวที่จะโจมตีเด็กน้อยเพื่อนำมาเป็นอาหารสำหรับวันนี้
เมื่อเด็กน้อยเห็นดังนั้นก็รวมพลังไว้ที่นิ้วมือทั้งห้า เมื่อเห็นว่าพยัคโลกันต์พุ่งเข้ามา เขาก็ยิงดัชนีสายฟ้าออกไฟ สายฟ้าที่มีความหนาเท่าข้อมือทำให้พยัคโลกันต์เห็นได้ชัดเจน มันกระโดดหลบอย่างว่องไว จากนั้นจึงพุ่งเข้าโจมตีอย่างรวดเร็ว
"ข้าต้องทำให้ได้ ข้าต้องทำให้ได้"เขาพึมพำประโยคเดิมๆซ้ำๆ
เขารวบรวมพลังอีกครั้งปลายนิ้วชี้สองแสงสายฟ้าเส้นเล็กๆ จากนั้นเขาก็ยิงออกไปทางพยัคโลกันต์ คราวนี้แสงดัชนีมีความเล็กเท่ากันสายป่านทำให้มันไม่สามารถมองเห็นได้ สายฟ้าพุ่งเข้าเจาะกระโหลกของมัน
โฮกก โฮกก
มันดิ้นรนเพราะความเจ็บปวดอยู่สักพัก จากนั้นมันก็ค่อยๆหยุดดิ้นและตายลงในที่สุด
"เฮ้ออ ในที่สุดก็ทำได้เสียที ต้องอยู่ในจุดที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายสินะถึงจะฝึกได้สำเร็จ"จากนั้นเขาลองใช้ดัชนีสายฟ้าอีกครับ คราวนี้เขาบีบให้มันเล็กเท่ากับเส้นด้ายแล้วยิงใส่ต้นไม้ เมื่อสายฟ้าที่ถูกยิงออกมาสัมผัสกับลำต้นมันก็ค่อยๆทะลุทะลวงเปลือกไม้จนเป็นรูและระเบิด
ตู้มมมม
ต้นไม้โค่นล้มลงบนพื้นเสียงดังก้องป่า ทำให้สัตว์อสูรตกใจวิ่งหนีกันไม่ไหว เด็กน้อยลากพยัคโลกันต์ออกจากป่าด้วยความรวดเร็ว จากนั้นก็มุ่งตรงเข้าเมืองเพื่อขายซากสัตว์อสูร เขาใช้ความเร็วขั้นสูงแบกร่างของมันตรงไปยังโรงประมูลในเมือง
เมืองที่เขาอยู่ตอนนี้คือเมืองจินเซียง ซึ่งเป็นเมืองขนาดกลางไม่ใหญ่มากนัก ชาวเมืองเห็นเด็กน้อยแบกพยัคโลกันต์เข้ามาก็รู้สึกตกตะลึงปนชื่นชม เขาแบกมันตรงไปยังโรงประมูลเมื่อมาถึงก็มีพนักงานชายเดินเข้ามา
"เจ้าเด็กน้อย จะขายซากสัตว์ตว์อสูรหรือ"พนักงานถามขึ้น
"ใช่ รับซื้อหรือเปล่า"เด็กน้อยถามขึ้น เพราะถ้าไม่ซื้อเขาก็จะนำไปขายที่อื่น
"รับ เจ้ารอสักครู่ ข้าไปตามผู้จัดการก่อน"พนักงานรีบเดินเข้าไปในห้องห้องหนึ่ง
"ผู้จัดการเหอ มีเด็กน้อยนำพยัคโลกันต์มาขายขอรับ"เขารีบรายงานเมืีอเข้ามาในเมือง
"ได้ ข้าจะออกไปดู"ชายวัยกลางคนแซ่เหอลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินตามพนักงานออกไป
โรงประมูลว่านถิง
ผู้จัดการเหอเดินตามพนักงานออกมา เมื่อเห็นว่ามีเด็กน้อยแต่งตัวเหมือนขอทานยืนรออยู่ข้างพยัคโลกันต์
"เจ้าจะขายสัตว์อสูรตัวนี้หรือ"ผู้จัดการเหอถามเด็กน้อยที่ทำหน้าตาใสซื่อ
"ใช่ ท่านจะให้ราคาเท่าไหร่"เด็กน้อยถามเขาแล้วมองไปที่พยัคโลกันต์
ผู้จัดการเหอเดินไปดูพยัคโลกันต์ใกล้ๆ จากนั้นจึงคิดคำนวณตัวเลขแล้วจึงหันมามองเขาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
"1 แสนเหรียญทอง เจ้าคิดว่าอย่างไร"ผู้จัดการเหอเอ่ยกับเขา พร้อมกับยืีนบัตรเงินให้กับเด็กน้อย
"ได้"เด็กน้อยตอบสั้นๆ แล้วรับบัตรเงินนั้นมา จากนั้นเขาจึงถามผู้จัดการเหอต่อ
"ถ้าข้าจะมาขายอีก ท่านยินดึรับซื้อหรือไม่"เด็กน้อยถาม เพราะกลัวว่าเขาจะไม่รับซืัออีก
"โรงประมูลว่านถิงรับซื้อหมด โดยเฉพาะแกนอสูร มันมีค่ามากกว่าเนื้ออสูรเสียอีก"ผู้จัดการเหอกล่าว
"แกนอสูรคืออะไร"เด็กน้อยถามขึ้นด้วยความสงสัยใคร่รู้
"มันคือแก่นที่เก็บพลังงานบริสุทธิ์ที่มนุษย์สามารถดูดซับพลังจากมันได้ แบบนี้ไง"อาวุโสเหอะหยิบแกนอสูรมาให้เทียนหลงดู ซึ่งมันคือลูกแก้วกลมๆเท่ากำปั้น
"มันอยู่ตรงไหนหรือ"เขาถามต่อ เพราะว่าตัวเขาไม่รู้จริงๆ
"มันอยู่ที่หัวของอสูร เพียงแค่เจ้าแหวกสมองออกก็จะเห็นแกนอสูรแล้ว ยิ่งสัตว์อสูรระดับสูงมากเท่าไหร่ แกนอสูรยิ่งมีราคา"อาวุโสเหอตอบ
"โอว เช่นนั้นคราวหน้าข้าจะเอาแกนอสูรมาขายท่าน"เมื่อพูดจบเขาก็เดินออกจากโรงประมูลว่านถิง
เขาเดินตรงไปที่ร้านขายเสื้อผ้าเพื่อเลือกซื้อชุดใหม่ แต่เมื่อเดินเข้าไปกับถูกพนักงานไล่ออกมาจากร้าน
"ออกไป เจ้าขอทานน้อย "เมื่อนางเอ่ยจบก็พยายามผลักเด็กน้อยออกไป จนคนเริ่มมุงดู
"มีอะไรกัน ถึงส่งเสียงโวยวาย"เถ้าแก่เดินออกมาแล้วถามขึ้น
"คือเจ้าขอทานนี้เดินเข้ามาในร้านเรา ข้าพยายามไล่แล้วแต่มันก็ไม่ยอมออกไป"หญิงสาวรีบเอ่ย
"ข้ามีเงิน"เด็กน้อยหยิบบัตรเงินสดออกมา ทำให้หญิงสาวถึงกับผงะตกตะลึง
"มาๆ เจ้าจะเอาเสืัอผ้าชุดไหน ก็เลือกได้เลย"เถ้าแก่เอ่ยออกมา
"ข้าเอาชุดสีดำนั่น 1 ชุด"เด็กน้อยชี้ไปที่ชุดนั้น เถ้าแก่รีบหยิบมาใส่ถุงให้กับเด็กน้อย จากนั้นจึงนำบัตรของเขาไปถอนเงินออกตามราคาเสื้อผ้า
ส่วนหญิงสาวที่เป็นพนักงานทำอะไรไม่ถูก จนเถ้าแก่ร้านเดินเข้ามาแล้วบอกให้นางขอโทษเด็กน้อยเสีย
"ขอโทษเขาสะ"เถ้าแก่สั่งให้เธอรีบขอโทษ เพราะยังไงเด็กน้อยตรงหน้าก็เป็นลูกค้า
"ขอโทษเจ้าคะ"เมื่อพนักงานเอ่ยขอโทษ แต่เด็กน้อยไม่สนใจ เขารึบเดินออกไปจากร้านเสื้อผ้าแล้วเดินตรงออกนอกเมืองเพื่อกลับบ้านร้างของตน
เมื่อมาถึงบ้านร้าง เขาก็ตรงไปด้านหลังของบ้านร้างซึ่งมีลำธารไหลผ่าน เขาถอดชุดออกแล้วเดินลงไปอาบน้ำ ที่คอของเขามีแหวนวงหนึ่งห้อยอยู่ เขาจึงสำผัสที่แหวนซึ่งเมื่อสัมผัส เขาพบว่าภายในแหวนมีที่ว่างขนาดใหญ่อยู่ อาจสามารถเก็บของได้
"หรือมันคือแหวนมิติกันนะ"เหมือนกับของผู้จัดการเหอนั้น เขานำมันมาสวมที่นิ้วมือจากนั้นเหมือนมีเข็มเจาะลงที่นิ้ว จากนั้นก็เหมือนการทำพันธะสัญญา แล้วแหวนก็ล่องหนหายไปจากนิ้วเขา แต่ยังสัมผัสได้ว่ามันยังอยู่ทึ่นิ้วเขา
เขาทดสอบนำบัตรใส่เข้าไปในแหวน แล้วนำมันออกมาปรากฎว่ามันคือแหวนมิตินั่นเอง ทำให้เขารู้สึกดีเป็นอย่างมาก เขารีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ ทำให้ตอนนี้เขาดูเหมือนคุณชาย
"ต่อไปเราจะเริ่มต้นใหม่ ถ้าอย่างนั้นเราก็ควรมีชื่อเรียกสินะ "เด็กน้อยคิดอยู่นาน ก็จำได้ว่าที่แหวนมีคำว่าเซียวอยู่
"เซียวหลินก็แล้วกัน"เขาตั้งชื่อให้ตัวเองตามใจชอบ
เซียวหลินเดินกลับเข้ามาในบ้านร้างอย่างเหนื่อยอ่อน จากนั้นเขาก็หลับไป
เมื่อตื่นเช้ามาเขาก็รีบเข้าไปในป่าเพื่อล่าสัตว์อสูร วิชาสายฟ้าลอยร่องทำให้เขาเขาเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเข้าไปได้ไม่นาน เขาเจอวัวกระทิงสามเขา ซึ่งปรกตกมันจะอยู่เป็นฝูง แต่ตอนนี้เขาเจอมันตัวเดียว เขาเคลื่อนไหวด้วยความเร็วแล้วยิงดัชนีสายฟ้าเข้าใส่มันด้วยความเร็วที่วัวกระทิงสามเขาไม่ทันตั้งตัว มันยืนช็อตสักพักจากนั้นก็ล้มลง
ตึง ตู้มมมม
เซียวหลินรีบเดินเข้าไปแล้วเก็บลงแหวนมิติที่มันล่องหนอยู่ จากนั้นเขาก็พุ่งเข้าไปด้านในป่าลึกเข้าไปเรื่อยๆ
เขาเข้ามาในป่าลึกก็พบถ้ำขนาดใหญ่จึงเปิดใช้แสงเทพหยั่งรู้มองไปด้านใน เขาเห็นภายในมีสมบัติมากมาย และไม่เห็นสัตว์อสูรเขารีบเดินเข้าไปอย่างเร็ว เมื่อเข้าไปถึงห้องโถง เขาเจอสมุนไพรระดับ 3 มากมาย ซึ่งเป็นสมุนไพรที่มีค่ามาก
"ข้ารวยแล้ว ต้องรีบเก็บ"ว่าแล้วเขาก็รีบเก็บสมุนไพรใส่แหวนมิติ แล้วมองไปยังกองสมบัติ ซึ่งมีทั้งเหรียญทอง ตำราวิชา และแกนอสูรซึ่งมีมากถึง 200 ลูก เขากวาดทุกอย่างลงแหวนมิติจนหมด ระหว่างที่เขากำลังจะออกไป เขาก็เห็นบ่อน้ำเล็กๆ มีน้ำอยู่ไม่มาก เขารีบนำขวดน้ำที่มีติดตัวตักเข้าไปซึ่งก็ได้ 1 ขวดพอดี
เซียวหลินลองดื่มดูก็พบว่าพลังในตันเถียนเพิ่มขึ้นนิดหน่อย เขาจึงดื่มเข้าไปอีกหลายอึกจนในที่สุดพลังในตันเถียนก็ถึงขีดจำกัด
ปัง ปราณเริ่มต้นขั้นที่ 8
แต่เมื่อเขากำลังจะดื่มน้ำอีก ก็พบว่าน้ำหมดแล้ว เขามองในบ่อก็พบว่ามันไม่เหลือแล้ว เซียวหลินรีบออกจากถ้ำแล้วหายเข้าไปในป่า เมืีอเขาออกจากถ้ำได้ไม่นาน ก็มีสัตว์อสูรเดินเข้าไปด้านใน เมื่อพบว่าสมบัติและน้ำในบ่อหายไป มันก็ส่งเสียงคำรามไม่หยุด
มันพุ่งออกจากถ้ำด้วยความเร็วเพื่อตามหาคนทึ่ขโมยของของมันไป โดยตามจากกลิ่นตัวของเซียวหลิน
ตอนนี้เซียวหลินรับรู้ได้จากแสงเทพหยั่งรู้ว่ามีสัตว์อสูรกำลังตามเขามา เซียวหลินจึงขึ้นไปบนต้นไม้แล้วซุ่มรอดูว่ามันคือตัวอะไร
เขารอไม่นานก็เห็นตัวมันแล้ว หมาป่าเงา เป็นสัตว์อสูรประเภทความเร็ว มีกรงเล็บแหลมคม มีเขี้ยวที่แข็งแกร่ง เมื่อมันมาถึงมันพุ่งเข้าใส่ที่เซียวหลินซ่อนตัวอยู่
"เอ๋ มันรู้ว่าเราอยู่ตรงไหนได้อย่างไรกัน"เขาอุทานออกมา จากนั้นจึงสังเกตุที่จมูกมัน ทำให้เขาเข้าใจแล้วว่ามันรู้ที่ซ่อนของเขาได้อย่างไร เซียวหลินใช้สายฟ้าลอยล่องหลบฉากออกมาอย่างเร็วไวพร้อมตั้งท่าเตรียมต่อสู้
เมื่อมันโจมตีครั้งแรกไม่โดนก็ยิ่งทำให้มันโมโห มันตั้งหลักได้ก็พุ่งเข้าใส่อีกครั้งหวังจะใช้กรงเล็บฉีกร่างของเซียวหลิน
"แกคิดว่าข้าจะยอมให้แกโจมตีฝ่ายเดียวหรือ"เซียนหลินยิงดัชนีสายฟ้าสิบสายออกไป เพราะมันเร็วมาก เขาจึงใช้สายฟ้าสิบสายเพื่อเป็นการล้อมกรอบมัน สายฟ้าโดนตัวมันจนมันหยุดชะงักไปนิดหน่อย เซียวหลินจึงใช้โอกาสนี้เคลื่อนที่เข้าไปตรงหน้ามันแล้วใช้หมัดต่อยเข้าไปที่กระโหลกของมัน
รอบๆหมัดของเขามีสายฟ้าล้อมรอบ เมื่อหมัดสำผัสกับหน้าผากของมัน ก็ทำให้กระโหลกของมันเปิดออกจนเห็นแกนอสูรที่ส่องแสงสีขาว เขารีบคว้าแกนอสูรแล้วดึงออกมา
โฮกกกก โฮกกกก
มันคำรามด้วยความเจ็บปวดอยู่ไม่นาน ลมหายใจสุดท้ายของมันก็ดับลง เขารีบเก็บซากของหมาป่าเงาแล้วรีบออกจากป่าอย่างรวดเร็ว เพราะเขาเห็นจากระยะไกลว่ามีคนกลุ่มหนึ่งกำลังมา เขาจึงรีบออกจากป่ากลับมาที่บ้านร้าง
เมื่อสำรวจแล้วว่าไม่มีใครตามมา เขาเอาสมบัติที่ได้จากถ้ำออกมาดูว่ามีสิ่งใดบ้าง เขาเริ่มแยกออกเป็นกลุ่มย่อย
"มีเหรียญทองตั้ง 10 ล้านเหรียญ เราหาซื้อบ้านสักหลังในเมืองได้สบายเลย "เขาแยกเหรียญทองเก็บใส่แหวนมิติไว้ จากนั้นจึงดูอย่างอื่นต่อ
มีหนังสือ 2 เล่ม เริ่มแรกคือตำราค่ายกลต่างๆ เริ่มที่ 2 วิชาดาบสายฟ้า
"เป็นตำราค่ายกลที่ละเอียดจริงๆ น่าจะเป็นตำราระดับสูงเป็นแน่ มีทั้งค่ายกลโจมตี ป้องกันและการเขียนค่ายกลลงกระดาษยันต์ ส่วนอีกเล่มเป็นวิชาดาบที่เหมาะกับธาตุสายฟ้าของข้ายิ่งนัก"เขาอ่านหนังสือทั้งสองเล่มจนจบ เพราะเซียวหลินเป็นคนมีความจำดี แค่อ่านครั้งเดียวเขาก็สามารถจำได้หมดแล้ว
เขาเก็บหนังสือสองเล่มลงแหวนและเก็บข้าวของที่แยกไว้ลงแหวนรอไปที่โรงประมูลว่าถิงเขาจะขายทีเดียวเลย แต่ระหว่างนั้นเขาเห็นว่ามีกลุ่มคนกำลังเดินเข้ามาที่นี่ เซียวหลินรีบออกทางด้านหลังแล้วเคลื่อนไหวด้วยความเร็วตรงไปยังประตูเมือง
ส่วนกลุ่มคนที่มาไม่ใช่ใครอื่น นอกจากคนที่ชอบแกล้งเซียวหลินตลอด ที่พวกมันมาครั้งนี้เพราะได้ยินว่าเซียวหลินขายสัตว์อสูรได้เงินมาเยอะ มันคิดจะมาปล้น พวกนี้มีพลังปราณเริ่มต้นขั้น 4 เพียงเท่านั้น แต่เซียวหลินไม่อยากมีปัญหา เพราะพวกมันอยู่ในตระกูลใหญ่ของเมืองแห่งนี้
ซื้อบ้าน
เซียวหลินเดินทางเข้าเมืองและตรงไปที่จวนเจ้าเมืองเพื่อหาซื้อบ้านหลังเล็กอยู่ เพราะว่าเขาตัวคนเดียว เแาแค่พออยู่ได้ก็เพียงพอแล้ว เมื่อเดินมาถึงทางเข้าจวนเจ้าเมือง ก็มีทหารที่เฝ้ายามอยู่เข้ามาขวางไว้
"เจ้าต้องการสิ่งใดถึงได้มาที่แห่งนี้"
"ข้าจะมาซื้อบ้านสักหลังหนึ่ง ไม่ทราบว่าต้องไปพบใครหรือ"
"เช่นนั้นก็ตามข้ามา"ทหารยามเมื่อได้คำตอบ เขาก็พาเซียวหลินเดินเข้าไปภายในจวน ตรงส่วนการซื้อขายที่ดิน
"ท่านผู้ช่วย เด็กคนนี้จะมาซื้อบ้านขอรับ"ทหารยามรายงานจบก็เดินออกไปทำหน้าที่ต่อ
"เจ้าต้องการบ้านแบบไหน ข้าจะได้หยิบแบบได้ถูก"ชายชราถามเซียวหลิน
"ขอหลังเล็กก็เพียงพอแล้ว ข้าอยู่คนเดียว"เซียวหลินบอกจุดประสงค์และความต้องการของขนาดบ้าน
จากนั้นชายชราจึงส่งแบบบ้านซึ่งมีขนาดเล็กให้เซียวหลินดู เขาหยิบมาแล้วเปิดดูอย่างสนใจ จรพบกับบ้านหลังหนึ่ง หลังไม่ไหญ่มากแล้วอยู่ในตลาดที่อยู่ไม่ไกลจากโรงประมูลว่านถิง
"ข้าเอาหลังนี้ขอรับ"เขาชี้บอกกับชายชรา
"หลังนี้ 5 แสนเหรียญทอง"ชายชราบอกราคากับเซียวหลิน
เด็กน้อยหยิบเหรียญทองจากอกเสืัอส่งให้กับชายชรา ตอนนี้เขามีเหรียญทองเหลือใช้ การซื้อบ้านในราคานี้ถือว่าไม่เป็นปัญหา
เมื่อชายชรานับเสร็จ เขาก็เขียนใบซื้อขายให้กับเซียวหลินพร้อมกับมอบกุญแจให้กับเขา
"ขอบคุณผู้อาวุโส"้เขาคาราะวะครั้งหนึ่งแล้วเดินออกจากจวนเจ้าเมืองตรงไปที่บ้านหลังน้อยในทันที
เมื่อมาถึงเขาหยิบกุญแจแล้วเปิดเข้าไป เมื่อเห็นว่าภายนอกบ้านเรียบร้อยดีเขาปิดประตูบ้านแล้วเดินเข้าไปดูภายในตัวบ้าน ซึ่งมีเพียง 1 ห้องนอนกับ1 ห้องนั่งเล่น เพียงพอสำหรับการอยูีคนเดียวยิ่งนัก
ส่วนนอกบ้านก็มีสวนขนาดเล็ก สามารถใช้ฝึกวิชาได้อยู่ เขาหยิบหนังสือค่ายกลขึ้นมาอ่าน แล้วทำความเข้าใจ
"ใช้พลังปราณในการวาดแล้วใช้คนอบคลุมพื้นที่นั้นๆ ยิ่งพลังปราณแข็งแกร่ง ค่ายกลก็จะมีความทนทานสามารถปัองกันได้ในระดับหนึ่ง"เขาอ่านทำความเข้าใจหนังสือเล่มนั้นตลอด 3 วัน
เซียวหลินค่อยๆทำการวาดค่ายกลตามหนังสืออย่างทุลักทุเลในครั้งแรก แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ผ่านไปวันแล้ววันเล่าที่เขาฝึกการวาดค่ายกลป้องกันและค่ายกลสังหาร
"ลองวาดใช้งานจริงเลยแล้วกัน"เขาทำสมาธิอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงวาดค่ายกลป้องกันด้วยความเร็วพร้อมกับใส่พลังปราณเข้าไปเต็มที่ จากนั้นส่งขึ้นไปด้านบนให้มันครอบคลุมบริเวณเขตบ้านของเขาอย่างพอเหมาะพอดี
เมื่อเขาทำสำเร็จ ม่านพลังที่เกิดจากค่ายกลก็จางหายไป มันจะทำงานก็ต่อเมื่อมีผู้บุกรุกเข้ามา
"ต่อไปก็เสริมด้วยค่ายกลสังหาร ใช้สายฟ้าที่เป็นธาตุประจำตัวของเราก็แล้วกัน"
เขาถ่ายเทสายฟ้าเข้าไปในค่ายกลจนคิดว่ามันน่าจะเพียงพอที่จะสังหารคนได้ เขาจึงหยุด
"กินพลังปราณของเราเกือบหมดตัวเลยหรือเนี่ย"ทำให้เขาต้องนั่งฟื้นฟูพลังด้วยการโคจรวิชายสายฟ้ากลืนปราณ ดูดพลังจากธรรมชาติเข้ามาเติมเต็มภายในร่างกายของเขา
"นี่ก็หลายวันแล้ว เอาสัตว์อสูรสองตัวนั้นไปขายดีกว่า"เขาพูดจบก็เดินออกจากบ้านตรงไปที่โรงประมูลว่านถิง
ตลอดสองข้างทางมีของขายมากมาย แต่เขามุ่งตรงไปที่โรงประมูลอย่างเดียว ตอนนี้หมาป่าเงาและวัวกระทิงสามเขายังคงสดใหม่เหมือนเพิ่งฆ่ามา เขาเดินเข้าไปด้านในโรงประมูล ซึ่งพอดีกับที่ผู้จัดการเหอเดินออกมาจากห้องห้องหนึ่ง
"ผู้จัดการ ข้ามีสัตว์อสูรมาขายให้ท่าน"เซียวหลินเดินไปหาผู้จัดการเหอแล้วรีบบอกกับเขา
"ถ้าอย่างนั้นเข้าไปในห้องกันเถอะ"เขาพาเด็กน้อยเข้าไปในห้องที่เพิ่งออกมาแล้วปิดประตู เมื่อหันกลับมาเซียวหลินก็นำสัตว์อสูรทั้งสองตัวออกมาแล้ว ซึ่งมันมีขนาดใหญ่พอสมควร
"นี่เจ้าล่ามาเองหรือ"เขาถามเซียวหลินอย่างสงสัย เพราะว่าตอนนี้เขาอายุเพียงแค่ 12 ปีเท่านั้น
"เปล่า ท่านอาจารย์ของข้าเป็นคนล่า ส่วนข้าแค่นำมาขายเท่านั้น"เซียวหลินเป็นเด็กฉลาด ถ้าบอกว่าล่ามาเองผู้จัดการเหอคงสงสัยเป็นแน่ การนำบุคคลที่สามมาเกี่ยวข้องจึงน่าจะดีกว่า
"อ้อ"จากนั้นเขาจึงเดินไปสำรวจซากสัตว์อสูรทั้งสองตัว แล้วขมวดคิ้วมุ่น
"หมาป่าเงาไม่มีแกนอสูร ราคาจะตกสักหน่อยนะ"เมื่อเขาพูดเช่นนั้น เซียวหลินก็ไม่ว่าสิ่งใด เพราะแกนอสูรมันช่วยเพิ่มพลังไดั เขาจึงจะเก็บเอาไว้เอง
"ทั้งหมดข้าให้ 5 แสนเหรียญเงิน เจ้าว่าราคานี้เป็นอย่างไร"ผู้จัดการเหอหันมาพูดกับเขา
"ตกลงตามนั้น"เซียวหลินตอนนี้ไม่ขาดแคลนเหรียญทอง และราคาที่เขาว่ามานั้นก็สมเหตุสมผลดี
"ข้ามีสมบัติพวกนี้ด้วย ไม่ทราบว่าท่านรับซื้อด้วยหรือไม่"เขานำพวกสมบัติอื่นๆที่ตัวเขาคิดว่าไม่จำเป็นออกมา แต่เมื่อผู้จัดการเหอเห็นแบบนั้นก็ต้องตกใจ เพราะมันมีมากมายนัก
"รับสิ รับอยู่แล้ว"เขาเดินเข้าไปเช็คของและเริ่มตรวจประเมินราคา ผ่านไป 1 ชั่วยาม เขาก็ตรวจนับเสร็จ
"ทั้งหมดนี้ 2.5 ล้านเหรียญทอง"เซียวหลินพยักหน้ารับ ผู้จัดการเหอจึงส่งเหรียญทองให้เขา 3 ล้านเหรียญ แล้วเก็บของลงแหวนมิติอย่างไว
"อัอ ข้ายังมีแกนอสูรอีกนิดหน่อย เชิญท่านประมินราคาให้ด้วย"เขาโบกมือทีหนึ่งแกนอสูร 200 ลูกก็กองอยู่ตรงหน้าผู้จัดการเหอซึ่งตอนนี้อึ้งตะลึงตาค้างไปแล้ว
"เจ้าจะขายหมดนี่เลยหรือ"เขารีบหันหน้ามาถามเซียวหลิน
"ใช่ อาจารย์บอกว่ามันน่าจะเพียงพอให้ข้ามีใช้จ่ายไม่ขาด เพื่อให้ข้ามีเวลาฝึกวิชาได้มากขึ้น"เด็กน้อยรีบอ้างอาจารย์ที่เขาอุปโหลกขึ้นมาเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ
ผู้จัดการเหอรีบตรวจนับอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงคัดแยกออกเป็นกองๆเพื่อแบ่งระดับของมันแล้วเริ่มคำนวนเหรียญทองให้กับเซียวหลิน
"ทั้งหมด 10 ล้านเหรียญทอง"เขายื่นบัตรให้เซียวหลิน 10 ใบ เป็นบัตรใบละ 1 ล้านเหรียญ
"ขอบคุณ ไว้ข้าออกไปฝึกวิชา ถ้าได้สัตว์อสูรมาอีก ข้าจะมาหาท่าน"เซียวหลินพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแลัวก็เดินออกจากห้องไป
ระหว่างที่เขาเปิดประตูออกไป ก็พอดีกับทึ่มีสาวสวยกำลังเปิดประตูเช่นกัน แต่เซียวหลินไม่สนใจเดินผ่านออกไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทำให้หญิงสาวรู้สึกแปลกใจ ปรกติถ้าชายหรุ่มเห็นนางก็อยากมาทำความรู้จัก
"ช่างเป็นเด็กที่น่าสนใจยิ่งนัก"นางพูดเสร็จก็เดินเข้ามาในห้อง
"คุณหนูชางเย่ ไม่คิดว่าคนที่ถูกส่งมาเมืองเล็กๆแห่งนี้จะเป็นท่าน"ผู้จัดการพูดกับนางด้วยรอยยิ้มและมองนางด้วยความเคารพ
"เมืองเล็กๆแต่มีสิ่งที่น่าสนใจ ก็น่ามาอยู่"ชางเย่เอ่ยตอบผู้จัดการเหอ
"ว่าแต่ชายหนุ่มคนนั้นเป็นใครกันหรือ ที่เพิ่งสวนกับข้าเมื่อครู่นี้"นางถามผู้จัดการเหอถึงเซียวหลินที่เดินออกไป
"เขานำสัตว์อสูรและแกนอสูรมาขาย มีสิ่งใดหรือ"เขามองนางแล้วตอบคำถาม
"ก็แค่น่าสนใจดี "ชางเย่ตอบแล้วเปลี่ยนเรื่องคุย
นางถูกส่งมาที่นี่ที่จริงคือต้องการหนีชายคนหนึ่งที่ตามตื้อนางจนนางรู้สึกรำคาญ จึงได้มาในที่ทุรกันดารเช่นนี้
เซียวหลินเมื่อออกจากโรงประมูลว่านถิง ก็แวะซืัอของกินของใช้จากนั้นจึงเดินกลับบ้าน แต่ระหว่างทางก็เจอเข้ากับพวกของเด็กหนุ่มทึ่คอยกลั่นแกล้งเซียวหลิน
"ไอ้ขอทาน เจอเจ้าก็ดี ข้าหาตัวเจัามาหลายวันแล้ว"ชายที่เป็นหัวหน้าเอ่ยออกมา
"จางหยุน เจ้าหาข้ามีสิ่งใดอย่างนั้นหรือ"เขาไม่เข้าใจว่าเด็กพวกนี้ตามหาเขาทำไม
"555 ได้ข่าวว่าเจ้าขายสัตว์อสูรได้เงินหลายอยู่ กลัวว่าจะใช้ไม่หมด จึงอย่กจะมาช่วยใช้ด้วยเท่านั้น"จางหยุนบอกจุดประสงค์ของมันออกมา
"อ้อ นี่เจ้ากลายเป็นขอทานแล้วหรือ ถึงได้มาเที่ยวขอเงินคนอื่น"เซียวหลินพูดพร้อมกับยิ้มเยาะกับความหน้าด้านของจางหยุน
"นี่เจ้ากล้าว่าข้าเป็นขอทานเหรอ จางหยางล้อมมัน วันนี้ข้าจะหักแขนมัน"จางหยุนบอกกับผู้ติดตามของมันใหัช่วยกันเข้าปิดล้อมเซียวหลิน