Nvidia ขึ้นแท่นหุ้นที่นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิมากสุดในปี 2567 เงินไหลเข้าเกือบ 3 หมื่นล้านดอลลาร์
Nvidia ขึ้นแท่นหุ้นที่นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิมากสุดในปี 2567 เงินไหลเข้าเกือบ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ โค่นบัลลังก์ของ Tesla ที่เคยทำสถิติในปี 2566
วันที่ 26 ธันวาคม 2567 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ตามข้อมูลจาก Vanda Research พบว่า นักลงทุนรายย่อยเข้าซื้อหุ้น Nvidia เกือบ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2567 ซึ่งทำให้หุ้น Nvidia กลายเป็นหุ้นที่ผู้ซื้อขายรายย่อยซื้อสุทธิมากที่สุดในปี 2567 ณ วันที่ 17 ธันวาคม 2567
Nvidia มีกระแสเงินไหลเข้าสุทธิจากกลุ่มนักลงทุนรายย่อยเกือบ 2 เท่า เมื่อเทียบกับ SPDR S&P 500 ETF Trust (SPY) ซึ่งติดตามเกณฑ์มาตรฐานของตลาดหุ้นสหรัฐ และกำลังอยู่ในระหว่างที่จะโค่นบัลลังก์ของ Tesla หุ้นที่นักลงทุนรายย่อยชื่นชอบและได้รับการซื้อมากที่สุดในปี 2566 (บริษัทคำนวณกระแสเงินสุทธิสำหรับหลักทรัพย์แต่ละตัวโดยลบกระแสเงินออกทั้งหมดออกจากกระแสเงินเข้า)
Marco Iachini รองประธานอาวุโสของ Vanda กล่าวว่า “Nvidiaเป็นหุ้นตัวหนึ่งที่ขโมยซีนจาก Tesla ได้สำเร็จด้วยราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจ ผลงานดังกล่าวสามารถพิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง”
ทั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของNvidia บริษัทยักษ์ใหญ่ด้าน AI ดึงดูดนักลงทุนทั้งรายใหญ่และรายย่อยมานานกว่าหนึ่งปีแล้ว ผู้ผลิตชิปรายนี้ได้รับการยอมรับให้เข้าสู่ดัชนี Dow Jones Industrial Average ซึ่งเป็นดัชนีที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงเมื่อเดือนที่แล้ว และเป็นหุ้นที่มีผลงานดีที่สุดในดัชนีหุ้น 30 ตัวประจำปี 2567
แม้ว่าการซื้อขายจะผันผวนในเดือนธันวาคม 2567 แต่หุ้น Magnificent Seven ก็มีแนวโน้มที่จะปิดปี 2567 สูงขึ้นมากกว่า 180% การพุ่งขึ้นดังกล่าวผลักดันให้หุ้นนี้กลายเป็นกลุ่มบริษัทชั้นนำที่มีมูลค่าตามราคาตลาดเกิน 3 ล้านล้านดอลลาร์ ปัจจุบัน Nvidiaเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นอันดับสองในสหรัฐอเมริกา
โดยธรรมชาติแล้ว การผลักดันให้ หุ้นNvidia เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในหุ้นที่นักลงทุนราย่อยถือครอง ข้อมูลของ Vanda แสดงให้เห็นว่า Nvidiaมีน้ำหนักมากกว่า 10% ในพอร์ตโฟลิโอของนักลงทุนรายย่อย เพิ่มขึ้นจากเพียง 5.5% เมื่อต้นปี 2567 ปัจจุบัน Nvidiaถือเป็นหุ้นที่นักลงทุนรายย่อยถือครองมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจาก Tesla เล็กน้อย นอกจากนี้เงินไหลเข้าสุทธิของNvidia ในปี 2567 ก็สูงกว่าจำนวนที่เคยพบเมื่อ 3 ปีก่อน ถึง 885%
Gil Luria หัวหน้าฝ่ายวิจัยเทคโนโลยีที่ DA Davidson ซึ่งเป็นธนาคารเพื่อการลงทุน กล่าวว่า“Nvidiaโดดเด่นมากในแง่ของความรวดเร็วที่นักลงทุนรายย่อยเข้ามามีส่วนสำคัญในการถือหุ้น การเติบโตนี้ถือว่าน่าทึ่งมาก”
Iachini จาก Vanda ระบุว่ากระแสเงินไหลเข้ามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในปีนี้เนื่องจากรายงานผลประกอบการของNvidia นักลงทุนรายย่อยยังซื้อหุ้นในช่วงที่ราคาหุ้นลดลงในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2567 ซึ่งสอดคล้องกับการเทขายหุ้นในตลาดโดยรวม และแน่นอนว่ากระแสเงินทุนที่ไหลเข้าของหุ้นมีปริมาณลดลงบ้างเนื่องจากหุ้นสูญเสียแรงหนุนไปบ้าง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าราคาหุ้นเมื่อ 6 เดือนที่แล้วนั้นแพงกว่าในช่วงการซื้อขายล่าสุด
แม้ว่า Nvidiaจะทำกำไรได้ดีกว่าที่วอลล์สตรีทคาดไว้ แต่ก็ยังไม่เกินกว่าที่คาดไว้มากพอที่จะให้ราคาหุ้นเติบโตอย่างรวดเร็วต่อไปได้ Luria กล่าวว่าหุ้นได้มาถึงระดับที่สมดุลและสมเหตุสมผลมากขึ้นแล้ว
ทั้งนี้ปี 2567 ถือเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่หุ้นตัวเดียวมีกระแสเงินสุทธิแซงหน้ากองทุน SPDR S&P 500 ETF อย่างไรก็ตามกระแสเงินไหลเข้า ETF ในปริมาณมาก สามารถบรรเทาความกังวลใดๆ ที่ว่านักลงทุนกำลังละทิ้งกองทุนดัชนี ที่ถือว่าเป็นการลงทุนที่ปลอดภัยได้ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กระแสเงินไหลเข้าจำนวนมากในชื่อบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ อาจสะท้อนถึงการที่นักลงทุนไล่ตามตลาดกระทิงที่กำลังดำเนินอยู่
อ้างอิง : cnbc.com