โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภรรยาสจ.โต้ง ร้องโอนคดี มากองปราบ เชื่อมีผู้ร่วมก่อเหตุ 9 คน

INN News

อัพเดต 13 ธ.ค. 2567 เวลา 15.42 น. • เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2567 เวลา 08.42 น. • INN News

สจ.จอย ร้องโอนคดี สจ.โต้ง โดนยิง มากองปราบฯ เชื่อมีผู้ร่วมก่อเหตุ 9 คน วอนคุ้มครองพยานหวั่นไม่ปลอดภัย ลั่นไม่เผาศพจนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม

วันนี้ ( 13 ธ.ค.67) เวลา 12.35 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) น.ส.ณภาภัช อัญชสาณิชมน หรือ สจ.จอย ภรรยาของนายชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ หรือ สจ.โต้ง พร้อมด้วยนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และทนายนิติศักดิ์ มีขวด เข้ายื่นหนังสือขอโอนสำนวนคดีการตายของสจ.โต้ง มาที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)

ทนายนิติศักดิ์ เปิดเผยว่า วันนี้ตนได้รับการประสานจากสจ.จอย ที่เป็นภรรยาของสจ.โต้ง เพื่อมายื่นหนังสือถึงพล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. เพื่อร้องขอให้ทำการโอนย้ายสำนวนคดีจากสภ.เมืองปราจีนบุรี มาที่บก.ป. เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยและเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากคดีดังกล่าวผู้เสียชีวิตถูกยิงถึง 22 นัด และโดนจุดสำคัญทั้งหมด อีกทั้งยังมีผู้มีอิทธิพลเกี่ยวข้อง จึงเกรงว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะถูกแทรกแซง แต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ปราจีนบุรีทำงานไม่ดี เบื้องต้นสจ.จอย พอใจในการทำงานของตำรวจที่สามารถจับผู้ต้องหาได้ในทันที และจะทำการฝากขังศาลจังหวัดปราจีนบุรี แต่ว่าอยากให้โอนคดีเพราะกลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่หากอีกฝั่งบริสุทธิ์จริง คู่กรณีก็ต้องได้รับความเป็นธรรมด้วย เนื่องจากมีหลักฐานเป็นภาพถ่าย คลิปเสียง ก็ให้นำพิสูจน์ที่บก.ป.

ด้านนายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า ตนมาในฐานะเป็นพี่คนสนิทของสจ.โต้ง ยืนยันว่าจะไม่ให้สจ.โต้งตายฟรีแน่นอน โดยจะมีการตั้งทีมทนายความทั้งหมด 2 ชุดมาดำเนินการ และยังได้มีการประสานทางบก.ป.ไว้แล้วเรียบร้อย วันนี้จึงมายื่นเอกสารอย่างเป็นทางการเพื่อให้ทำการโอนคดี และ อีกประเด็นหนึ่งคือ ตนตั้งข้อสงสัยว่าในที่เกิดเหตุมีบุคคลที่อยู่ในบ้านมากกว่า 7 คนที่ถูกจับ คือลูกเขยและหลานชายของนายสุนทร วิลาวัลย์ นายก อบจ.ปราจีนบุรี โดยลูกเขยทำหน้าที่ใช้ปืนจี้ข่มขู่ลูกน้องของสจ.โต้งซึ่งเป็นตำรวจ ขณะที่เข้าไปช่วยเหลือหลังสจ.โต้งเสียชีวิตแล้ว

ส่วนหลานชายทำหน้าที่ล็อกประตูเพื่อไม่ให้ลูกน้องสจ.โต้ง เข้าไปช่วยเหลือได้ ซึ่งสองคนนี้จะอ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องได้อย่างไร ในเมื่อก็อยู่ในบ้านที่เกิดเหตุ และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่เคยสอบปากคำทั้ง2 คนดังกล่าว ตนจึงมองว่าถ้าหากให้สภ.เมืองปราจีนบุรีดำเนินการอยู่ จะไม่ได้รับความเป็นธรรม

และที่ทำให้รู้สึกกังวลเป็นอย่างมากเนื่องจากว่า สจ.จอยกำลังต่อสู้กับผู้ที่มีอิทธิพลอันดับหนึ่งของประเทศนอกจากนี้ยังอยากร้องขอให้คุ้มครองพยาน ทั้งสจ.จอยและลูกชาย รวมถึงพยานที่จะนำมาให้ตำรวจบก.ป. เป็นผู้สอบปากคำเท่านั้น

สจ.จอย เปิดเผยต่อว่า ปกติสจ.โต้ง ก็มีปัญหากับนายสุนทร ซึ่งเป็นพ่อบุญธรรมเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาก็สามารถตกลงกันได้ ทำให้ในวันเกิดเหตุ สจ.โต้งจึงเข้าไปเคลียร์ใจกับนายสุนทร ซึ่งครั้งแรกที่เข้าไปเคลียร์ใจนั้นมีลูกน้องของทางสจ.โต้งเข้าไปด้วย และมีการพูดคุยกันถึงขั้นที่นายสุนทรร้องไห้ และสจ.โต้งได้ก้มกราบเท้า ซึ่งการคุยครั้งแรกเคลียร์ใจกันเรียบร้อยแล้ว และสจ.โต้งก็กลับเข้าไปอีกรอบ เพื่อไปส่งนายสุนทรเข้านอน และการเข้าไปครั้งที่ 2 สจ.โต้ง เข้าไปเพียงคนเดียว เพราะฝั่งคู่กรณีมีการปิดประตูรั้วไม่ให้ผู้อื่นเข้า โดยขณะเข้าไปสจ.โต้งไม่มีอาวุธปืน และยังเอาโทรศัพท์ฝากลูกน้องไว้ ดังนั้นเสียงปืนที่ดังขึ้นจะมาจากสจ.โต้งได้อย่างไร

นายอัจฉริยะ ได้พูดเสริมอีกว่า สิ่งที่ตำรวจพูดว่า สจ.โต้งขึ้นไปข้างบนแล้วถูกยิงลงมา ยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะสจ.โต้งแค่ก้าวบันไดเพียงขั้น 2 ก็ถูกยิงจากด้านหน้า และมีการยิงซ้ำอีกหลายครั้งหลังตายไปแล้ว ซึ่งสจ.โต้งยังขึ้นไปไม่ถึงห้องนอนเลย

ส่วนเรื่องคลิปเสียงที่หลุดมานั้น เป็นเหตุการณ์วันเกิดเหตุ ก่อนที่สจ.โต้งจะก้มกราบเท้า ซึ่งเป็นการคุยต่อหน้า แต่คลิปเสียงที่มีการอัดมานั้น สจ.โต้ง ได้โทรไลน์หาบุคคลหนึ่งซึ่งเป็นผู้ใหญ่ที่ไว้ใจมาก ซึ่งปลายสายก็ได้บันทึกเสียงไว้ เพื่อเป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังอีกมีหลายคลิปและมีพยานอีกเยอะที่อยากให้สอบปากคำ โดยที่ผ่านมาทุกคนก็ห้ามไม่ให้สจ.โต้งเข้าไป เพราะรู้อยู้แล้วเข้าไปจะโดนอะไร และส่วนตัวมองว่า หากไม่สั่งแล้วใครจะกล้ายิง

ต่อมาในเวลาภายหลังจากการยื่นหนังสือ นายอัจฉริยะ ได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการโอนสำนวนคดีมาที่กองบังคับการปราบปราม เบื้องต้นได้มีการปรึกษากับตำรวจ คาดว่าภายใน 2-3 วันนี้จะมีความชัดเจนและที่ผ่านมาสจ.โต้งได้มีการระมัดระวังตัวเองมาตลอด แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายในบ้านหลังนั้น

ด้าน สจ.จอย กล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะนี้รู้สึกสบายใจขึ้น แต่ก็ยังกังวลเพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกในอนาคต โดยหลังจากนี้จะมีการเปลี่ยนกำหนดการฌาปนกิจศพของสจ.โต้ง จากเดิมวันที่ 17 ธ.ค. ไปอย่างไม่มีกำหนด จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม.

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...