“พิชัย” ย้ำขึ้นภาษี VAT อยู่ระหว่างการศึกษา ต้องดูข้อดีข้อเสีย
“พิชัย” ย้ำเป็นการศึกษาเรื่องขึ้นภาษี VAT ต้องดูข้อดีข้อเสีย ยังไม่ได้กำหนดจะได้ข้อสรุปเมื่อไหร่ หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลจำนวนมาก
4 ธ.ค. 2567 นายพิชัย ชุณหวิชร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึง แนวคิดการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ของรัฐบาลจากที่ปัจจุบันเก็บอยู่ที่ 7% ว่า แนวคิดดังกล่าวอยู่ในระหว่างการศึกษา และแนวโน้มโลกทำอย่างไรก็ขอเวลากลับไปศึกษา ส่วนจะใช้ระยะเวลาการศึกษานานขนาดไหนนั้น ก็ต้องดูทั้งหมดในภาพรวม
ส่วนกรณีที่มีคำถามว่าการจะขึ้นภาษี VAT จาก 7% ไป 10% ยังไม่สามารถทำได้แล้วจะขึ้นไป 15% ได้หรือไม่ นายพิชัย กล่าวว่า “เรื่องนี้ขอดูการศึกษา ต้องดูข้อดีข้อเสีย แต่จะตัดสินใจอย่างไร ต้องดูผลประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม”
อย่างไรก็ดีเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายพิชัย ได้กล่าวบนเวทีสัมมนาว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เร่งพิจารณาเรื่องการปรับโครงสร้างภาษี เพื่อสนับสนุนเรื่องการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล โดยจะดำเนินการเป็นแพ็คเกจ อาทิ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งปัจจุบันทั่วโลกจัดเก็บกันที่ราว 15% แต่ของไทยเก็บอยู่ที่ 20% ดังนั้นรัฐบาลต้องคิดว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ภาษีดังกล่าวปรับลดลงมา เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้
ขณะเดียวกัน ก็ต้องพิจารณาควบคู่กันไปว่าว่าหากมีการลดอัตราภาษีในส่วนดังกล่าวลงแล้ว จะต้องไปปรับเพิ่มภาษีในส่วนใด เพื่อช่วยสนับสนุนเรื่องการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล ซึ่งภาษีที่มีส่วนสำคัญ คือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่จัดเก็บจากการบริโภคของไทย ซึ่งปัจจุบันเก็บที่ 7% ถือว่ายังอยู่ในอัตราต่ำ ขณะที่ทั่วโลกจัดเก็บที่อัตรา 15-25% ส่วนจะเพิ่มเป็นเท่าไรนั้น จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะเป็นเรื่องที่อ่อนไหว ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย
โดยหลังจากนั้นได้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องการปรับขึ้นภาษี VAT ตามมาในโซเชียลมีเดียเป็นจำนวนมาก