รวบหนุ่มแสบ ปลอมใบอนุญาต รปภ. ให้บริษัทต่างๆ
พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น. และคณะทำงานสืบสวนสอบสวน คดีปลอมใบอนุญาต รปภ. ร่วมแถลงข่าวจับกุมคดีปลอมใบอนุญาตพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.)
นายนัฐวุฒิฯ หรือ นัฐ อายุ 37 ปี ถูกตำรวจจับกุมได้พร้อมยึดของกลาง เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ปริ้นเตอร์ และเอกสารที่พบร่องรอยตราประทับ ที่ใช้ประทับบนเอกสารแบบ ธภ.7 ปลอม โดยจับกุมได้ที่สำนักงานฝ่ายอำนวยการ 5 กองบังคับการอำนวยการ ถนนศรีอยุธยา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร และแจ้งข้อหา “ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม”
พฤติการณ์กล่าวคือ ด้วยกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งตาม พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ.๒๕๕๘ ถือว่าเป็นนายทะเบียนประจำกรุงเทพมหานคร ได้ตรวจพบว่ามีใบอนุญาตรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต (แบบ ธภ.๗) ไม่ถูกต้อง โดยมิใช่เป็นใบอนุญาตที่นายทะเบียนออกให้ จึงได้ตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนขึ้น จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า มีบุคคลไปหลอกลวงบริษัทผู้ประกอบการธุรกิจรักษาความปลอดภัย โดยแอบอ้างว่า สามารถดำเนินการประสานงานกับนายทะเบียนใบอนุญาตพนักงานรักษาความปลอดภัย (ฝอ.๕ บก.อก.บช.น.) เพื่อเดินเรื่องในการออกใบอนุญาตหรือต่อใบอนุญาตพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต (แบบ ธภ.๗) ได้ โดยคิดค่าดำเนินการ แต่ปรากฏว่าใบอนุญาตที่ทางบริษัทผู้ประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย ได้รับไปนั้นเป็นใบอนุญาตที่นายทะเบียนกรุงเทพมหานครไม่ได้ออกให้แต่อย่างใด ถือได้ว่าเป็นเอกสารราชการปลอม ฝ่ายสืบสวน และฝ่ายสอบสวน ได้ทำการสืบสวนสอบสวนเรื่อยมา จนกระทั่งทราบว่านายนัฐวุฒิฯ หรือนัฐ ซึ่งทำงานเป็นผู้อำนวยการบริษัทฯ ที่เป็นศูนย์ฝึกพนักงานรักษาความปลอดภัย ได้ไปหลอกลวงบริษัทต่างๆ โดยอ้างว่าสามารถดำเนินการเดินเรื่อง ออกใบอนุญาตให้พนักงานรักษาความปลอดภัยของทางบริษัทฯ ได้ ทางบริษัท หลงเชื่อ จึงได้ให้ดำเนินการ จากนั้นผู้ต้องหาออกใบอนุญาตปลอมให้
ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังรับสารภาพว่า ตนเองได้ทำปลอมเอกสารดังกล่าวของทั้งสองบริษัทดังกล่าวขึ้นจริง โดยใช้เติมคำในแบบฟอร์ม และได้ทำตราประทับขึ้นมา และทำการประทับตราที่ใบอนุญาตปลอมดังกล่าว โดยการพิมพ์แบบฟอร์มนั้น ใช้คอมพิวเตอร์ของบริษัทฯ ที่ตนเองทำงานอยู่ และใช้ปริ้นเตอร์ของทางบริษัทฯ ด้วย และจากนั้น ได้ยินยอมให้ทำการตรวจยึด และตรวจค้น โดยทางบริษัทฯ ที่ผู้ต้องหาทำงานอยู่ ยินยอมให้ทำการตรวจยึดและตรวจค้น ผลการตรวจค้น ยังพบเอกสารที่เป็นร่องรอยหมึกตราประทับกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งต้องใช้ประทับบนแบบฟอร์ม อยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานของผู้ต้องหา ส่วนแบบฟอร์มที่ใช้ทำปลอมนั้น ตนเองได้ลบจากเครื่องคอมพิวเตอร์ไปแล้ว และตราประทับที่ขึ้นได้ทิ้งขยะ และรถขยะขนขยะไปทิ้งแล้ว ฝ่ายสืบสวน จึงได้ตรวจยึดคอมพิวเตอร์ ปริ้นเตอร์ เพื่อส่งให้ผู้เชี่ยวชาญ ทำการกู้ข้อมูล ต่อไป