โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

วิจัยชี้ เสพติด "ชานมไข่มุก" เสี่ยงป่วย "โรคซึมเศร้า" ยิ่งกินเยอะ ยิ่งเป็นเร็ว

Khaosod

อัพเดต 26 ต.ค. 2566 เวลา 10.04 น. • เผยแพร่ 26 ต.ค. 2566 เวลา 10.00 น.

ชานมไข่มุกเลิฟเวอร์ระวังให้ดี วิจัยเผย “เสพติดชานม” เติมดื่มบ่อย ๆ อาจจะทำให้เกิด “โรคซึมเศร้า” ได้ ยิ่งอายุน้อย ยิ่งเสี่ยงเป็นเร็ว

เรียกว่าเป็นภัยใกล้ตัว สำหรับ “ชานม” ที่กลายเป็นเครื่องดื่มสุดโปรดของคนทุกเพศทุกวัย มีขายอยู่ทั่วทุกหัวถนน ตั้งแต่ราคาแก้วไม่กี่บาท จนไปถึงหลักร้อย

หลายคนเรียกว่าเป็นสิ่งเสพติด ต้องดื่มทุกวัน หรือมักจะเลือกใส่ท็อปปิ้ง ส่วนผสมอย่างไข่มุกเพิ่มเติมเข้าไป เพราะชีวิตขาดความหวานไม่ได้

แต่ดูเหมือนว่า งานวิจัยล่าสุดกลับพบว่า การดื่มชานมบ่อย ๆ อาจจะทำให้เสี่ยงป่วย“โรคซึมเศร้า” นำไปสู่การวิตกกังวล การฆ่าตัวตัว จากการติด“ชานม” ในที่สุด

โดยงานวิจัย ที่พึ่งตีพิมพ์ในปี 2023 ของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยซิงหวา และมหาวิทยาลัยการเงินและเศรษฐศาสตร์กลางในประเทศจีน ทำการสำรวจนักศึกษาวิทยาลัยอายุระหว่าง 15-24 ปี ในปักกิ่ง 5,281 คน เป็นผู้ที่ชื่นชอบการดื่มชานมจนถึงขั้น“เสพติด” วัดจากระดับความอยากดื่มชานมจนไม่สามารถหยุดดื่มได้ เพราะพึ่งพิงความสุขจากการดื่ม

ขณะเดียวกัน ก็มีความรู้สึกผิดที่จะต้องดื่ม อยากจะเลิกดื่มและมีความตั้งใจที่จะหยุด ซึ่งเป็นมาตรวัดระดับอาการติดยาเสพติดที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

เกือบครึ่งของผู้ตอบคำถาม ระบุว่า ผู้เข้าร่วมการทดลองเกือบครึ่งหนึ่งยอมรับว่าดื่มชานมอย่างน้อยหนึ่งแก้วต่อสัปดาห์

อีกส่วนดื่มชานมทุกวัน ทั้งกับเพื่อนหรือในงานสังสรรค์ ในการเข้าสังคมและสร้างความผูกพันกับผู้อื่น ทำให้บางคนมีอาการเสพติดอย่างชัดเจน ทั้งการบริโภคชานมมากเกินไป และอยากดื่มชานมอยู่เรื่อย ๆ

อย่างไรก็ตาม ทีมผู้วิจัยพบว่า คนที่เสพติดชานมนั้น จะมีความรู้สึกเหงา อ้างว้าง เกิดอารมณ์ด้านลบ อารมณ์ขุ่นมัว และเศร้าได้ง่าย นำไปสู่ความรู้สึกโดดเดี่ยวจากสังคมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่เยาวชนจีน

ทว่า ทีมวิจัยก็ยังไม่สามารถชี้ชัด ถึงกลไกทางกายภาพ และเป็นสาเหตุเบื้องหลังของเรื่องนี้ได้ แต่ยืนยันได้ว่า การเสพติดชานม ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต และมีความน่าเป็นห่วงแน่นอน ซึ่งจะต้องศึกษาเชิงลึกกันต่อไป

ที่มา : sciencealert

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...