โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พระราชธิดา” เมืองใด ที่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงทูลขอ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 27 ธ.ค. 2567 เวลา 05.31 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2567 เวลา 07.28 น.
ภาพเขียนพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ณ วงเวียนใหญ่ ธนบุรี

ในประวัติศาสตร์ของกรุงธนบุรี และสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี หรือพระเจ้าตากสินมหาราชนั้น เรื่อง หนึ่งซึ่งเป็นที่น่าสนใจคือ พระองค์ทรงทูลขอ “พระราชธิดา” พระเจ้ากรุงจีนจริงหรือไม่ ถ้าไม่ใช่แล้วเป็นเมืองใดกันแน่

การติดต่อราชสำนักจีน

เมื่อแรกสถาปนากรุงธนบุรี พระองค์ทรงต้องการให้ราชสำนักจีน “รับรองสถานะ” สำหรับพระเจ้าแผ่นดินกรุงสยามผู้กอบกู้บ้านเมืองขึ้นใหม่ จึงมีรับสั่งให้จัดร่างพระราชสาส์น, แต่งคณะทูต, เครื่องราชบรรณาการไปเจริญพระราชไมตรีกับจีน

ด้วยการได้รับการรับรองจากจีนสามารถใช้อ้างอิงสิทธิอันชอบธรรมของการเป็นกษัตริย์ต่อดินแดนภายนอก ขณะที่ในทางการค้าก็มีผลประโยชน์ในการจัดแต่งสำเภาไปค้าขาย ฯลฯ

ไม่ได้มีเรื่องทูล “ลูกสาว” พระเจ้ากรุงจีนแต่อย่างไร เพราะพระองค์มีพระชาติกำเนิดเป็นสามัญชนชาวจีน แม้จะได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน แต่ก็เป็นบ้านเมืองขนาดเล็กที่อยู่ห่างไกล จึงดูเป็นเรื่องไกลเกินตัว

เจ้านายเมืองใดที่ทูลขอ

ส่วนเจ้านายสตรีผู้ที่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงมีพระราชประสงค์ทูลขอคือ “พระยอดแก้วกัลยานีศรีกระษัตริย์” พระราชธิดาของพระเจ้าสิริบุญสาร เจ้านครเวียงจันท์ (1 ใน 3 นครรัฐแห่งอาณาจักรล้านช้างขณะนั้น ได้แก่ นครเวียงจันท์, นครหลวงพระบาง และนครจำปาศักดิ์)

แล้วเหตุสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีจึงทรงทูลขอ พระยอดแก้วกัลยานีศรีกระษัตริย์

เรื่องมีอยู่ว่า หลังจาก พระไชยองค์เว้ เจ้านครเวียงจันท์เสด็จสวรรคต เกิดความวุ่นวายในแผ่นดิน เหล่าขุนนางพาครอบครัวของพระองค์หนีไปพึ่ง เจ้าพระวรปิตา เมืองหนองบัวลุ่มภู ทำให้พระราชโอรสคนหนึ่งของพระไชยองค์เว้ทรงสามารถชิงราชสมบัติคืน และขึ้นเสวยราชสมบัติเป็น “พระเจ้าสิริบุญสาร”

อยู่มาเจ้าพระวรปิตากราบบังคมทูลขอพระราชทานตำแหน่ง “เจ้าอุปราช” แต่พระเจ้าสิริบุญสารทรงปฏิเสธ ด้วยเป็นตำแหน่งสำหรับเชื้อพระวงศ์ลาวเท่านั้น ทั้งสองจึงเกิดขัดแย้งกันรุนแรง มีการสู้รบอยู่หลายปี

สุดท้ายเจ้าพระวรปิตาอพยพหนีไปซ่องสุมผู้คนอยู่ที่เมืองดอนมดแดงในเขตจังหวัดอุบลราชธานี แล้วให้ทูตนำเครื่องราชบรรณาการ มาขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี พระเจ้าสิริบุญสารทรงทราบเรื่อง จึงมีพระราชดำริให้ส่งราชทูตมาเชื่อมสัมพันธไมตรีกับสยามบ้าง และกล่าวถึงเรื่องเจ้าพระวรปิตาตั้งตัวเป็นกบฏต่อนครเวียงจันท์

ข้อเสนอคณะลูกขุนสยาม

สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ก็ทรงยินดีที่จะผูกพระราชไมตรีกับพระเจ้าสิริบุญสาร เพื่อร่วมกันต่อต้านอำนาจของกองทัพพม่า โปรดเกล้าฯ ให้คณะทูตอัญเชิญพระราชสาส์นและเครื่องราชบรรณาการไปเจริญพระราชไมตรี พร้อมรับสั่งให้เจ้าพระยานครราชสีมายกไพร่พลไปสมทบกับกองทัพเวียงจันท์ในการเข้าตีเมืองดอนมดแดงของเจ้าพระวรปิตา

ในการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ครั้งนี้ คณะลูกขุนฝ่ายสยามได้หารือและเห็นพ้องต้องกัน ขอให้อัครมหาเสนาบดีฝ่ายเวียงจันท์ช่วยเป็นธุระนำความขึ้นกราบบังคมทูล ขอพระราชทานพระราชธิดาเจ้านครเวียงจันท์มาเป็นพระอัครมเหสีสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ซึ่งพระองค์ก็ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้เป็นไปตามคณะลูกขุน

หากพระเจ้าสิริบุญสารเมื่อรับพระราชสาส์นแล้ว มิได้ทรงจัดการอันใด ด้วยเวลานั้นหลวงพระบางที่เป็นคู่อริมีการผลัดแผ่นดิน จึงทรงใช้โอกาสนี้เปิดศึกกับหลวงพระบาง และทรงยุยงให้พม่ายกกำลังมาช่วย สยามเองทราบข่าวนี้แล้วก็เห็นว่า พระเจ้าสิริบุญสารฝักใฝ่ราชสำนักพม่า

พระเจ้าสิริบุญสารจึงทรงมีพระราชสาส์นมาว่า จะแต่งขบวนเชิญเสด็จขึ้นไปรับ “พระยอดแก้วกัลยานีศรีกระษัตริย์” ลงมายังกรุงธนบุรีในเดือนยี่ และทรงแก้ต่างว่า มิได้สมัครพระราชหฤทัยเข้ากับพม่า หากถูกบีบบังคับเอาพระราชโอรสและพระราชนัดดาไปเป็นตัวประกัน

เวลานั้นสยามทำสงครามติดพันอยู่กับกองทัพพม่า สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีจึงโปรดเกล้าฯ ให้แจ้งกลับไป ว่า ไม่อาจจัดส่งขบวนเชิญเสด็จขึ้นไปรับพระยอดแก้วกัลยานีศรีกระษัตริย์ลงมายังพระนครธนบุรีได้

เหตุพลิกผัน

ฝ่ายพระเจ้าสิริบุญสารศัตรูคู่อาฆาตของเจ้าพระวรปิตา เมื่อทรงทราบว่าเจ้าพระวรปิตาเกิดขัดแย้งกับเจ้านครจำปาศักดิ์ ก็โปรดเกล้าฯ ให้แม่ทัพยกลงไปตีเมืองดอนมดแดงจนแตกและประหารเจ้าพระวรปิตาบุตรเจ้าพระวรปิตาฝ่าวงล้อมหนีมาได้ จึงมีหนังสือไปถึงพระยานครราชสีมาว่า จะขอกองทัพยกไปแก้แค้นแทนบิดา พระยานครราชสีมานำความขึ้นกราบบังคมทูลให้ทรงทราบ

เมื่อสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงทราบ ก็ทรงพระพิโรธ มีพระราชดำรัสว่า เจ้าพระวรปิตาขอเป็นข้าขอบขัณฑสีมากรุงธนบุรี เจ้านครเวียงจันท์บังอาจส่งกองทัพยกมาตีเมืองดอนมดแดง ถือว่าเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

กองทัพสยามเคลื่อนเข้ามาตั้งค่ายล้อมนครเวียงจันท์ไว้โดยรอบ ทัพหลวงของเจ้าพระยาจักรี (ทองด้วง) ตั้งค่ายอยู่ที่เมืองพานพร้าว, ทัพเจ้าพระยาสุรสีห์ (บุญมา) ตั้งค่ายอยู่ที่เมืองหนองคาย และ พระยาเพชรบูรณ์กำกับทัพหลวงพระบาง ตั้งค่ายอยู่ทางด้านเหนือนครเวียงจันท์

รบกันอยู่ 4 เดือนเศษ นครเวียงจันท์แตก “พระยอดแก้วกัลยานีศรีกระษัตริย์” ที่จะทรงทูลขอ ก็ทรงเป็นเชลยแทน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

สุทธิศักดิ์ ระบอบ สุขสุวานนท์. “โอละพ่อ! กรณีสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทูลขอพระราชธิดาสมเด็จพระเจ้ากรุงจีน” ใน, ศิลปวัฒนธรรม กันยายน 2567.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 ธันวาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “พระราชธิดา” เมืองใด ที่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงทูลขอ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...