โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โอกาสใหม่สินค้าไทยในตลาด GCC ติดปีก SMEs ทะยานไกลไปสู่เวทีโลก

TOJO NEWS

อัพเดต 25 ต.ค. 2566 เวลา 18.16 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2566 เวลา 11.16 น. • tareeya

กลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ Gulf Cooperation Council หรือกลุ่มประเทศ GCC ประกอบด้วยสมาชิก 6 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย คูเวต โอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และบาห์เรน GCC ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1981 ความน่าสนใจของตลาด GCC ถือเป็นตลาดใหญ่และมีอำนาจซื้อสูง ด้วยจำนวนประชากรทั้ง 6 ประเทศรวมกันประมาณ 60 ล้านคน ส่งผลให้ความต้องการบริโภคสินค้าและบริการสูงตามไปด้วย

ในปี 2565 ไทยส่งออกสินค้าเกษตรไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง มูลค่าเกือบ 75,000 ล้านบาท เติบโต 75% จากปี 2564 เพราะมูลค่าการส่งออกหลายหมื่นล้านบาท พร้อมทั้งยังมีการเติบโตสูง เรียกได้ว่า ตะวันออกกลางถือเป็นตลาดส่งออกสำคัญสำหรับสินค้าเกษตรไทย ที่มองข้ามไม่ได้ โดยประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม

ยกตัวอย่างประเทศ เช่น ซาอุดีอาระเบีย ยูเออี หรือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ ซึ่งเมื่อพูดถึงประเทศเหล่านี้ เป็นประเทศที่รวยจากน้ำมัน และเป็นศูนย์กลางการบินของโลก อย่างสนามบินดูไบ

ตลาดตะวันออกกลางจึงเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก แม้ว่า กลุ่มประเทศเหล่านี้จะร่ำรวยและมีน้ำมันมหาศาล แต่ก็มีปัญหาด้านความมั่นคงทางอาหาร เพราะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย ดังนั้น ทุก ๆ ปีจึงต้องมีการนำเข้าอาหารจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น ข้าว เนื้อสัตว์ ธัญพืช หรือสินค้าเกษตรแปรรูป

การเติบโตของมูลค่าการส่งออกทำให้เห็นโอกาสสำคัญ ที่ทำให้สินค้าเกษตรไทยส่งออกได้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะสิ่งสำคัญคือ “สินค้าเกษตรไทยตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่ม” ด้วยประชากรส่วนใหญ่ในตะวันออกกลาง เป็นชาวมุสลิม จึงเลือกบริโภคอาหารฮาลาล หรืออาหารที่ชาวมุสลิมทานได้ โดยไม่ผิดหลักศาสนา ซึ่งอาหารฮาลาลนั้น ต้องมีขั้นตอนต่าง ๆ มากมาย อย่างเช่น คนมุสลิมจะต้องเป็นคนเชือดสัตว์เท่านั้น และตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต จนถึงการขนส่ง และจัดจำหน่าย จะต้องไม่มีการปนเปื้อนของสิ่งต้องห้าม รวมไปถึงสินค้าต้องมาจากธรรมชาติ ที่ไม่ขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม เช่น ผัก ผลไม้ นม และไข่

ซึ่งปัจจุบัน ประเทศไทยมีการส่งออกอาหารฮาลาล เช่น ผลไม้กระป๋องแปรรูป หรืออาหารทะเลแปรรูป มากถึง 50% ของสินค้าเกษตรทั้งหมดที่ส่งออกไปตะวันออกกลางอีกด้วย ซึ่งไทยที่เป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรอยู่แล้ว ก็สามารถทำให้สินค้าเกษตร กลายเป็นสินค้าฮาลาลที่มีการรับรอง และส่งออกไปยังกลุ่มประเทศเหล่านี้ได้มากขึ้น ปัจจุบัน ประเทศไทยมีการส่งออกอาหารฮาลาล เช่น ผลไม้กระป๋องแปรรูป หรืออาหารทะเลแปรรูป มากถึง 50% ของสินค้าเกษตรทั้งหมด ที่ส่งออกไปตะวันออกกลางอีกด้วย

สินค้าเกษตรแปรรูปจากประเทศไทย เช่น อาหารทะเลกระป๋อง ผัก หรือผลไม้กระป๋อง ประเทศไทยยังครองแชมป์ตลาดได้เป็นอันดับ 1 ในหลาย ๆ ประเทศของตะวันออกกลาง นั่นเพราะว่า ประเทศไทยมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งจากประเทศอื่น ๆ อย่างอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเล ที่มีวัตถุดิบต้นทางที่หลากหลาย มีพื้นที่ติดทะเล อีกทั้งแรงงานไทยมีทักษะความเชี่ยวชาญมานาน ที่สำคัญคือ ด้วยระยะทางการขนส่งที่ค่อนข้างไกล ทำให้อาหารไทยที่ส่งออกไปยังภูมิภาคนี้ มักเป็นอาหารกระป๋อง เพราะอาหารกระป๋อง มักเก็บได้นาน และไม่เน่าเสียง่าย ถือเป็นข้อได้เปรียบของสินค้าเกษตรไทย หากมีการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ก็จะสามารถส่งออกไปยังตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่องได้เช่นกัน

คุณอัครวุฒิ ตั้งศิริกุศลวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เวก้า อินเตอร์เทรด แอนด์ เอ็กซิบิชั่นส์ (ดูไบ) กล่าวไว้ในงาน “SMEเจาะตลาดอาหรับโอกาสเพิ่มยอดขาย” ถึงการเข้าไปทำธุรกิจในตะวันออกกลางได้อย่างน่าสนใจว่า สิ่งแรก ต้องรู้จักกลุ่ม GCC ให้ดีพอ เนื่องจากแต่ละประเทศลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพื่อหาความต้องการของตลาดที่รองรับความเป็น SMEs ได้เนื่องจากที่ผ่านมา SMEs ที่สะดุดและล้มลงในการเปิดตลาดในต่างประเทศปัญหาใหญ่ คือ ผลิตสินค้าแล้วลูกค้าไม่ซื้อ โดยเชื่อว่า ตลาดกลุ่ม GCC ยังมีความอะลุ่มอล่วยมากกว่าตลาดอื่น ๆ อีกศักยภาพกลุ่ม GCC ยังมีอนาคตเติบโตได้ดีกว่าตลาดอื่น ๆ ที่เศรษฐกิจของประเทศนั้นชะลอตัว และมีคู่แข่งในตลาดจำนวนมาก

สำหรับศักยภาพของกลุ่ม GCC ยังมีอำนาจการซื้อสูง ด้วยรายได้เฉลี่ยมากกว่าสหรัฐฯ 2 เท่า และมากกว่ายุโรป3 เท่า ที่สำคัญนิยมนำเข้าสินค้าไทยโดยเชื่อมั่นในคุณภาพ มีความหลากหลายและราคาสมเหตุสมผล นอกจากนั้น ประเทศไทยยังมีข้อได้เปรียบ 3 เรื่อง คือ

1. คนตะวันออกกลางมีความเชื่อใจหากบอกว่า มาจากไทย เขาจะเปิดใจฟังและเชื่อใจเกิน 50% เมื่อเทียบกับจีน เขาอาจจะคิดดูก่อน

2. มิตรภาพระหว่างคนตะวันออกกลางกับไทย สร้างได้ไม่ยาก ด้วยการมีความซื่อสัตย์สูงของคนไทย ทำให้ใช้เวลาพัฒนามิตรภาพไม่มากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศญี่ปุ่น ที่ต้องใช้เวลาพัฒนาความสัมพันธ์เพื่อการดำเนินธุรกิจ ส่งผลให้งบประมาณการตลาดที่เตรียมไว้อาจจะหมดก่อน

3. นโยบายตะวันออกกลางเป็นนโยบายเดียวและการขับเคลื่อนประเทศเป็นทิศทางเดียว ทำให้การทำงานเป็นไปได้ง่าย มีลักษณะคล้ายกับพัฒนาการของไทย เช่น ผู้นำผู้หญิงมีบทบาทมากขึ้น คนรุ่นใหม่เริ่มมีจำนวนมากขึ้น มีการใช้โซเชียลมีเดียมาสนับสนุนทำตลาด และการให้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีเพิ่มขึ้น

สำหรับผู้ประกอบการที่มองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจในตะวันออกกลาง ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 – 9 มีนาคม 2567 รวม 114 วัน บริษัทเวก้า จัดงาน Thailand Pavilion at Sheikh Zayed Festival เทศกาลประจำปี ณ อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่มีผู้เข้าชมทั่วโลกกว่า 2.5 ล้านคน

โอกาสพิเศษสำหรับผู้ประกอบการที่อยากเข้าร่วมจัดงานในช่วงเวลาอันสั้น เวก้าจัดโปรแกรม “คีออส” จัดแสดงสินค้าในเวลา 10 วัน เพื่อผู้ประกอบการที่สนใจขยายธุรกิจ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ทดลองจัดแสดงสินค้าในงานที่ยิ่งใหญ่ประจำปีได้เช่นกัน

ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วม สามารถสมัครเข้าร่วมงาน ได้ที่

https://linktr.ee/sheikhzayedfestival

ติดตามข่าวสารสำคัญ ๆ ได้ทาง Vega Intertrade & Exhibition ผ่านช่องทางออนไลน์

Facebook : Vega Intertrade & Exhibition

Youtube : คัมภีร์ธุรกิจอาหรับ (Middle East Business Guru)

Tiktok : Vega Intertrade

#VegaIntertrade&Exhibition #ThailandPavilionatSheikhZayedFestival

#เวก้าอินเตอร์เทรดแอนด์เอ็กซิบิชั่น #คัมภีร์ธุรกิจอาหรับ #VegaIntertrade

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...