โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'สมศักดิ์' เผย ฉีดวัคซีน HPV ไปแล้วกว่า 440,000 คน เดินหน้า Kick off ฉะเชิงเทรา-สมุทรปราการ อีกกว่า 2.5 หมื่นคน

VoiceTV

อัพเดต 24 ม.ค. 2568 เวลา 06.20 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2568 เวลา 06.14 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

วันนี้ (24 มกราคม 2568) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดกิจกรรม Kick off ฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV 9 สายพันธุ์ ในเด็กนักเรียนหญิง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมี นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข และผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 6 ผู้บริหาร บุคลากรสาธารณสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัด ครู นักเรียน รวมถึง อสม. ร่วมงาน

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า มะเร็งปากมดลูกเป็นปัญหาสำคัญของหญิงไทย มีสาเหตุสำคัญจากการติดเชื้อไวรัส HPV ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน ซึ่งในปีงบประมาณ 2568 กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดเป้าหมายที่จะฉีดวัคชีน HPV ในเด็กนักเรียนหญิง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และหญิงไทยอายุ 11 - 20 ปี ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อนให้ครอบคลุม 1 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา ได้ Kick off การฉีดวัคชีน HPV มาแล้ว 5 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี สุโขทัย พิษณุโลก มหาสารคาม หนองคาย กลุ่มเป้าหมายได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้วกว่า 440,000 คน สำหรับวันนี้ ได้จัดกิจกรรม Kick off การฉีดวัคชีน HPV อีก 2 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา มีกลุ่มเป้าหมายประมาณ 4,500 คน และสมุทรปราการ มีกลุ่มเป้าหมาย 21,066 คน

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งปัญหาสุขภาพสำคัญที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ในนโยบายการดำเนินงาน ปี 2568 เช่นกัน คือ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหัวใจและหลอดเลือด โดยมี อสม. เป็นกลไกสำคัญในการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมการมีสุขภาพที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะการกินอาหารที่เหมาะสมควบคู่กับการออกกำลังกาย โดยคำนวณการกินคาร์โบไฮเดรตจากแป้งและน้ำตาล หรือนับคาร์บต่อวัน ซึ่งปัจจุบัน อสม. ทั่วประเทศกว่า 1 ล้านคน สามารถนับคาร์บได้ทุกคนแล้ว และกำลังขยายผลความรู้เรื่องการกินแบบนับคาร์บไปสู่ประชาชนในชุมชนอีกราว 50 ล้านคน เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ซึ่งจะช่วยลดผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังก่อนเข้าสู่ระบบการรักษา และลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของประเทศได้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...