โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

7 ธรรมเนียมวันคริสต์มาส คุณรู้ที่มารึเปล่า?

INN News

เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2564 เวลา 13.00 น. • INN News

          ทำไมต้องแขวนถุงเท้า ทำไมต้องมีใบมิสเซิลโท ทำไมต้องเคาะประตูเพื่อร้องเพลง ธรรมเนียมต่างๆที่ทำในวันคริสต์มาสคุณรู้รึเปล่าว่ามาจากไหน ถ้ายังไม่รู้วันนี้เรารวมมาไว้ให้แล้ว รับรองว่าน่าสนใจทุกเรื่องแน่นอน 

ความสำคัญของวันคริสต์มาส

          ก่อนอื่นเรามารู้ความสำคัญของวันคริสต์มาสกันสักหน่อย วันคริสต์มาสเป็นวันฉลองการประสูติ (เกิด) ของพระเยซู ที่ถือว่าเป็นศาสดาของชาวคริสต์ โดยชาวคริสต์จะให้ช่วงวันนี้เป็นวันหยุดยาว กลับไปหยุดอยู่กับครอบครัว เฉลิมฉลองพร้อมตกแต่งบ้านเพื่อรับสิ่งดีๆและความสุขเข้ามา 

 

1.แขวนถุงเท้า 

ตั้งแต่เด็กๆ การแขวนถุงเท้าไว้ เราจะเชื่อกันว่าซานต้าคลอสจะนำของขวัญมาใส่ไว้ในถุงเท้า หรืออย่างน้อยก็พ่อแม่ของเราที่จะเอาของขวัญมาใส่ให้ ส่วนตามความเชื่อมีอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกนักบุญนิโคลัสหรือซานต้าครอสคนแรก หากเดินผ่านที่ไหนแล้วเห็นหญ้าแห้งที่คนทิ้งไว้ในคืนวันคริสต์มาส เขาก็ให้เงินไว้เพื่อเป็นการตอบแทน ที่หญ้าแห้งนั้นจะเอาไปเป็นอาหารของลา 

อีกเรื่องคือได้มีสามสาวพี่น้องได้วางถุงเท้าไว้บนเตาผิง นักบุญนิโคลัสเห็นเลยรู้สึกสงสารเลยโยนเหรียญทองผ่านปล่องไฟเพื่อให้เงินตกลงไปในถุงเท้าแล้วพวกเธอก็เห็นเหรียญนั้นในตอนเช้านั่นเอง

 

2.ต้นคริสต์มาส

มาร์ติน ลูเทอร์ (Martin Luther) นักบวชจากประเทศเยอรมันนี วันหนึ่งขณะเขาเดินกลับบ้านเขาหันไปมองเห็นความงามของแสงจันทร์ที่ทะลุผ่านกิ่งไม้ เขาเลยตัดสินใจออกไปตัดต้นไม้ต้นเล็กๆ มาวางไว้ในบ้าน แล้วเริ่มเอาเทียนมาประดับ ความสวยของมันทำให้ราชวงศ์อังกฤษนำการตกแต่งต้นไม้แบบนี้ไปใช้จนกลายมาเป็นการตกแต่งต้นคริสต์มาสจนถึงทุกวันนี้

เสริมเกร็ดสั้นๆ ว่ากันว่าลูกบอลแดงๆ ที่ใช้ประกอบเริ่มแรกมาจากลูกแอปเปิ้ลที่ใช่สื่อถึงแอปเปิ้ลในสวนเอเดนและปัจจุบันต้นคริสต์มาสก็เปรียบเสมือนต้นไม้แห่งสวรรค์ที่จะส่องสว่างในความมืด นำแสงแห่งความสุขมาในคืนที่มืดมิดของเดือนธันวาคม 

 

3.มิสเซิลโทและฮอลลี

มิสเซิลโท (MISTLETOE) ตามความเชื่อของชาวเคลทชื่อว่าต้นมิสเซิลโทเป็นสัญลักษณ์ของการมีชีวิต ส่วนฮอลลีเป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องคุ้มครองจากอันตราย พวกเข้าเลยนำพวกมันมารวมกันเป็นพวงห้อยไว้ที่ประตูหน้าบ้าน เพราะในหน้าหนาวจะมีคืนที่กลางคืนยาวนาน (เหมายัน) การที่พวกเขาแขวนสิ่งเหล่านี้ไว้ก็เพื่อไว้คุ้มครองพวกเขาจากสิ่งชั่วร้ายต่างๆ

 

4.จูบกันใต้ต้นมิสเซิลโท 

วันคริสต์มาสหากได้จูบกันใต้ต้นมิสเซิลโทแล้วจะโชคดี รักกันตลอดไป ที่มานี้เชื่อกันว่ามาจากในช่วงสมัยโบราณถ้ามีผู้หญิงยืนอยู่ในต้นมิสเซิลโท หากใครไปขโมยแอบจุ้บแล้วหญิงสาวตอบรับก็จะรักกัน แต่ถ้าไม่ก็ต้องโชคร้ายไปตลอดไป (แต่อย่าไปหาทำนะในปัจจุบัน)

 

5.กินพายในวันคริสต์มาส 

พาย อาหารสำหรับครอบครัวนอกจากจะช่วยกันทำเป็นกิจกรรมสนุกๆแล้ว ยังเป็นอาหารที่ให้ทุกคนมานั่งกินอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกด้วย ในอดีตพายเป็นอาหารที่ทำค่อนข้างยาก ใช้เวลาและส่วนผสมเยอะเลยถือว่าเป็นอาหารพิเศษที่ใช้ในเทศกาล แถมรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมราวกับเปลของพระเยซู ตามประเพณีเขาจะขอพรจากพาย จากนั้นจะกิน 12 ชิ้นเพราะเชื่อว่าจะโชคดีไปอีก 12 เดือนข้างหน้า 

 

6.เคาะประตูร้องเพลง

เทศกาลคริสต์มาสในแถบยุโรป ผู้คนนิยมไปหาเพื่อนบ้าน คนรู้จัก ครอบครัวเพื่ออวยพรและมอบของขวัญให้ อีกหนึ่งสิ่งที่นิยมทำกันตั้งแต่อดีตคือการไปเคาะประตู้บ้านแล้วร้องเพลงเฉลิมฉลองด้วยกัน สิ่งนี้กลายมาเป็นการเปิดเพลงตามสถานที่ต่างๆ เพื่อให้ทุกคนรู้สึกมีความสุข 

 

7.สีแดงกับสีเขียวในวันคริสต์มาส  

คู่สีแดงกับสีเขียวที่เราเห็นในการตกแต่งหรือใช้นั้นมาจากพระเยซู อ้างอิงจากตอนที่พระเยซูถูกตรึงบนไม้กางเขน สีแดงหมายถึงโลหิต ความรัก สีเขียวหมายถึงความมีชีวิตชีวาจากต้น Evergreen  

          ธรรมเนียมทุกธรรมเนียมก็ค่อนข้างเกี่ยวข้องกับพระเยซู การปกป้องจากอันตรายต่างๆ และสำคัญที่สุดคือการอวยพร การส่งความสุขให้ทุกคนเลยไม่แปลกใจว่าทำไมเทศกาลนี้จึงเป็นที่รักของทุกคนบนโลก อ่อ มีอีกหนึ่งสิ่งที่นิยมทำกันในช่วงนี้คือการดูหนังคริสต์มาส ใครยังไม่รู้ว่าจะดูเรื่องอะไร ไปเลือกได้เลยที่ แนะนำ 7 หนังวันคริสต์มาสฟีลกู๊ดอบอุ่นหัวใจ สามารถติดตามเรื่องราวดีๆได้อีกมากมายที่ iNN Movie

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...