โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปวดไม่ไหวแล้ว! 8 อาหารที่ควรเลี่ยง ถ้าไม่อยากฉี่บ่อย

INN News

เผยแพร่ 03 มี.ค. 2567 เวลา 03.00 น. • INN News

นอกจากน้ำที่เราดื่มกันอยู่เป็นประจำจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้เราปวดฉี่บ่อยๆ แล้ว รู้หรือไม่ว่าอาหารใกล้ตัวเราก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดฉี่บ่อย ๆ ได้เหมือนกัน สำหรับใครที่ต้องเดินทางไกล ไม่ได้อยู่ในสถานที่ที่เข้าห้องน้ำได้สะดวก ก็ยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีก

วันนี้ทางสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. จะพาทุกคนมาดูกันว่ามีอาหารอะไรบ้างที่ทำให้ปวดฉี่อยู่บ่อยครั้ง แล้วเราควรเลี่ยงอาหารอะไรบ้างหากต้องเดินทางไกลๆ พร้อมแล้วก็ตามมาเลยจ้า ~

1.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เริ่มกันที่อาหารที่ควรเลี่ยงข้อแรก ข้อนี้เหล่านักดื่มคงรู้กันดี เพราะแอลกอฮอล์เป็นเครื่องดื่มที่ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำเพราะเมื่อดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ จะส่งผลต่อการยับยั้งฮอร์โมนที่เรียกว่า Vasopressin ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้จะทำให้ไตไม่ดูดซึมน้ำไปกักเก็บ นั่นจึงทำให้น้ำปล่อยสู่กระเพาะปัสสาวะ เป็นเหตุให้เราลุกเข้าห้องน้ำอยู่เรื่อย ๆ

2.เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

อาหารที่ควรเลี่ยงข้อถัดมาไม่ว่าจะชา กาแฟ ช็อกโกแลต น้ำอัดลม หรือ เครื่องดื่มชูกำลัง เครื่องดื่มเหล่านี้ต่างก็มีคาเฟอีนที่ทำให้ปวดฉี่บ่อย เพราะคาเฟอีนจะยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนที่เรียกว่า Vasopressin ซึ่งช่วยทำให้ไตดูดซึมน้ำมากักเก็บไว้ นั่นจึงทำให้เมื่อดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเข้าไป ไตจึงขับน้ำออกมาและทำให้เราปวดฉี่บ่อยนั่นเอง

3.อาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง

อาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ไม่ว่าจะสารให้ความหวาน หรือแม้แต่น้ำผึ้ง เมื่อทานเข้าไปจะเป็นเหตุให้เรารู้สึกปวดฉี่บ่อย เพราะไตไม่สามารถกรองน้ำตาลกลับสู่เลือดได้หมด ทำให้น้ำตาลหลงเหลือ ร่างกายจึงต้องกำจัดน้ำตาลให้เราปวดฉี่อยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นเวลาบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่ม คุณอาจลองสังเกตดูค่ะ ว่าสารให้ความหวานประเภทไหนที่ทำให้ไม่ปวดปัสสาวะบ่อยบ้างหรือไม่

4.แตงโม

แตงโม เจ้าผลไม้ในฤดูร้อนที่มีฤทธิ์เย็น ช่วยดับร้อนได้ดีมาก แต่กินบ่อยๆก็ท่าจะไม่ดี เพราะเนื้อของแตงโมนั้นประกอบไปด้วยน้ำมากถึง 92% มันจึงเป็นผลไม้ที่ช่วยแก้กระหายน้ำได้ดีเลยทีเดียว และนอกจากจะมีองค์ประกอบของน้ำที่เยอะแล้ว ยังมีฤทธิ์ที่ทำให้เราขับปัสสาวะบ่อยอีกด้วย

5.ผลไม้ที่มีกรด

อาหารที่ควรเลี่ยงข้อถัดมาไม่ว่าจะ มะเขือเทศ ทับทิม สับปะรด แครนเบอร์รี่ ผลไม้ตระกูลซิตรัส ผลไม้เหล่านี้มีค่า pH เป็นกรด จะไปรบกวนการทำงานของกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะให้บีบตัวซึ่งทำให้ปัสสาวะบ่อย รวมทั้งอาหารแปรรูปที่ทำจากผกผลไม้เหล่านี้ เช่น ซอสมะเขือเทศ น้ำมะเขือเทศ เป็นต้น

6.อาหารสำเร็จรูป

อาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปแล้ว เช่น อาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารเหล่านี้มักจะมีส่วนผสมของผงชูรส สารแต่งกลิ่น และสี ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นตัวกระตุ้นให้ปวดฉี่ทั้งสิ้น ทำให้ร่างกายขับของเสียออกมาในรูปแบบปัสสาวะอยู่บ่อย ๆ

7.อาหารรสจัด

บรรดาอาหารรสจัดจ้านที่มีส่วนผสมของพริก พริกไทย หรือวาซาบิ และอาหารที่มีรสชาติเผ็ดร้อนทั้งหลาย นับเป็นอาหารที่สามารถกระตุ้นกระเพาะปัสสาวะ ให้เกิดการปวดปัสสาวะบ่อยเช่นกัน ที่สำคัญอาหารรสจัดยังเป็นสาเหตุให้คุณต้องดื่มน้ำเยอะขึ้นอีกด้วย

8.หัวหอม

อีกหนึ่งอาหารที่ควรเลี่ยงอย่างหัวหอม เพราะนอกจากจะขึ้นชื่อว่ากลิ่นแรงแล้ว ยังมีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานกระเพาะปัสสาวะได้อีกด้วย

คงเห็นกันแล้วว่านอกจากการดื่มน้ำมาก ๆ แล้ว อาหารเหล่านี้ต่างก็มีฤทธิ์กระตุ้นให้คุณมีอาการปวดปัสสาวะบ่อยเช่นกัน ดังนั้นหากคุณผู้อ่านอยู่ในช่วงหรือสถานการณ์ที่ไม่สะดวกเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ ลองงดหรือหลีกเลี่ยงอาหารทั้ง 10 ชนิดนี้ไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย ทั้งนี้หากคุณพยายามหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้ก็แล้ว ดื่มน้ำไม่ได้มากขนาดนั้นก็แล้ว แต่ยังประสบปัญหาปัสสาวะบ่อยผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ขอบคุณข้อมูลจาก

Jones Salad

Sanook

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...